|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"วิสิฐ" เผยกบข.กลับมาเก็บหุ้นเพิ่ม โยกเงินซื้อหุ้น กฟผ.ไปลงทุน หาผลตอบแทนรอศาลฯชี้ขาด ยันพร้อมเสมอลงทุน "ทีพีไอ" เน้นถือยาว 2 ปีค่อยประเมิน ส่งตัวแทนฟังคำสั่งศาลฯกรณี "ประชัย"ยื่นให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิมซื้อหุ้นก่อน เตรียมขอเพิ่มสัดส่วนลงทุนในหุ้นจาก 20% เป็น 25% ส่วนลงทุนต่างประเทศจาก 10% เป็น 20% อีกทั้งหาช่องลงทุนอื่นเพิ่ม คาดตั้ง บลจ.ได้ มี.ค. ปีหน้า เชื่อเศรษฐกิจไทยปี 2549 ยังดี
นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา กบข.ได้ทยอยเข้าซื้อหุ้นเพิ่ม หลังจากได้ทยอยขายหุ้นที่ถือครอง ออกไปในช่วงต้นปี ซึ่งราคาหุ้นในปัจจุบันถือว่าไม่สูงมาก สำหรับเม็ดเงินที่จะเข้าไปลงทุนใน บมจ. กฟผ. ซึ่งหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีการระงับการขายหุ้น เงินใน ส่วนดังกล่าวก็ได้มีการจัดสรรเพื่อลงทุน ในประเภทอื่นก่อน เพื่อสร้างผลตอบแทน โดยสัดส่วนที่ได้รับการจัดสรรยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะได้เท่าไหร่ แต่หากสามารถจองซื้อได้ก็พร้อมจะลงทุนทันทีเพราะเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี
ส่วนเม็ดเงินที่เตรียมไว้เข้าลงทุนใน บมจ.อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) ซึ่งจะเข้าลงทุนระยะยาว และเมื่อถึงเวลาที่ครบกำหนดที่พันธมิตรได้ตกลง กันว่าจะต้องถือลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 ปี กบข.จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งโดยอาจจะถือลงทุนต่อ
ทั้งนี้ ในวันที่ 29 พ.ย. กบข.จะส่งตัวแทนเพื่อรับฟังคำสั่งของศาลฎีกา กรณีที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ยื่นเรื่องเพื่อให้ผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิในการซื้อหุ้นก่อนการเข้าลงทุนของ กบข. จะทำให้สัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 13.5% อีกประมาณ 3-4% เป็นประมาณ 17%
โดยขณะนี้ กบข. อยู่ระหว่างการเสนอขอเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนเพิ่มจาก 20% เป็น 25% ในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศปัจจุบัน กบข. ลงทุนในสัดส่วน 10% ซึ่งเต็มเพดานการลงทุน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการขอเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเช่นกัน โดยจะขอเพิ่มจาก 10% เป็น 20% เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงจากการลงทุน
โดยที่ผ่านมาการลงทุนในต่างประเทศด้านตราสารหนี้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4-5% ขณะที่ ตรสารทุนได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ปัจจุบัน กบข. มีสินทรัพย์สุทธิรวม 280,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อผลตอบแทนจากการลงทุน เนื่องจากไม่สามารถโยกย้ายเงินเพื่อไปลงทุนในตราสารอื่นๆที่ให้ผลตอบแทนที่ดีได้ทัน
นายวิสิฐ กล่าวอีกว่า กบข.ยังมีความสนใจที่จะลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ในลักษณะร่วมทุน โดยในเบื้องต้นได้มีการหารือกับกองทุนเทมาเซค เพื่อตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาการลงทุนในโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อสังหาริมทรัพย์ ระบบขนส่ง ไฟฟ้า เป็นต้น
เนื่องจากในอนาคตประเทศไทยต้องการเงินเพื่อนำมาลงทุนในโครงการต่างๆจำนวนมาก กบข.จะเข้ามาลงทุนในในรูปแบบการซื้อพันธบัตร หรือรูปแบบอื่นๆ ซึ่งอาจเป็นการจัดตั้งกองทุนหรือการทำซีเคียวริไทรเซชัน ซึ่งต้องรอสรุปแผนอีกครั้งหนึ่งโดยที่ผ่านมาการร่วมงานกับต่างประเทศทำให้ประสิทธิภาพในการบริหารงานของกบข.มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับวานนี้การลงนามเพื่อบันทึกความเข้าใจกับบริษัทเอกชนในประเทศสิงคโปร์ ในการ ร่วมทุนในโรงแรมฮอลิเดย์อินที่ภูเก็ต โดย กบข. จะถือหุ้นในสัดส่วน 25% ใช้เงินลง 350 ล้านบาท ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการลงทุนในโรงแรมอื่นๆ อีก
นายวิสิฐ กล่าวอีกว่า ในปีหน้าเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตต่อเนื่อง โดยระดับเงินเฟ้อ จะปรับตัวลดลงจากปีนี้ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยก็จะปรับขึ้นไม่มาก หลังจากที่ปรับขึ้นถึง 2.75% ในช่วง 1 ปีซึ่งในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุการณ์ ในลักษณะนี้ ในส่วนเรื่องของความขัดแย้งของคนบางกลุ่มก็น่าจะคลี่คลายได้ ซึ่งน่าจะทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนดีกว่าปีนี้
สำหรับความคืบหน้า เรื่องการขอจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ขณะที่อยู่ระหว่างการการยื่นเรื่องเพื่อแก้พระราชบัญญัติให้สามารถจัดตั้งกองทุน ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลในช่วงเดือน ม.ค.49 และจะสามารถจัดตั้งได้ในเดือน มี.ค.49 ทั้งนี้ จะมีการหาพันธมิตรในประเทศร่วมดำเนินการ โดยผลิตภัณฑ์ที่จะเสนอ ขายจะเป็นในรูปของการออมเพื่อเกษียณอายุ โดยจะไม่เน้นธุรกิจกองทุนรวม
|
|
 |
|
|