"พรีมาเวสท์"เผยกลยุทธ์ลุย ตลาดกองทุนรวมปีหน้าเดินหมากเกาะกระแสอัตราดอกเบี้ยเล็งคลอดกองทุนตราสารหนี้ทั้งระยะสั้น-ระยะยาว พร้อมส่งกองทุนหุ้นระดม ทุนเพิ่มอีก 2 กองทุน มั่นใจทั้งปีนี้สินทรัพย์ขยับเพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาท หรือขยายตัวเต็ม 100%
นายเพิ่มพล ประเสริฐล้ำ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) พรีมาเวสท์ จำกัด เปิดเผยถึงแผน การดำเนินงานปีหน้าว่า คงจะเน้นกองทุน ตราสารหนี้เป็นหลัก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นซึ่งลักษณะของกองทุนที่จะออกมานั้นมีทั้งตราสารหนี้อายุสั้นๆ เช่น 6 เดือนหรือ 1 ปี และตราสารหนี้ที่อายุยาวขึ้น เช่น อายุ 2-3 ปี ทั้งนี้ ในส่วนกองทุนที่อายุสั้นๆ อาจจะมีไม่มากนัก เพราะมีการคาดการณ์ว่าอัตรา ดอกเบี้ยอาจจะเริ่มอยู่ตัวในช่วงกลางปีหน้า
สำหรับกองทุนหุ้นนั้น ขณะนี้มีกอง ทุนที่ได้รับอนุมัติจัดตั้งกองทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว 2 กองทุนคือ กองทุนเปิดพรีมาเวสท์ผสมหุ้นทุน มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท และกองทุนปิดพรีมาเวสท์ทาร์เกต 18/18 ซึ่งเป็นกองทุนหุ้นที่มีอายุโครงการ 18 เดือน มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท
โดยทั้ง 2 กองทุน คาดว่าจะยังไม่ สามารถเปิดขายหน่วยลงทุนได้ในปีนี้ เนื่องจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ช่วงนี้ยังมีปัจจัยที่มีผลกระทบหลายอย่าง ซึ่งมีส่วนทำให้นักลงทุนมองการลงทุนใน หุ้นว่าเป็นแง่ลบ กลัวความเสี่ยง และไม่กล้าเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนผ่าน กองทุนหุ้นถึงแม้ว่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะเข้าไปลงทุนก็ตาม ดังนั้น จึงต้องรอจังหวะการลงทุนที่เหมาะสมมากกว่านี้
"ช่วงนี้ผู้ลงทุนยังไม่กล้าลงทุนในกองทุนหุ้น เพราะมีปัจจัยเข้ามากระทบหลายอย่าง บวกกับการที่กฟผ.เลื่อนการ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออกไป ยิ่งทำให้ลำบากมากขึ้น ดังนั้น หากจะนำกองทุนออกมาขายในช่วงนี้คงต้องรอดูความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวก่อน รวมทั้งต้องรอดูการขยายตัวของเศรษฐกิจทั้งปีนี้และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนด้วย ซึ่งหลังจากช่วงปีใหม่แล้วค่อยมาพิจารณาอีกครั้ง" นายเพิ่มพลกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกเชื่อว่าผู้ลงทุนเองคงต้องมองหาการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้อยู่ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ และมั่นคงมากกว่า รวมทั้งให้ผลตอบแทนที่สูงเมื่อเทียบกับการฝากเงินด้วย
สำหรับแผนการออกกองทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ นายเพิ่มพลกล่าวว่า บริษัทยังเหลือกองทุนที่จะเปิดขายหน่วย ลงทุนอีก 4 กองทุนในช่วง 2 เดือนนี้ โดยในเดือนพฤศจิกายน บริษัทจะเปิดขายหน่วยลงทุนอีก 2 กอง คือ กองทุนเปิดกรุงศรี-พรีมาเวสท์ พันธบัตรรัฐบาลคุ้ม ครองเงินต้น 2 และกองทุนเปิดกรุงศรี-พรีมาเวสท์ ฟิกซ์อินคัม 2 ซึ่งจะเปิดขายหน่วยลงทุนพร้อมกันระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน -2 ธันวาคมนี้
ทั้งนี้ กองทุนเปิดกรุงศรี-พรีมาเวสท์ พันธบัตรรัฐบาลคุ้มครองเงินต้น 2 มีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาทอายุ 2 ปี ลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาล โดยจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติทุก 6 เดือน จำนวน 4 ครั้ง ครั้งละ 3.70%, 4.00%, 4.30% และ 4.6% ตามลำดับ ส่วนกองทุนเปิดกรุงศรี-พรีมาเวสท์ ฟิกซ์อิน-คัม 2 มีมูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท ลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาลอายุประมาณ 5 เดือน และรับผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 3.20%
ส่วนในช่วงเดือนธันวาคมนั้น บริษัทจะเปิดขายกองทุนตราสารหนี้และ กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) อีกอย่างละ 1 กองทุน ซึ่งกองทุนตราสาร หนี้นั้นมีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท และยังคงเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ขณะที่กองทุน FIF จะเป็นกองทุนที่ใกล้เคียงกับกองทุนพรีมาเวสท์ อินเตอร์เนชั่นแนล บอนด์ คุ้มครองเงินต้นที่เปิดขายไปก่อนหน้านี้ แต่จะมีอายุที่ยาวขึ้นจาก 1 ปี 5 เดือน เป็น 2 ปี
ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่า นายเพิ่มพล กล่าวว่า จากการระดมทุนผ่านกองทุนรวมทั้งปีนี้ คาดว่าบริษัทจะมีอัตรา การเติบโตประมาณ 100% ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 ล้านบาท จากประมาณ 6,000 ล้านบาท ในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้บริษัทจะมีสินทรัพย์ เพิ่มขึ้นเป็น 12,000 ล้านบาท
สำหรับการแข่งขันในปีหน้า เชื่อว่ายังอยู่ในระดับสูงต่อไป เห็นได้จากบลจ. ที่มีเครือข่ายธนาคารแม่ช่วยหนุน เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องของนโยบายและภาพลักษณ์เพื่อให้มีความสอดคล้อง และชัดเจนขึ้น
โดยในส่วนของพรีมาเวสท์ซึ่งเป็นบริษัทในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยานั้น คงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร เนื่องจาก ที่ผ่านมาแบรนด์ของพรีมาเวสท์เองก็เป็นที่รู้จักของนักลงทุนอยู่แล้ว
|