|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บิ๊กบล.ภัทรยอมรับรายได้ปีนี้พลาดเป้าหลังศาลปกครองระงับการกระจายหุ้น กฟผ.ส่งผลทำให้รายได้หายไปประมาณ 100 ล้านบาท ขณะที่เบียร์ช้างเล็งกระจายหุ้นภายในปีหน้า ถ้าได้รับไฟเขียวจากบอร์ดก.ล.ต.
นายสุวิทย์ มาไพศาลสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในปี 2548 คงจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ หลังจากที่ศาลปกครองได้มีคำสั่งระงับการกระจายหุ้น กฟผ.ส่งผลทำให้รายได้จากค่าธรรมเนียมจากการเป็นแกนนำร่วมจัดจำหน่าย และรับประกันการจำหน่าย ที่จะได้รับประมาณ 100 ล้านบาทยังไม่ได้รับ
ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เนื่องจากจะต้องรอคำสั่งจากศาลปกครองอีกครั้ง และจากผล ดังกล่าวจึงทำให้ราคาหุ้นบล.ภัทรปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา เพราะเดิมนักลงทุนคาดหวังว่า บล.ภัทรจะได้รับเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าว ซึ่งถือเป็นสิ่งนอกเหนือความคาดหมาย
"ถ้าพิจารณาจากฐานรายได้ของ บล.ภัทรในปี 2547 จะพบว่ามีรายได้ประมาณ 1 พันล้านบาทเศษ ดังนั้นการ ที่บริษัทไม่ได้รับค่าธรรมเนียมจากการ เป็นอันเดอร์ไรเตอร์หุ้น กฟผ.ประมาณ 100 ล้านบาท ก็ทำให้มองว่ารายได้น่าจะ หายไปประมาณ 10%" นายสุวิทย์กล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่หุ้นกฟผ. ไม่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯนั้นมองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบล.ภัทรเท่านั้น แต่จะมีผลกระทบต่อภาพรวมของตลาดฯ เพราะถ้าหุ้น กฟผ.เข้าซื้อขายได้ก็จะทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม(มาร์เกตแคป)ใหญ่ขึ้น และทำให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนมากขึ้น แต่เมื่อยังไม่เข้ามาร์เกตแคปก็ไม่เพิ่มขึ้น
ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าหุ้นกฟผ.จะสามารถกระจายหุ้นได้หรือไม่แต่ถ้าศาลปกครองอนุญาตให้บริษัทกฟผ.สามารถกระจายหุ้นได้ และไปเสนอขายในปีหน้าก็อาจจะทำให้ ภายในปีหน้า บล.ภัทรจะเป็นที่ปรึกษา ทางการเงินหุ้นที่มีขนาดใหญ่จำนวน 3 บริษัท ซึ่งประกอบด้วย หุ้นกฟผ., บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ (เบียร์ช้าง) ซึ่งก็ จะต้องรอให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาเสียก่อน และหุ้น บมจ.ทีโอที ซึ่งถ้าเป็นไปตามนั้นคาดว่า จะทำให้บล.ภัทรมีรายได้จากวาณิชธนกิจ เพิ่มมากขึ้น
นายแมนพงษ์ เสนาณรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วง ที่มีการแนะนำข้อมูล(โรดโชว์)ก่อนหน้า นี้นักลงทุนต่างประเทศก็ไม่ได้แสดงความกังวลใดๆ และแสดงความสนใจ ที่จะเข้ามาลงทุน อย่างไรก็ตาม ถ้าศาลปกครองอนุญาตให้กระจายหุ้นได้ในส่วนของราคาหุ้นและจำนวนหุ้นที่จะเสนอขายจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่จะเสนอขายและจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับตัวเลขทั้งผลการดำเนินงานฐานะการเงินว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
สำหรับหุ้นบริษัทไทยเบฟเวอเรจ นั้นขณะนี้จะต้องรอคณะกรรมการ ก.ล.ต.พิจารณาเสียก่อนและถ้าได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นได้นั้นคาดว่าภายในปีนี้เหลือระยะเวลาอีกประมาณ เดือนเศษ ดังนั้นจึงเชื่อว่าคงจะกระจายหุ้นไม่ทันภายในปีนี้ ซึ่งคงจะต้องเป็นปีหน้า
นายวีรวัฒน์ ชุติเชษฐพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัทภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่หุ้นกฟผ. ระงับการเสนอขายหุ้นนั้นทำให้เงินลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศที่เตรียมจะเข้าลงทุนในหุ้นกฟผ.ต้องไปลงทุนในตลาด หุ้นของประเทศอื่นแทน ส่วนผลกระทบ ต่อบล.ภัทรนั้นยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนมากนัก เพราะยังไม่ได้กำหนด ว่าบริษัทได้รับการจัดสรรจำนวนเท่าใด และบริษัทก็ไม่เคยนำรายได้จากค่าธรรมเนียมของหุ้นกฟผ.และไทยเบฟเวอเรจมานับรวมจนกว่าจะกระจายหุ้นเสร็จสิ้นแล้ว
|
|
 |
|
|