|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
TR ประกาศแตกพาร์จาก 10 บาทเหลือ 1 บาท พร้อมจ่ายปันผลหุ้นละ 12 บาท วันที่ 16 กุมภาพันธ์ปีหน้า หลังผลงานงวดสิ้นปี 48 มีกำไร 1,532 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีที่แล้ว 22% เนื่องจากยอดขายเพิ่มและรายได้อื่นรับรู้สูง
นายพี.เอ็ม. บาจาจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน) (TR) แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 60 เมื่อที่ 19 พฤศจิกายน 2548 โดยที่ประชุมได้ลงมติในวาระสำคัญคืออนุมัติงบดุลและงบกำไรขาดทุนของบริษัทฯ ซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้ว และรายงานของผู้สอบบัญชีสำหรับรอบปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 48 พร้อมกับลงมติเป็นเอกฉันท์เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติให้จัดสรรเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 12.00 บาทโดยเงินปันผลจำนวนรวม 241.92 ล้านบาท จะถูกตัดจากบัญชีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรและกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 49
กำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 13 ในวันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2549เวลา 16.00 น. ณ ห้องซาลอนแอทธินี โรงแรมพลาซ่าแอทธินี ถนนวิทยุ กรุงเทพมหานคร โดยระเบียบวาระการประชุมปรากฎในเอกสารแนบท้าย 2 และกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น/กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมและรับเงินปันผล ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2549 เวลา 12.00 น. จนกว่าการประชุมผู้ถือหุ้นจะแล้วเสร็จ
ลงมติเป็นเอกฉันท์เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ จากเดิมมูลค่า หุ้นละ 10 บาท เป็น 1 บาทลงมติเป็นเอกฉันท์เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติให้บริษัทแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 4 ของบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นข้างต้น และให้แต่งตั้ง นายพูรานมัล บาจาจ เป็นกรรมการคนใหม่ของบริษัท
โดยงบการเงินงวดสิ้นปีของบริษัทสิ้นสุด 30 กันยายน 48 พบว่า มีผลกำไรสุทธิเป็นจำนวน 1,532 ล้านบาทในปีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิในงวดเดียวกันของปี47 ที่มีจำนวน 1,257 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.87 % ในงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 7 %หรือ 331 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายเพิ่มขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียเพิ่มขึ้น 718 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 97%) เมื่อเปรียบเทียบกับผลกำไรจำนวน 364 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัทร่วม และมีกำไรจากค่าเงินและมีรายได้จากบริษัทร่วม
นอกจากนี้ บริษัทฯ บันทึกบัญชีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 20 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวน 33 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท และมีดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้น 51 %หรือ 18 ล้านบาท เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นและยอดเงินฝากเพิ่มขึ้น
สำหรับรายได้อื่นจากเงินปันผลรับ เพิ่มขึ้น 96 %หรือ 40 ล้านบาท เนื่องจากหนึ่งในบริษัทร่วมเลิกกิจการจึงประกาศจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมทั้งหมด และมีดอกเบี้ยจ่ายลดลงจำนวน 0.642 ล้านบาท หรือ 72% เนื่องจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น กำไรสุทธิต่อหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเท่ากับ 75.97 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดบัญชีเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีผลกำไรต่อหุ้นในอัตราหุ้นละ 62.33 บาท
|
|
 |
|
|