Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน21 พฤศจิกายน 2548
พรีมาเวสท์เดินเกมตามดอกเบี้ย! เข็นตราสารหนี้สั้น-ยาวบุกตลาด             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรีมาเวสท์ จำกัด (มหาชน)

   
search resources

พรีมาเวสท์, บลจ. - Prima Vest
Funds




"พรีมาเวสท์"เผยกลยุทธ์ลุย ตลาดกองทุนรวมปีหน้าเดินหมากเกาะกระแสอัตราดอกเบี้ยเล็งคลอดกองทุนตราสารหนี้ทั้งระยะสั้น-ระยะยาว พร้อมส่งกองทุนหุ้นระดม ทุนเพิ่มอีก 2 กองทุน มั่นใจทั้งปีนี้สินทรัพย์ขยับเพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาท หรือขยายตัวเต็ม 100%
นายเพิ่มพล ประเสริฐล้ำ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) พรีมาเวสท์ จำกัด เปิดเผยถึงแผน การดำเนินงานปีหน้าว่า คงจะเน้นกองทุน ตราสารหนี้เป็นหลัก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นซึ่งลักษณะของกองทุนที่จะออกมานั้นมีทั้งตราสารหนี้อายุสั้นๆ เช่น 6 เดือนหรือ 1 ปี และตราสารหนี้ที่อายุยาวขึ้น เช่น อายุ 2-3 ปี ทั้งนี้ ในส่วนกองทุนที่อายุสั้นๆ อาจจะมีไม่มากนัก เพราะมีการคาดการณ์ว่าอัตรา ดอกเบี้ยอาจจะเริ่มอยู่ตัวในช่วงกลางปีหน้า

สำหรับกองทุนหุ้นนั้น ขณะนี้มีกอง ทุนที่ได้รับอนุมัติจัดตั้งกองทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว 2 กองทุนคือ กองทุนเปิดพรีมาเวสท์ผสมหุ้นทุน มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท และกองทุนปิดพรีมาเวสท์ทาร์เกต 18/18 ซึ่งเป็นกองทุนหุ้นที่มีอายุโครงการ 18 เดือน มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท

โดยทั้ง 2 กองทุน คาดว่าจะยังไม่ สามารถเปิดขายหน่วยลงทุนได้ในปีนี้ เนื่องจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ช่วงนี้ยังมีปัจจัยที่มีผลกระทบหลายอย่าง ซึ่งมีส่วนทำให้นักลงทุนมองการลงทุนใน หุ้นว่าเป็นแง่ลบ กลัวความเสี่ยง และไม่กล้าเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนผ่าน กองทุนหุ้นถึงแม้ว่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะเข้าไปลงทุนก็ตาม ดังนั้น จึงต้องรอจังหวะการลงทุนที่เหมาะสมมากกว่านี้
"ช่วงนี้ผู้ลงทุนยังไม่กล้าลงทุนในกองทุนหุ้น เพราะมีปัจจัยเข้ามากระทบหลายอย่าง บวกกับการที่กฟผ.เลื่อนการ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออกไป ยิ่งทำให้ลำบากมากขึ้น ดังนั้น หากจะนำกองทุนออกมาขายในช่วงนี้คงต้องรอดูความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวก่อน รวมทั้งต้องรอดูการขยายตัวของเศรษฐกิจทั้งปีนี้และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนด้วย ซึ่งหลังจากช่วงปีใหม่แล้วค่อยมาพิจารณาอีกครั้ง" นายเพิ่มพลกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกเชื่อว่าผู้ลงทุนเองคงต้องมองหาการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้อยู่ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ และมั่นคงมากกว่า รวมทั้งให้ผลตอบแทนที่สูงเมื่อเทียบกับการฝากเงินด้วย

สำหรับแผนการออกกองทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ นายเพิ่มพลกล่าวว่า บริษัทยังเหลือกองทุนที่จะเปิดขายหน่วย ลงทุนอีก 4 กองทุนในช่วง 2 เดือนนี้ โดยในเดือนพฤศจิกายน บริษัทจะเปิดขายหน่วยลงทุนอีก 2 กอง คือ กองทุนเปิดกรุงศรี-พรีมาเวสท์ พันธบัตรรัฐบาลคุ้ม ครองเงินต้น 2 และกองทุนเปิดกรุงศรี-พรีมาเวสท์ ฟิกซ์อินคัม 2 ซึ่งจะเปิดขายหน่วยลงทุนพร้อมกันระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน -2 ธันวาคมนี้

ทั้งนี้ กองทุนเปิดกรุงศรี-พรีมาเวสท์ พันธบัตรรัฐบาลคุ้มครองเงินต้น 2 มีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาทอายุ 2 ปี ลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาล โดยจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติทุก 6 เดือน จำนวน 4 ครั้ง ครั้งละ 3.70%, 4.00%, 4.30% และ 4.6% ตามลำดับ ส่วนกองทุนเปิดกรุงศรี-พรีมาเวสท์ ฟิกซ์อิน-คัม 2 มีมูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท ลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาลอายุประมาณ 5 เดือน และรับผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 3.20%

ส่วนในช่วงเดือนธันวาคมนั้น บริษัทจะเปิดขายกองทุนตราสารหนี้และ กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) อีกอย่างละ 1 กองทุน ซึ่งกองทุนตราสาร หนี้นั้นมีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท และยังคงเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ขณะที่กองทุน FIF จะเป็นกองทุนที่ใกล้เคียงกับกองทุนพรีมาเวสท์ อินเตอร์เนชั่นแนล บอนด์ คุ้มครองเงินต้นที่เปิดขายไปก่อนหน้านี้ แต่จะมีอายุที่ยาวขึ้นจาก 1 ปี 5 เดือน เป็น 2 ปี

ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่า นายเพิ่มพล กล่าวว่า จากการระดมทุนผ่านกองทุนรวมทั้งปีนี้ คาดว่าบริษัทจะมีอัตรา การเติบโตประมาณ 100% ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 ล้านบาท จากประมาณ 6,000 ล้านบาท ในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้บริษัทจะมีสินทรัพย์ เพิ่มขึ้นเป็น 12,000 ล้านบาท

สำหรับการแข่งขันในปีหน้า เชื่อว่ายังอยู่ในระดับสูงต่อไป เห็นได้จากบลจ. ที่มีเครือข่ายธนาคารแม่ช่วยหนุน เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องของนโยบายและภาพลักษณ์เพื่อให้มีความสอดคล้อง และชัดเจนขึ้น

โดยในส่วนของพรีมาเวสท์ซึ่งเป็นบริษัทในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยานั้น คงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร เนื่องจาก ที่ผ่านมาแบรนด์ของพรีมาเวสท์เองก็เป็นที่รู้จักของนักลงทุนอยู่แล้ว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us