|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ยื่นเรื่องรัฐพิจารณา ลดภาษีเหลือ 0% ในส่วนของซีดีที่มากับหนังสือ และฟิล์มนำเข้าจากต่างประเทศ หวังลดต้นทุนสู้กับสิงคโปร์
นายธนะชัย สันติชัยกูล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ทางภาครัฐมีนโยบายที่จะปรับโครงสร้างอัตราภาษีสิ่งพิมพ์ใหม่ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ของไทยมีการขยายตัวอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสมาคมฯเองยังมีความเห็นว่าสิ่งที่ภาครัฐพิจารณานั้นยังไม่ครอบคลุม
ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้เสนอปัญหาต่างๆ ที่ภาครัฐอาจจะยังไม่ได้พิจารณาหลายประเด็นคือ 1. เรื่องแผ่นซีดีที่ติดมากับหนังสือ ซึ่งทางกรมศุลกากรตีความว่าจะต้องแยกออกมาจากตัวหนังสือ จึงคิดเก็บภาษีอีก 30% สมาคมฯ เสนอให้ยกเลิกเป็น 0% 2.การผลิตสิ่งพิมพ์ในไทย บางครั้งจะใช้ฟิล์มที่ส่งมาจากต่างประเทศในการพิมพ์ต้นฉบับ ซึ่งทางกรมศุลกากร คิดเก็บภาษีฟิล์มส่วนนี้ 30% สมาคมฯ เสนอให้ยกเลิกเป็น 0%
3.ขอให้ธุรกิจสิ่งพิมพ์ทั้งหมดเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เป็น 0% ไม่ใช่ 7% เพราะทุกวันนี้ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มทำให้ ต้นทุนต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งสำนักพิมพ์ไม่สามารถขอคืนภาษีได้ ทำให้ต้องมีต้นทุนสูงจึงไปบวกรวมกับราคาขายหนังสือ 4. การนำเข้านิตยสารต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในไทย ควรจะมีการลดภาษีนำเข้าลงบ้าง
ประเด็นที่สมาคมฯ เสนอไปนั้น ล้วนแต่เป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ในไทยอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันนี้ ในต่างประเทศโดยเฉพาะในเอเชียเช่นที่ ฮ่องกง สิงคโปร์ ภาษีเหล่านี้เขาเลิกไปหมดแล้ว ทำให้เขามีความได้เปรียบกว่าในประเทศไทยมาก ดังนั้นการที่สมาคมฯ มีแผนที่จะผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งหนังสือก็จะลำบาก ถ้ายังมีอุปสรรคจากปัจจัยดังกล่าว
นายธนะชัยกล่าวว่า หากปัญหาต่างๆ ได้รับการแก้ไขตามที่สมาคมฯ เสนอไปนั้น จะเป็นผลดีอย่างมากต่ออุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ในไทย เพราะจะทำให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางของสิ่งพิมพ์ได้ และสามารถต่อสู้กับสิงคโปร์ได้ อีกทั้งจะทำให้มีงานจากต่างประเทศเข้ามาพิมพ์ในไทยมากขึ้น
นอกจากนั้นแล้ว ในฐานะที่เป็นนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสืออาเชียน ซึ่งรวบรวมสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเชียนทั้งหมด 7 ประเทศ ประกอบด้วยไทย เวียดนาม ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มีแผนที่จะจัดงานบุ๊คเอ็กซ์โปในกรุงเทพฯ ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งใหญ่เพื่อจะยกระดับของงานให้สู้กับระดับโลกได้ ซึ่งปัจจุบันนี้งานยิ่งใหญ่คือที่บุ๊คแฟร์ที่เยอรมัน ส่วนในเอเชียคือจีนกับญี่ปุ่นขณะเดียวกัน ยังมีแผนที่จะเชิญอีก 3 ประเทศ เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมฯ ด้วยคือ บรูไน เขมร พม่า
ปัจจุบันตลาดหนังสือโดยเฉพาะพ็อคเก็ตบุ๊คในไทยมีการเติบโตค่อนข้างดี มีปริมาณการออกเล่มใหม่ๆมากกว่า 10-20 เล่มต่อวัน อีกทั้งการอ่านหนังสือของคนไทยมีเพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่อ่านประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าต่อวัน เพิ่มเป็น 1 ชั่วโมงกว่าต่อวัน
อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางสมาคมฯ มีแนวคิดที่จะทำการเก็บรวมรวมข้อมูลเพื่อทำการสำรวจดัชนีการอ่านของคนไทยเองเป็นครั้งแรก โดยนำเอาฐานข้อมูลจากสมาชิกฯและการจัดจำหน่าย และจากการสอบถามความเห็นเพื่อตัวเลขที่ใช้ในการอ้างอิง เนื่องจากที่ผ่านมาทางสำนักงานสถิติแห่งชาติมีฐานข้อมูลในการจัดเก็บไม่สมบูรณ์ ซึ่งสมาคมฯ จะเริ่มในเดือนหน้านี้
|
|
 |
|
|