|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ซิเมนต์ไทยโฮมมาร์ท"เดินหน้าปั้นร้านค้าตัวแทนจำหน่ายปรับรูปแบบเป็นโมเดิร์นเทรด พร้อมทุ่มงบกว่า 40 ล้านบาท ออกภาพยนตร์โฆษณา จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ลุยอัดแคมเปญ แจกบ้าน, ทองคำมูลค่ารวม 11 ล้านบาท หวังกระตุ้นยอดขายปี 49 มั่นใจเพิ่มยอดขายตัวแทนจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 20% ระบุแนวโน้มตลาดวัสดุก่อสร้างแข่งดุต่อเนื่อง ตั้งเป้ายอดขายปี 49 ไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท เติบโตจาก ปี 48 ที่มียอดขาย 45,000 ล้านบาท 10%
นายกฤช กุลเนตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิเมนต์ไทยการตลาด จำกัด ธุรกิจจัดจำหน่ายในเครือซิเมนต์ไทย กล่าวว่า ในปี 48 บริษัทตั้งเป้าว่าจะมีรายได้จากยอดขายสินค้าในร้านค้าซิเมนต์ไทยโฮมมาร์ทและตัวแทนจำหน่ายรวม 45,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2547 ประมาณ 10% โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขาย ผลิตภณฑ์ซีเมนต์ 50% การขายวัสดุก่อสร้าง 35% และการขายวัสดุก่อสร้างประเภทเหล็ก 15% ส่วนในปี 2549 บริษัทตั้งเป้าว่า จะมีอัตราการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 10% หรือมียอดขาย 50,000 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากการขายสินค้าใน 3 กลุ่ม ดังกล่าวเท่าๆ กับในปี 2548 ทั้งนี้ การตั้งเป้าเติบโตดังกล่าว ในขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ มีการชะลอตัวนั้น เนื่องจากเชื่อมั่นว่าการขยายตัวของการก่อสร้างจะมีอัตราการขยายตัวในส่วนของต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น ประกอบกับเป็นปีของการเริ่มต้นพัฒนาโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลด้วย
สำหรับภาพตลาดรวมในช่วง 10 เดือนของปี 2548 ที่ผ่านมาตลาดค้าวัสดุก่อสร้างมีการ แข่งขันรุนแรงมาก โดยเฉพาะในช่วงปลายปี เนื่องจากการชะลอการพัฒนาโครงการ อสังหาริมทรพัย์ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันในตลาดวัสดุก่อสร้างที่รุนแรงขึ้น และคาดว่าแนวโน้มการแข่งในตลาดจะต่อเนื่องถึงปี 49 ซึ่ง ในปีนี้ผู้ประกอบการจำหน่ายวัสดุก่อสร้างจัดโปรโมชั่นและแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขายของตนเองเพิ่มขึ้น รวมถึงการ ปรับปรุงร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของแต่ละบริษัท เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าไปซื้อวัสดุก่อสร้าง
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นการซื้อของลูกค้า ในตลาดและดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการในร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ในปี 49 บริษัทมีแผนจะส่งเสริมให้ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายปรับรูปแบบร้านค้าเป็นโมเดิร์นเทรดมากขึ้น โดยตั้งเป้าว่าในปีหน้า จะส่งเสริมให้ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายปรับปรุงรูปแบบร้านค้าเป็น ร้านซิเมนต์ ไทยโฮมมาร์ท เพิ่มขึ้นจำนวน 80 ราย ซึ่งจะทำ ให้มีตัวแทนจำหน่ายร้านค้าในรูปแบบโมเดิร์นเทรดไม่ต่ำกว่า 320 ร้านค้า จากเดิมที่ปัจจุบันที่มีตัวแทนจำหน่ายที่ปรับรูปแบบร้านค้าเป็นแบบโมเดิร์นเทรดแล้ว 240 ร้านค้า จากจำนวน ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด 450 ร้านค้าทั่วประเทศ
โดยการส่งเสริมตัวแทนจำหน่าย 80 ราย ให้ปรับปรุงร้านค้าเป็นโมเดิร์นเทรดนี้ จะแบ่งเป็นร้านค้าซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท แม็กซ์ 25 ร้านค้า ซึ่งจะทำให้มีตัวแทนจำหน่ายในส่วนของ ร้านค้า ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท แม็กซ์ เพิ่มเป็น 75 ร้านค้าโดยร้านค้าซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท แม็กซ์ จะเน้นขายสินค้าครบวงจร เกี่ยวกับการก่อสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุง และตกแต่งบ้าน ส่วนร้านค้าซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท บลิวเดอร์ จะเพิ่มขึ้นอีก 55 ร้านค้า หรือมีร้านค้าซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท บลิวเดอร์ เพิ่มขึ้นเป็น 190 ร้านค้า ทั่วประเทศ โดยร้านค้าซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท นี้จะเน้นขายวัสดุก่อสร้างเป็นหลัก
นายกฤช กล่าวว่า เพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์การแข่งขันในตลาดที่จะรุนแรงขึ้นในปี 49 และกระตุ้นยอดขาย และการซื้อของลูกค้า บริษัทได้เตรียมงบประมาณ 40 ล้านบาท ในการส่งเสริมโปรแกรมการขาย โดยจัดทำภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ เพื่อออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ และการจัดแคมเปญ กระตุ้นยอดขาย ในช่วงปลายปีไปถึงเดือน มี.ค. ปี 49 โดยจัดแคมเปญ แจกบ้านทองคำมูลค่า 1 ล้านบาท 5 รางวัล และจี้ทองคำมูลค่ากว่า 600 รางวัลมูลค่ารวมกว่า 11 ล้านบาท สำหรับลูกค้า ที่ซื้อสินค้าในร้านค้า ซิเมนต์ไทยฯ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ซึ่งสามารถส่งคูปองร่วมชิงโชค ที่จะมีการจับรางวัลมอบโชคทุกๆสิ้นเดือนเป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย.48-มี.ค.49
"เราคาดว่าการจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย และการปรับรูปแบบร้านค้าเป็นโมเดิร์นเทรด และเสริมบริการต่างๆ ในร้านค้าตัวแทน จำหน่าย จะช่วยให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการซื้อสินค้าในร้านค้าของซิเมนต์ไทยโฮมมาร์ทมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มียอดขายผ่านร้านค้าของตัวแทนจำหน่ายเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% ในปี 2549"นายกฤช กล่าว
|
|
 |
|
|