|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ ธันวาคม 2548
|
 |

ยูนิมิต เอนจิเนียริ่งเข้าระดมทุนในตลาด mai เพื่อขยายงานรองรับการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมีที่จะมีการลงทุนต่อเนื่องถึงกว่า 4 แสนล้านบาท
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นไม่เพียงส่งผลดีให้กับอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมีเท่านั้น อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องก็ยังพลอยได้รับผลดีตามไปด้วย บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ก็เป็นอีกรายหนึ่งที่เข้าข่ายดังกล่าว
"รายได้ของบริษัทจะขยายตัวตามอุตสาห-กรรมพลังงาน และปิโตรเคมี จากตัวเลขที่มีการประกาศออกมาจนถึงปี 2552 จะมีการลงทุนของ 2 อุตสาหกรรมนี้คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท" ไพบูลย์ เฉลิมทรัพยากร ประธานกรรมการ ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง กล่าว
ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง ก่อตั้งขึ้นในปี 2525 เริ่มต้นดำเนินธุรกิจด้านการรับจ้างออกแบบและผลิตภาชนะความดันขนาดใหญ่สำหรับบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้มที่ใช้ในสถานีบริการก๊าซ เนื่องจากมองเห็นโอกาสจากการที่ในขณะนั้นเริ่มมีการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีผู้ผลิตภาชนะความดันสำหรับบรรจุภายในประเทศ ต้องอาศัยการนำเข้าเพียงอย่างเดียว
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของบริษัทแบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ภาชนะ ความดัน ชิ้นส่วนเครื่องจักร โครงสร้างเหล็ก ภาชนะบรรจุสารเคมี การติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ โดยมีรายได้จากภาชนะความดันคิดเป็นสัดส่วน 58% ตามด้วยชิ้นส่วนเครื่องจักร สัดส่วน 20%
กลุ่มลูกค้าของยูนิมิตฯจะมีทั้งการจำหน่ายตรงให้กับบริษัทในอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมี อาทิ ปตท. ปตท.สำรวจ และ ผลิตปิโตรเลียม ไทยออยล์ บางจากปิโตรเลียม ไทยโอเลฟินส์ รวมถึงการจำหน่ายในลักษณะที่เป็นผู้รับเหมาช่วง (subcontractor) ให้กับผู้รับเหมาโครงการระดับโลกจากประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น
จากโอกาสของการขยายตัวในอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมีนี้เอง ทำให้ยูนิมิตฯ เตรียมขยายงานเพิ่มขึ้นด้วยการเข้าระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ mai โดยการเพิ่มทุนจาก 100 ล้านบาทเป็น 143 ล้านบาท ด้วยการขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 43 ล้านหุ้น คิดเป็น 30.07% ของทุนจดทะเบียนหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แบ่งการจัดสรรให้กับประชาชน 40 ล้านหุ้นและพนักงานบริษัทจำนวน 3 ล้านหุ้น
เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ยูนิมิตฯ จะนำไปใช้ในการขยายกำลังการผลิตเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยจะซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักรเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสำหรับขยายพื้นที่โรงงานและเครื่องจักร ประมาณ 50 ล้านบาท ซื้อที่ดินแห่งใหม่ขนาดพื้นที่ 140 ไร่ มูลค่าประมาณ 110 ล้าน บาทในช่วงไตรมาส 1 ปีหน้า เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับงานในอนาคต
นอกจากนี้ยังจะสร้างโรงงานและซื้ออุปกรณ์ รวมทั้งเครื่องจักรเพื่อเน้นงานด้าน Steel Structure และ Heat Exchanger ประมาณ 84 ล้านบาท สำหรับเงินส่วนที่เหลือจะเตรียมไว้เพื่อสร้างโรงงานและซื้อเครื่องจักรสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ในด้าน High Pressure Vessel ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของยูนิมิตฯ และยังไม่มีโรงงานในไทยผลิตมาก่อน โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโรงงาน และซื้อเครื่องจักรในช่วงไตรมาส 2 ปี 2550 และพร้อมทำการผลิตได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป
ขณะเดียวกันยูนิมิตฯ กำลังศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการผลิตถังบรรจุก๊าซ NGV ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ผลิตในประเทศไทยและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเชื่อว่าปริมาณความต้องการใช้ถังบรรจุก๊าซ NGV จะมีเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลจากภาวะราคาน้ำมันแพง ทำให้ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนพลังงานทางเลือกเพื่อลดการ นำเข้า และทาง ปตท.มีโครงการที่จะเปิดสถานีบริการก๊าซ NGV 120 แห่ง ภายในปี 2551 จากปัจจุบันที่มีอยู่เพียง 8 แห่ง
ทั้งนี้หากผลการศึกษาพบว่าโครงการนี้มีความคุ้มค่าทางธุรกิจจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2550 ใช้เงินลงทุนราว 300 ล้านบาท โดยจะใช้แหล่งเงินทุนส่วนหนึ่งจากกำไรสะสมของบริษัทและการกู้เงินอีกส่วนหนึ่ง
"ทาง ปตท.คาดว่าในระยะ 6 ปีข้างหน้าจะมีการใช้ถังบรรจุ NGV ถึง 8 แสนใบ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการผลิตในประเทศและต้องนำเข้ามาจากอินเดียและอิตาลี" ไพบูลย์กล่าว
จากแผนการขยายงานที่วางไว้ทำให้ผู้บริหารมั่นใจว่ายูนิมิตฯ จะมีอัตราการขยายตัวของรายได้เฉลี่ยปีละ 15% ตลอดระยะ 3 ปีข้างหน้า โดยอาศัยจุดเด่นจากประสบการณ์ที่มีอยู่กว่า 20 ปี อีกทั้งยังได้รับรองมาตรฐานการผลิตจากหน่วยงานในประเทศสหรัฐอเมริกาและเยอรมนี ทำให้ได้รับความเชื่อถือจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
โดย ณ วันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ยูนิมิตฯ มีงานที่เซ็นสัญญาแล้วและจะส่งมอบงานให้กับลูกค้าในปีนี้ จำนวน 283.69 ล้านบาท และมูลค่างานส่วนที่เหลือของปี 2549 จำนวน 390.25 ล้านบาท ซึ่งงานที่จะส่งมอบในปีหน้าบางส่วนจะมีการรับรู้รายได้ภายในปีนี้ ตามหลักเกณฑ์การรับรู้รายได้ตามสัดส่วนความสำเร็จของงาน รวมทั้งยังมีโอกาสที่จะได้รับงานเพิ่มเติมจากช่วงไตรมาส 4 ปีนี้อีกด้วย
|
|
 |
|
|