ร้านสตาร์มาร์ทเป็นประดิษฐกรรมชิ้นหนึ่งที่คาลเท็กซ์ภูมิใจเป็นนักหนาว่า
ตนเองเป็นผู้นำร้านสะดวกซื้อประเภทนี้เข้ามาให้บริการในสถานีบริการน้ำมัน
แต่เนื่องจากใช้เวลาทดสอบไปนานหน่อยจึงทำให้คู่แข่งรายอื่นเปิดตัวและดังไปก่อน
แต่อย่างไรเสียต่อจากนี้ไปเมื่อเข้าใช้บริการในปั๊มของคาลเท็กซ์เราก็จะชินตากับร้านสตาร์มาร์ทนี้มากขึ้น
"เราจะมีครบ 300 ร้านในสถานีบริการต่างๆ ภายใน 3 ปี" แอชแมนกล่าว
ในการออกแบบนั้น มีแนวคิดว่านอกจากจะให้ดูเป็นส่วนหนึ่งกับสถานีบริการอย่างกลมกลืน
และมีความสมดุลของสีด้วยการใช้สีขาวสำหรับภายนอกร้านและเล่นสีสันภายในร้านแล้ว
สีสันภายในร้านนี่เองที่จะบ่งบอกถึงความเยาว์วัยตามคอนเซ็ปต์ของร้านค้าปลีกโดยทั่วไป
ทำให้ร้านสตาร์มาร์ททำงานร่วมกับสถานีบริการได้เป็นอย่างดีไม่มีลักษณะที่ฉีกแนวออกไป
แต่ในขณะเดียวกันต้องให้ร้านสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองด้วย
รายการสินค้า 80% ทุกร้านจะมีวางขายเหมือนกัน ซึ่งได้แก่ เครื่องดื่มทั้งผสมและไม่ผสมแอลกอฮอล์
ฟาสต์ฟู้ด ของขบเคี้ยว อาหารสด บุหรี่ ของใช้เบ็ดเตล็ด ผลิตภัณฑ์นม และผลิตภัณฑ์ยาบางชนิด
"ส่วนอีก 20% อาจยืดหยุ่นไปตามสถานที่ตั้งของร้าน เช่น บางร้านตั้งอยู่ในบริเวณบ้านพักอาศัย
บางร้านตั้งอยู่บนถนนทางหลวง หรือบนเส้นทางของผู้ที่จะไปทำงาน ลูกค้าบางรายซื้อระหว่างการเดินทาง
บางรายซื้อระหว่างทางกลับบ้าน สินค้าบางส่วนจึงต่างกัน ซึ่งเราก็เปิดทางให้ผู้บริหารร้านในการหาสินค้าเข้ามาในร้านได้เองด้วย"
แอชแมนกล่าว
ขณะนี้กำหนดรายการสินค้าไว้ประมาณ 1,800 รายการ แต่เมื่อเสร็จสิ้นโปรแกรมต่าง
ๆ แล้ว แอชแมนมั่นใจว่าจะมีสินค้าประมาณ 2,500 รายการ โดยพื้นที่ของร้านนั้นคาลเท็กซ์กำหนดให้อยู่ในช่วง
60-120 ตร.ม. ขึ้นกับสถานที่นำไปปรับใช้
ส่วนรายได้จากร้านคาลเท็กซ์จะเก็บในรูป FRANCHISE FEE แบ่งเป็น 2 ส่วน ค่าธรรมเนียมแรกเข้าคิด
300,000 บาท สัญญาอายุ 5 ปี ซึ่งอาจผ่อนชำระได้ ส่วนที่สองเป็นเปอร์เซ็นต์ตามยอดขายที่เกิดขึ้นคิด
3-9% ช่วงแรกอาจจะเก็บน้อยแต่เมื่อมีรายได้มากขึ้นก็เก็บเพิ่มขึ้นไปตามส่วน
"เรามั่นใจว่า ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นกับทั้งคาลเท็กซ์เองและผู้บริหารสถานีบริการในลักษณะมีผลประโยชน์ร่วมกัน
ซึ่งเป็นสิ่งที่ยุติธรรม เราเรียกว่า WIN-WIN RELATIONSHIPS เป็นความสัมพันธ์สู่ชัยชนะร่วมกัน"
แอชแมนกล่าว
การทำ FRANCHISE คาลเท็กซ์มีหลักในการบริหาร 3 ประการ ได้แก่ 1. ความรู้ในเรื่องการจัดวาง
การออกแบบ และการบริหารงานภายในร้าน ที่ต้องให้กับผู้บริหารสถานีบริการ
2. การจัดส่งสินค้าที่ดี คาลเท็กซ์ให้ บ.เดวิด ดิสทริบิวชั่น ซึ่งทำธุรกิจการจัดส่งสินค้ามานานแล้วในประเทสไทย
เช่น ROBINSON และ CENTRAL เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้
3. ระบบ RETAIL AUT0MATIC ภายในร้านและสถานีบริการ ซึ่งตัวนี้จะทำให้ผู้บริหารสถานีบริการรู้ตัวเลขยอดขาย
ยอดคงเหลือของสินค้า มาร์จินของสินค้าแต่ละตัว และช่วยควบคุมระบบจัดเก็บสินค้า
และในอนาคตคาลเท็กซ์เตรียมใช้ระบบบาร์โค้ดเช่นกัน
สำหรับมาร์จินเฉลี่ยของตลาดร้านสะดวกซื้อปกติอยู่ที่ 21% ซึ่งคาลเท็กซ์ยืนยันว่าตนเองทำดีกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดด้วย
และจากการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ทำให้การจัดเก็บและสั่งสินค้าดีขึ้น "หลังจากทำไปสักพักน่าจะเพิ่มสัก
3% ของค่าเฉลี่ยตลาด" แอชแมนกล่าว
ในอนาคต อาจมีโอกาสที่จะเป็นไปได้ที่ร้านสตาร์มาร์ทจะไปเปิดนอกพื้นที่สถานีบริการของคาลเท็กซ์
แต่ ณ จุดนี้ คาลเท็กซืยังมุ่งเน้นการขายภายในสถานีก่อน แต่ลักษณะจะต่างจากร้านเซเว่นอีเลฟเว่นส์
(7-ELEVEN) ที่ตั้งตามป้ายรถเมล์ เพราะลักษณะนั้นลูกค้าจะซื้อของทานเล็กๆ
น้อยๆ เนื่องจากเป็นที่ใกล้บ้าน แต่ร้านสตาร์มาร์ทซึ่งมีลักษะอยู่ในสถานีบริการจึงมีสถานที่จอดรถ
ลักษณะการซื้อของผู้บริโภคที่เข้ามาในปั๊มและซื้อของทำให้สินค้าที่มีไว้บริการต่างกันไป
ซึ่งลักษณะการทำตลาดก็จะต่างกัน แต่คาลเท็กซ์มั่นใจว่าด้วยการดีไซน์และลักษณะการบริหารงานที่มีอยู่
ถ้าจะทำก็สามารถที่จะขยายออกไปได้