|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"กิตติรัตน์" ลงนามหนังสือถึง "ประชัย เลี่ยวไพรัตน์" ให้พ้นจากการเป็นกรรมการ 3 บจ. โดยเร็วหลังก.ล.ต.ยืนยันการกล่าวโทษ พร้อมเตรียมเสนอบอร์ดวันนี้ขยายเวลาเพิกถอนบริษัทในรีแฮบโกอีก 1 ปี แต่ไม่ยืนยันว่าจะมีการยืดเวลา ขึ้นอยู่กับมติบอร์ด เผยขณะนี้มี 2-3 บริษัท ที่ไม่พยายามฟื้นฟูฯ จึงสมควร ถูกเพิกถอน ไม่ได้รับขยายเวลา
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า วานนี้ (22 พ.ย.) ตนได้ลงนามในหนังสือถึงนาย ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องให้ นายประชัย พ้นจากการเป็นกรรมการ และผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน 3 บริษัท ได้แก่ บมจ.อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย(TPI) บมจ.ทีพีไอโพลีน (TPIPL) และ บมจ.บางกอกสหประกันภัย (BKI)
นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากคณะกรรมการอุทธรณ์ได้มีการพิจารณามาเวลาหนึ่ง โดยอ้างถึงการอุทธรณ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นั้นจบแล้ว โดยการที่ ก.ล.ต.ยืนยันการกล่าวโทษนั้นว่าถูกต้อง
ทั้งนี้ นายประชัยจะต้องพ้นจากการเป็นกรรมการและควรที่จะต้องให้ความร่วมมือกับทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะที่เป็นบริษัทจดทะเบียน ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯที่มีมานานแล้ว ซึ่งนายประชัย ก็ทราบดี การที่ไม่ดำเนินการที่จะพ้นจากการเป็นกรรมการและผู้บริหารโดยการแสดง สปีริตนั้นถือว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งหวังว่านายประชัยจะให้ความร่วมมือกับทางตลาดหลักทรัพย์
"การส่งหนังสือไปถึงนายประชัยก็ควรที่จะมีการออกจากการเป็นกรรมการให้เร็วที่สุดยิ่งดี"
สำหรับการที่ศาลล้มละลายกลางได้มีการพิจารณาแล้วว่านายประชัย ไม่จำเป็นที่จะพ้นจากการ เป็นกรรมการและผู้บริหาร ซึ่งหากบริษัทดังกล่าวไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียน หรือ บริษัทจำกัด (มหาชน) ที่ไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯก็ไม่มีเหตุที่จะต้องพ้นจากการเป็นกรรมการ แต่ในเมื่อเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ควรที่จะปฏิบัติตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯ
เสนอบอร์ดตลท.เลื่อนถอดบจ.
นายกิตติรัตน์ ยังเปิดเผยถึงหุ้นในกลุ่มฟื้นฟูกิจการ(รีแฮบโก) ซึ่งขณะนี้มี 2-3 บริษัท ที่อาจจะมีการถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยจะไม่ได้รับโอกาสที่จะได้รับขยายเวลาการฟื้นฟู เนื่องจากฝ่ายจัดการและเจ้าหน้าไม่มีความพยายามที่จะมีการดำเนินงานฟื้นฟูกิจการให้มีความคืบหน้าเพื่อที่จะกลับเข้ามาซื้อขายในหมวดปกติ
"บริษัทที่ไม่พยายามที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อที่จะให้กลับมาซื้อขายในหมวดปกติ จากการที่ผ่านเจ้าหนี้ และฝ่ายจัดการไม่มีความสนใจที่จะดำเนินงานให้มีความก้าวหน้านั้นไม่สมควรที่จะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่บริษัทมีความพยายามอย่างจริงจังแต่ติดขัดที่ฐานะทางการเงินของบริษัทที่ยังไม่ได้ตามเกณฑ์นั้นก็ไม่จำเป็นที่จะเพิกถอนออกไปหรือไม่"
ในวันนี้ (23 พ.ย) ตนเองจะมีการเสนอเรื่องการการขยายเวลาการฟื้นฟูกิจการของบริษัทที่อยู่ในหมวดรีแฮบโก ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ (บอร์ดตลาดฯ) พิจารณาซึ่งจะเป็นลักษณะการสอบถามความเห็นว่าสมควรที่จะทบทวนให้มีการ ขยายเวลาฟื้นฟูหรือไม่ ไม่ได้เป็นการเสนอว่าควรที่จะมีการยืดเวลา
จากที่จะมีการยกเลิกหมวดรีแฮบโกในเดือน 27 มี.ค. 49 เนื่องจาก เศรษฐกิจได้มีการเติบโต แต่โตในระดับที่ชะลอตัว จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจจะมีการเติบโตเร็วอย่างที่คาดไว้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา
"ทั้งนี้หากมีการยืดเวลาก็ไม่ควร ควรที่จะทำครั้งเดียวไม่ควรหลายครั้ง ผมเห็นว่าน่าจะเป็น 1 ปี ซึ่งต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีความพยายามที่จะดำเนินการให้ตรงตามเกณฑ์เพื่อจะกลับเข้าซื้อขายในกลุ่มปกติ แต่ไม่สามารถแก้ได้ทันภายในปี 2548 ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีการขยายเวลาหรือไม่ เพราะไม่มีการการันตีว่าบอร์ดจะยืดเวลาแน่ ซึ่งก็ขึ้น อยู่กับมติของบอร์ดตลาดว่าจะเป็นยังไง ทั้งนี้หากบอร์ดยึดเส้นตายเดิมก็มีหลายบริษัทที่จะตายแน่"
โดยส่วนตัวก็เห็นด้วยที่จะมีการเข้าจดทะเบียนทางอ้อม(แบล็กดอร์ลิสติ้ง) ซึ่งการทำดังกล่าวก็ไม่ได้เสียหายอะไร หากนำธุรกิจที่ดีเข้ามาจดทะเบียน
|
|
 |
|
|