Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มกราคม 2540








 
นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2540
ปี 2540 เบทาโกรจะขยายงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพมากขึ้น             
 

 
Charts & Figures

ผังองค์กรใหม่ New Organization Chart


   
www resources

โฮมเพจ เครือเบทาโกร

   
search resources

เครือเบทาโกร
อรอนงค์ ศิริรังคมานนท์
Agriculture




"เครือเบทาโกรมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยจะทยอยเข้าจดทะเบียนทีละสายธุรกิจไป"

นั่นเป็นคำบอกเล่าของ อรอนงค์ ศิริรังคมานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ของเครือเบทาโกร เธอขยายความต่อไปถึงแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ในขั้นแรกนั้นจะนำบริษัทที่อยู่ในสายธุรกิจการเกษตร ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจดั้งเดิมอายุเกือบ 30 ปี เป็นตัวนำร่องเข้าจดทะเบียนก่อน ในนามบริษัท เบทาโกร อโกรกรุ๊ป

"ความจริงแล้ว เรามีความคืบหน้าไปมากแล้ว กล่าวคือ เราได้ยื่นคำขอให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สินเอเชีย เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งราคาหุ้นอยู่ที่ประมาณ 40-50 บาท แต่ตอนนี้สถานการณ์ตลาดยังไม่ค่อยสดใสนัก เราอาจจะเลื่อนการซื้อขายไปอีกระยะหนึ่ง อาจจะประมาณเดือน ก.พ. 40 ก็เป็นได้"

สาเหตุที่ทางผู้บริหารเลือกสายธุรกิจนี้ เนื่องจากสายเกษตรเป็นธุรกิจดั้งเดิมของบริษัทมีรายได้เป็นอันดับหนึ่ง คือ ปีละ 8,500 ล้านบาทเศษ หรือคิดเห็น 89% และเป็นการทำธุรกิจที่เป็นเกษตรแบบครบวงจร มีความมั่นคงแน่นอนสูง

สำหรับธุรกิจของเครือเบทาโกรนั้น แบ่งออกเป็น 4 สาย คือ 1. สายเกษตร 2. สายเทคโนโลยีและชีวภาพ 3. สายอสังหาริมทรัพย์ และ 4. สายเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ยอดขายรวมขงเครือเบทาโกรนั้น ประมาณปีละ 10,000 ล้านบาท รายได้จากสายเกษตรครองอันดับ 1 ตามมาด้วยสายเทคโนโลยีและชีวภาพ มีรายได้เป็นอันดับสองประมาณ 1,200 ล้านบาท ที่เหลือกระจายกันไปในสายที่ดิน และคอมพิวเตอร์

นอกจากนี้ อรอนงค์ ยังได้กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีหน้าของเครือเบทาโกร ว่าจะมีการปรับปรุงองค์กรในภาพกว้างทั้งระบบ ซึ่งการปรับครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับพนักงานในระยะยาวอีกทางหนึ่งด้วย

ซึ่งภาพรวมของธุรกิจในปีหน้านั้น จะพยายามขยายมูลค่าเพิ่มให้แก่ทุกสายธุรกิจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาจะมีรายได้จากสายเกษตรเป็นหลัก โดยสายเกษตรนี้จะเน้นการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น และในระยะต่อไปนี้จะเน้นการสร้างรายได้จากสายเทคโนโลยีและชีวภาพมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากประเทศไทยมีการพัฒนาขึ้นไปมาก แต่ในเรื่องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตไม่ได้มีการเตรียมรองรับไว้ เป็นผลให้ประชาชนกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น และทุกคนเพิ่งมาเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี และเชื่อว่าโอกาสขยายตัวในงานเหล่านี้มีสูงมาก

"คืออย่างน้อยพยายามให้สายเทคโนโลยีมีสัดส่วนยอดขายให้ได้ 40% ของมูลค่ารวมทั้งหมดให้ได้ภายใน 3 ปีนับจากนี้ ดังนั้น ในปี 2540 ถือว่าเป็นปีที่สายเทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้นทีเดียว"

และหมวกอีกใบที่เธอสวมอยู่ คือ ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท เบทาโกร เทคโนโลยี คอร์เปอเรชั่น ซึ่งอยู่ในสายธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ โดยงานล่าสุดที่เป็นผลงานของบริษัท คือ การเข้าไปประมูลงานสร้างโรงงานวัคซีนไก่ให้กับศูนย์ผลิตชีวภัณฑ์ กรมปศุสัตว์ ตั้งอยู่ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นการทำสัญญาแบบเทิร์นคีย์ มูลค่ากว่า 786 ล้านบาท จะเสร็จสมบูรณ์ในราวเดือนเมษายน ปี 2540 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจด้านอื่น ๆ อีก เรื่องอาหารสัตว์ เช่น อาหารกุ้ง ปลา สุนัข แมว

ในส่วนของธุรกิจที่คาดว่าจะทำเป็นรายต่อไป คือ ทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยจะเป็นการร่วมลงทุนกับต่างประเทศ โดยล่าสุด คือ การร่วมทุนกับบริษัทโกลเดอร์ แอสโซซิเอท จากประเทศแคนาดา ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทชั้นนำอันดับ 10 ของโลก มีสาขาอยู่ถึง 60 แห่งทั่วโลก จัดตั้งบริษัท บีทีจี โกลเดอร์ เอนเวอร์ลอฟเม้นท์ มีทุนจดทะเบียนระยะแรก 5 ล้านบาท จะเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค. ปีนี้ และนายกรัฐมนตรีของแคนาดาจะเป็นประธานในพิธีเปิด

วัตถุประสงค์ในการตั้งบริษัทดังกล่าว เพื่อดำเนินธุรกิจทางด้านสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร ตั้งแต่น้ำ อากาศ ของแข็ง อรอนงค์ บอกว่า เราจะเข้าไปประมูลงานทุกประเภทตั้งแต่การทำบ่อบำบัดน้ำเสีย อากาศ ขยะ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม

อรอนงค์ บอกว่า ขณะนี้บริษัทกำลังเสนอโครงการบำรุงรักษาเจ้าพระยาเข้าไปยัง ดร.พิจิตต รัตตกุล ผู้ว่ากทม. ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างดี แต่ยังไม่ได้มีข้อสรุปที่เป็นทางการออกมา

"เรามองว่า ควรจะรีบเยียวยาเจ้าพระยาเสียแต่เนิ่น ๆ อย่าให้แย่ไปกว่านี้ ถ้าโครงการนี้ร่วมมือกันได้ เราก็จะเสนอบำบัดไปอีกตามคลองใหญ่ ๆ ที่มีความสำคัญ เช่น คลองภาษีเจริญ คลองแสนแสบ ถ้าทำได้สำเร็จจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ซึ่งเราจะใช้เทคโนโลยีจากประเทศแคนาดา"

เนื่องจากบริษัทที่เบทาโกร ร่วมทุนนี้มีประสบการณ์ในการทำทรีทเม้นท์หรือบำบัดน้ำเสียในแม่น้ำลำคลองที่มีปัญหามาแล้วมากมายในประเทศต่าง ๆ เช่น คลองเวนิส ในประเทศอิตาลี เลคบีวา ในประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกงฮาเบอร์ ที่ฮ่องกง สำหรับงบประมาณในการใช้จ่ายคาดว่า จะไม่สูงมากนัก ถ้าทำทั่วกรุงเทพฯ ในระยะแรก ทางแคนาดาอาจจะจัดสรรงบประมาณให้เปล่าได้ส่วนหนึ่ง

นอกจากนั้น ทางสายเทคโนโลยีชีวภาพ ยังมีโครงการอื่น ๆ ทางด้านสิ่งแวดล้อมอีก เช่น การเปิดให้บริการห้องแล็บ ในงานด้านอาหาร ยา และสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการให้เอกชนที่ไม่สามารถมีห้องแล็บเองสามารถขอใช้บริการได้ หรือนักศึกษาที่อาจจะมีปัญหาเรื่องห้องแล็บไม่พอใจในสถาบันการศึกษาก็มาขอใช้จากบริษัทได้

สำหรับประวัติส่วนตัวนั้น อรอนงค์ ถือว่าเป็นนักชีวเคมีเต็มตัว เธอจบวิทยาศาสตร์รุ่นแรกจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และไปจบปริญญาโทาทางด้านไบโอเคมี จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลองบีช สหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ที่บริษัทลีเวอร์ บราเธอร์ และเธออยู่กับเบทาโกรมา 18 ปีเศษ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us