Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน23 พฤศจิกายน 2548
ไอเอ็นจีตั้งเป้าปีหน้าโตอีก20% เน้นออกตราสารหนี้เกาะดอกเบี้ย             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด

   
search resources

ไอเอ็นจี (ประเทศไทย), บลจ.
Funds




บลจ.ไอเอ็นจีตั้งเป้าปีหน้า สินทรัพย์ขยายตัวอีก 20% หลังปีนี้เติบโตไปแล้วกว่า 30% เผยยังเน้นกองทุนตราสารหนี้เป็นหลัก แต่อายุการลงทุนจะยาวขึ้นจากระยะสั้นๆ 6 เดือนเป็น 2 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ประเดิมไตรมาสแรกปีหน้า

นายจุมพล สายมาลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทในปีหน้าว่า จะยังคงเน้นออกกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยน แปลงของอัตราดอกเบี้ย โดยในช่วงไตรมาส แรกจะมีกองทุนตราสารหนี้อายุประมาณ 2 ปี ซึ่งเป็นกองทุนที่อายุยาวขึ้นจาก 6 เดือนหรือ 1 ปีที่เน้นออกในปีนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุน ทั้งนี้ เนื่องจากเชื่อว่าในช่วงดังกล่าวอัตราดอกเบี้ยน่าจะขยับขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว

โดยในปีหน้า บริษัทตั้งเป้าการเติบโต ประมาณ 20% จากปีนี้ที่ขยายตัวแล้วประมาณ 30% ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์ ภายใต้การบริหารรวมประมาณ 1.1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.3 หมื่นล้านบาทในช่วงสิ้นปี 2547 ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นการขยายตัวมาจากกองทุนตราสารหนี้ ทั้งตราสารหนี้เอกชนที่เปิดขายในช่วงต้นปีและตราสารหนี้ภาครัฐที่มีความมั่นคง และมีความเสี่ยงน้อยกว่าในช่วงครึ่งหลังของปี รวมถึงกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์) ที่ออกมาทั้งหมด 3 กองทุนด้วย

"ปีนี้เราเติบโตแล้วประมาณ 30% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 20% โดยส่วนใหญ่มาจากกองทุนตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งในปีหน้าและปีต่อๆ ไป เราตั้งเป้าจะเติบโตให้ได้ปีละ 20% ไปเรื่อยๆ" นายจุมพลกล่าว

นายจุมพลกล่าวต่อว่า สำหรับแผน การออกกองทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะมีกองทุนออกมาอีกทั้งหมด 3 กองทุน ซึ่งมีทั้งกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนตราสารหนี้ และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) โดยล่าสุดบริษัทได้เปิดขายหน่วยลงทุนสำหรับกองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย บิ๊กแคป หุ้นระยะยาว กองทุนรวมหุ้นระยะยาวกองใหม่ มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาทระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายนถึงวันที่ 9 ธันวาคมนี้

โดยกองทุนดังกล่าวเน้นลงทุนในหุ้นบิ๊กแคปขนาดใหญ่ที่มีมาร์เกตแคปมาก กว่ามาร์เกตแคปรวมของตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ 2% ขึ้นไปหรือลงทุนในหุ้นที่มีขนาดตั้งแต่ 100,000 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้ กองทุนจะกระจายการลงทุนออกไปในเซกเตอร์ต่างๆ และเลือกหุ้นที่มีผลประกอบการดี มีศักยภาพและที่สำคัญต้องเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีนโยบายจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วย 1 ครั้งต่อปีด้วย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนในช่วงนี้ เชื่อว่าน่าจะเป็นช่วงที่ดัชนีลดลงค่อนข้างต่ำแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ไปหากดัชนีปรับตัวขึ้นไปอีกครั้ง การลงทุนในหุ้นในกลุ่มบิ๊กแคปน่าจะได้รับผลดี

สำหรับกองทุนตราสารหนี้ บริษัทจะเปิดขายหน่วยลงทุนอีก 1 กองทุน คือ กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย พันธบัตร ระยะสั้น 4 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ลงทุนพันธบัตรรัฐบาลอายุประมาณ 6 เดือน ซึ่งกองทุนดังกล่าวเป็น กองทุนที่ต่อเนื่องมาจากกองทุน เปิด ไอเอ็นจี ไทย พันธบัตร ระยะสั้น 1, 2 และ 3 ที่เปิดขายไปแล้วก่อนหน้านี้ และได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีบริษัทยังจะเปิดขายกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย คุ้มครองเงินต้นเพื่อการเลี้ยงชีพ 4 ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่จัดตั้งขึ้นต่อเนื่องจากกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย คุ้มครองเงินต้นเพื่อการเลี้ยงชีพ กองที่ 1, 2 และ 3 ที่เปิดขายหน่วยลงทุนไปแล้วก่อนหน้านี้เช่นกัน

นายจุมพลกล่าวสรุปงานมหกรรมการลงทุนครบวงจรครั้งที่ 4 หรือ SET in The City 2005 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ภาพรวมงานดังกล่าวอาจจะไม่คึกคักมากนักเมื่อเทียบกับการจัดงานในช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากบรรยากาศการลงทุนในหุ้นไม่เอื้ออำนวย ทำให้ไม่คึกคักเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ลงทุนที่เข้ามาลงทุนกับไอเอ็นจี พบว่าส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจการลงทุนในกองทุนรวมมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากครั้งก่อนหน้านี้

โดยในส่วนของ บลจ.ไอเอ็นจี มีธุรกรรมการลงทุนผ่านกองทุนรวมทั้งกองทุนตราสารหนี้ กองทุนหุ้น กองทุนรวมหุ้นระยะยาว และกองทุนรวมเพื่อการเลียงชีพภายในงานดังกล่าวเข้ามาประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงพอสมควร เนื่องจากผู้ลงทุนส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนรายย่อย และประชาชนทั่วไปที่เข้ามาชมงานดังกล่าว

สำหรับภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้น นายจุมพลกล่าวว่า การที่บริษัท กฝผ. จำกัด (มหาชน) ต้องเลื่อนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกไปนั้น เชื่อว่ามีผลกระทบต่อการลงทุนในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากผู้ลงทุนส่วนใหญ่คาดหวังว่าหุ้นดังกล่าว ซึ่งเป็นหุ้นที่มีมาร์เกต แคปขนาดใหญ่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นการลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้ แต่เมื่อต้องเลื่อน ออกไป ทำให้การลงทุนในหุ้นอาจจะเงียบเหงาลงบ้าง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us