ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์เตรียมระดมทุนเพิ่มเป็น 6,000 ล้านบาทในปี 49 หวังใช้เป็นทุนรุกธุรกิจอสังหาฯ พร้อมจัดตั้งกองทุน อสังหาฯ กอง 1 ขายให้ประชาชนทั่วไปมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ตั้งเป้าขึ้นแท่น 1 ใน 3 ภายใน 3-4 ปี ขณะเดียวกันก็เตรียมเปิดตัวคอนโดฯหรู เดอะ เอ็มไพร์ เพลส สาทร มูลค่า 4,700 ล้านบาท ชูจุดขายราคาต่ำกว่าคู่แข่งเดอะเมท-อินฟินิตี้ พร้อมดีไซน์แตกต่างแบบดูเพล็กซ์ 2 ชั้นบนเนื้อที่ 100 ตร.ม.
นายเฉิน เหลียนปัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า ใน ปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ กอง 1 ขนาด 250 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยจะนำสินทรัพย์ที่เป็นอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า ซึ่งอาจซื้อโครงการอื่นเข้ามาเพื่อให้ปริมาณสินทรัพย์และมูลค่าให้น่าสนใจ ต่อนักลงทุน ส่วนผลตอบแทนนั้นตั้งไว้ที่ประมาณ 6-7% โดยขายให้กับประชาชนทั่วไปเช่นเดียวกับกองทุนรวมของเซ็นทรัลรีเทล
อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งกองทุนอสังหาฯในไทยยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการลงทุน คือสามารถลงทุนได้เฉพาะในสินทรัพย์ที่มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถระดมเงินไปพัฒนาแล้วขายได้ ทำให้ไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติมากนัก ใน ขณะที่ในต่างประเทศ อาทิ ฮ่องกง จีน และในอีกหลายๆ ประเทศ สามารถระดมเงินเพื่อไปพัฒนาโครงการแล้วขายได้ ซึ่งหากไทยเปิดโอกาสให้กองทุน สามารถระดมเงินไปพัฒนาเพื่อขายก็จะทำให้มีความน่าสนใจต่อนักลงทุนต่างชาติมากขึ้นอีก
ก่อนหน้านี้ กองทุนแคปปิตอลแลนด์ ซึ่งถือเป็นกองทุนของรัฐบาลที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ได้เข้าไปจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงภายใต้ ชื่อ ฮ่องกง ลิงค์ ซึ่งเป็นกองทุนอสังหาฯที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะเดียวกันก็ได้ลงทุนตั้งกองทุนอสังหาฯในประเทศจีนอีกด้วยด้วย
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 3,800 ล้านบาทเป็น 5,000-6,000 ล้านบาท หรือเพิ่มอีกประมาณ 1,200-2,200 ล้านบาท จากผู้ถือหุ้นคือ จากกลุ่มแคปปิตอล แลนด์ จากสิงคโปร์ที่ถือ 40% และที่เหลือ 60% เป็น ของ กลุ่มทีซีซี แลนด์ ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี โดยการระดมทุนในครั้งนี้เพื่อนำลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งประเภทแนวสูงและแนวราบ โดยตั้งสัดส่วนการลงทุนไว้ที่แนวสูง 60% และแนวรายอีก 40%
ทั้งนี้ ในเดือนธันวาคมนี้ บริษัทจะเปิดตัวโครงการ เดอะ เอ็มไพร์ เพลส สาทร มูลค่า 4,700 ล้านบาท ตั้งอยู่บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ซอย 4 เนื้อที่กว่า 5 ไร่ พัฒนาเป็นที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมจำนวน 440 ยูนิต ขนาด พื้นที่ใช้สอย ตั้งแต่ 65-465 ตร.ม.ราคาขายจะต่ำกว่าคู่แข่งในตลาด ย่านเดียวกันคือประมาณ 98,000110,000 บาท/ ตร.ม. ซึ่งจะต่ำกว่าคู่แข่งคือ เดอะเมท ที่ริมถนนสาทรที่ขายปัจจุบัน 130,000 บาท/ตร.ม. ขณะที่โครงการดิอินฟินิตี้ ซึ่งอยู่ตรงข้ามตึกเอ็มไพร์ ราคาขาย 120,000 บาท/ตร.ม. และมีการขายต่อกันในตลาดประมาณ 140,000 บาท/ตร.ม.
นอกจากราคาขายที่ต่ำแล้วรูปแบบการดีไซน์พื้นที่ใช้สอยยังต่างจากคู่แข่ง คือ ของบริษัทจะทำเป็นดูเพล็กซ์ 2 ชั้น ซึ่งจะทำให้แยกกันอย่างชัดเจนระหว่างพื้นที่สำหรับรับแขก และห้องนอน คอนเซ็ปต์ดังกล่าวทีซีซีฯ ถือว่าเป็นรายแรกที่ทำ ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นจะทำลักษณะนี้ก็เฉพาะห้องที่เป็นเพนต์เฮาส์เท่านั้น นอกจากนี้ยังเตรียมที่จะนำโครงการดังกล่าวไปโรดโชว์ในฮ่องกง และสิงคโปร์ ในต้นปีหน้าอีกด้วย
นายเฉินกล่าวถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทว่า มีแผนที่จะพัฒนาประมาณ 6 โครงการ มูลค่าประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท ต่อปี เพื่อที่จะให้รายได้มีเสถียรภาพ ตั้งเป้าว่าใน 3-5 ปีข้างหน้า จะขึ้นมาเป็น 1 ใน 3 ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทยที่คาดว่าจะมียอดรายได้ 9,000-10,000 ล้านบาท ต่อปี ในขณะที่ปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้เข้ามาเพียง 600 ล้านบาท
สำหรับในปี 2549 บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการ รอยัล เรสซิเดนท์ โครงการบ้านหรูระดับไฮเอนด์ บนถนนเกษตรนวมินทร์ ตั้งอยู่บนที่ดิน 77 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของบริษัท แม่คือ ทีซีซีแลนด์ ที่มีที่ดินในบริเวณดังกล่าวกว่า 300 ไร่ ประกอบด้วย บ้านขนาด 160 ตร.ม. ขึ้นไปถึง 1 ไร่ จำนวน 79 ยูนิต ระดับราคาเริ่มต้นที่ 35-100 ล้านบาท เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้บริหารระดับสูง โดยจะเปิดขายในเดือนมกราคม 2549 และภายในโครงการดังกล่าว บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาเป็นมิกซ์โปรดักต์ ที่รวบรวมทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน วิลเลจเซ็นเตอร์ ดิสเคานต์มอลล์ ชอปปิ้งเซ็นเตอร์ ออโต้มอลล์ โดยจะเป็นการดึงนักลงทุนเข้ามาพัฒนา คาดว่าจะใช้เวลาในการพัฒนาไม่ต่ำกว่า 5 ปี
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาโครงการคอนโด มิเนียม มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาทต่อในเดือนมีนาคม ซึ่งโครงการดังกล่าวจะอยู่บนพื้นที่ 5 ไร่ ในซอยสุขุมวิท 24 เดิมเป็นที่ดินของ" ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล" ที่ใช้สร้าง "บ้านหนังไทย" ของเสกสรร ชัยเจริญ หรือ หนุ่มเสก โดยซื้อมาในราคา 2.5 แสนบาทต่อตร.ม. ซึ่งโครงการนี้มีจำนวนห้องพัก 300-350 ยูนิต ระดับ ราคาอยู่ที่ 8.5 หมื่นบาทต่อตร.ม.
สำหรับในช่วงปลายไตรมาส 2 บริษัทจะเปิดตัวเฟสแรกของโครงการคอนโดมิเนียม ความสูง ระดับกลาง เฟสแรก ที่พัฒนาบนพื้นที่ 4 ไร่ จากทั้งหมด 200 ไร่ ในนอร์ทปาร์ค มูลค่าโครงการในเฟสแรกจะอยู่ที่ราว 1.5-2 พันล้านบาท ระดับราคาประมาณ 6-7 หมื่นบาทต่อตร.ม. หลังจากนั้นวางแผน ที่จะพัฒนาโครงการอาคารสำนักงาน เพื่อรองรับกับศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผน ส่วนโครงการที่จะเปิดตัวเป็นโครงการสุดท้ายในไตรมาสสุดท้ายปีหน้า อยู่ระหว่างการพิจารณาที่ดินของบริษัท ทีซีซีแลนด์ที่มีอยู่
ขณะที่โครงการปัจจุบันที่อยู่ระหว่างการพัฒนาการก่อสร้าง ได้แก่ แอทธินี เรสซิเด้นท์ คอนโดมิเนียม ถนนวิทยุ ซึ่งขณะนี้มียอดขายแล้ว 90% และวิลล่า ราชครู คอนโดมิเนียม ในซอยพหลฯ 5 มียอดขายแล้ว 90%
ปัจจุบันกลุ่ม ทีซีซี แคปปิตอล แลนด์ เริ่มต้น ส่วนใหญ่เป็นโครงการสูงเป็นหลัก ขณะที่แนวราบมีเพียงโครงการเดียว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะหุ้นส่วน จากสิงคโปร์เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องตึกสูงมากกว่า แนวราบ และอีกส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องของที่ดินที่นำมาพัฒนาล้วนเป็นทำเลที่ดินใจกลางเมือง ที่มีต้นทุนและขนาดเหมาะกับการพัฒนาคอนโดมิเนียมมากกว่าแนวราบ
โดยที่ดินที่นำมาพัฒนาโครงการมีทั้งที่ดินที่ทยอยซื้อจากพอร์ตของ บริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด และซื้อที่ดินจากรายอื่นเข้ามาเพื่อพัฒนาแต่ละโครงการ ปัจจุบัน ทีซีซี แลนด์ มีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนา 9 โครงการ แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 4 โครงการ บ้านเดี่ยว 1 โครงการ และอาคารสำนักงาน 4 โครงการ กับ 1 ศูนย์การค้า
|