Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน15 พฤศจิกายน 2548
"เจริญ"ตั้งกองทุนหมื่นล.หวังปั้นทีซีซีฯขึ้นท็อป3             
 


   
search resources

ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์, บจก.
Real Estate




ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์เตรียมระดมทุนเพิ่มเป็น 6,000 ล้านบาทในปี 49 หวังใช้เป็นทุนรุกธุรกิจอสังหาฯ พร้อมจัดตั้งกองทุน อสังหาฯ กอง 1 ขายให้ประชาชนทั่วไปมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ตั้งเป้าขึ้นแท่น 1 ใน 3 ภายใน 3-4 ปี ขณะเดียวกันก็เตรียมเปิดตัวคอนโดฯหรู เดอะ เอ็มไพร์ เพลส สาทร มูลค่า 4,700 ล้านบาท ชูจุดขายราคาต่ำกว่าคู่แข่งเดอะเมท-อินฟินิตี้ พร้อมดีไซน์แตกต่างแบบดูเพล็กซ์ 2 ชั้นบนเนื้อที่ 100 ตร.ม.

นายเฉิน เหลียนปัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า ใน ปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ กอง 1 ขนาด 250 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยจะนำสินทรัพย์ที่เป็นอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า ซึ่งอาจซื้อโครงการอื่นเข้ามาเพื่อให้ปริมาณสินทรัพย์และมูลค่าให้น่าสนใจ ต่อนักลงทุน ส่วนผลตอบแทนนั้นตั้งไว้ที่ประมาณ 6-7% โดยขายให้กับประชาชนทั่วไปเช่นเดียวกับกองทุนรวมของเซ็นทรัลรีเทล

อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งกองทุนอสังหาฯในไทยยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการลงทุน คือสามารถลงทุนได้เฉพาะในสินทรัพย์ที่มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถระดมเงินไปพัฒนาแล้วขายได้ ทำให้ไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติมากนัก ใน ขณะที่ในต่างประเทศ อาทิ ฮ่องกง จีน และในอีกหลายๆ ประเทศ สามารถระดมเงินเพื่อไปพัฒนาโครงการแล้วขายได้ ซึ่งหากไทยเปิดโอกาสให้กองทุน สามารถระดมเงินไปพัฒนาเพื่อขายก็จะทำให้มีความน่าสนใจต่อนักลงทุนต่างชาติมากขึ้นอีก

ก่อนหน้านี้ กองทุนแคปปิตอลแลนด์ ซึ่งถือเป็นกองทุนของรัฐบาลที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ได้เข้าไปจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงภายใต้ ชื่อ ฮ่องกง ลิงค์ ซึ่งเป็นกองทุนอสังหาฯที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะเดียวกันก็ได้ลงทุนตั้งกองทุนอสังหาฯในประเทศจีนอีกด้วยด้วย

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 3,800 ล้านบาทเป็น 5,000-6,000 ล้านบาท หรือเพิ่มอีกประมาณ 1,200-2,200 ล้านบาท จากผู้ถือหุ้นคือ จากกลุ่มแคปปิตอล แลนด์ จากสิงคโปร์ที่ถือ 40% และที่เหลือ 60% เป็น ของ กลุ่มทีซีซี แลนด์ ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี โดยการระดมทุนในครั้งนี้เพื่อนำลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งประเภทแนวสูงและแนวราบ โดยตั้งสัดส่วนการลงทุนไว้ที่แนวสูง 60% และแนวรายอีก 40%

ทั้งนี้ ในเดือนธันวาคมนี้ บริษัทจะเปิดตัวโครงการ เดอะ เอ็มไพร์ เพลส สาทร มูลค่า 4,700 ล้านบาท ตั้งอยู่บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ซอย 4 เนื้อที่กว่า 5 ไร่ พัฒนาเป็นที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมจำนวน 440 ยูนิต ขนาด พื้นที่ใช้สอย ตั้งแต่ 65-465 ตร.ม.ราคาขายจะต่ำกว่าคู่แข่งในตลาด ย่านเดียวกันคือประมาณ 98,000110,000 บาท/ ตร.ม. ซึ่งจะต่ำกว่าคู่แข่งคือ เดอะเมท ที่ริมถนนสาทรที่ขายปัจจุบัน 130,000 บาท/ตร.ม. ขณะที่โครงการดิอินฟินิตี้ ซึ่งอยู่ตรงข้ามตึกเอ็มไพร์ ราคาขาย 120,000 บาท/ตร.ม. และมีการขายต่อกันในตลาดประมาณ 140,000 บาท/ตร.ม.

นอกจากราคาขายที่ต่ำแล้วรูปแบบการดีไซน์พื้นที่ใช้สอยยังต่างจากคู่แข่ง คือ ของบริษัทจะทำเป็นดูเพล็กซ์ 2 ชั้น ซึ่งจะทำให้แยกกันอย่างชัดเจนระหว่างพื้นที่สำหรับรับแขก และห้องนอน คอนเซ็ปต์ดังกล่าวทีซีซีฯ ถือว่าเป็นรายแรกที่ทำ ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นจะทำลักษณะนี้ก็เฉพาะห้องที่เป็นเพนต์เฮาส์เท่านั้น นอกจากนี้ยังเตรียมที่จะนำโครงการดังกล่าวไปโรดโชว์ในฮ่องกง และสิงคโปร์ ในต้นปีหน้าอีกด้วย

นายเฉินกล่าวถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทว่า มีแผนที่จะพัฒนาประมาณ 6 โครงการ มูลค่าประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท ต่อปี เพื่อที่จะให้รายได้มีเสถียรภาพ ตั้งเป้าว่าใน 3-5 ปีข้างหน้า จะขึ้นมาเป็น 1 ใน 3 ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทยที่คาดว่าจะมียอดรายได้ 9,000-10,000 ล้านบาท ต่อปี ในขณะที่ปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้เข้ามาเพียง 600 ล้านบาท

สำหรับในปี 2549 บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการ รอยัล เรสซิเดนท์ โครงการบ้านหรูระดับไฮเอนด์ บนถนนเกษตรนวมินทร์ ตั้งอยู่บนที่ดิน 77 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของบริษัท แม่คือ ทีซีซีแลนด์ ที่มีที่ดินในบริเวณดังกล่าวกว่า 300 ไร่ ประกอบด้วย บ้านขนาด 160 ตร.ม. ขึ้นไปถึง 1 ไร่ จำนวน 79 ยูนิต ระดับราคาเริ่มต้นที่ 35-100 ล้านบาท เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้บริหารระดับสูง โดยจะเปิดขายในเดือนมกราคม 2549 และภายในโครงการดังกล่าว บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาเป็นมิกซ์โปรดักต์ ที่รวบรวมทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน วิลเลจเซ็นเตอร์ ดิสเคานต์มอลล์ ชอปปิ้งเซ็นเตอร์ ออโต้มอลล์ โดยจะเป็นการดึงนักลงทุนเข้ามาพัฒนา คาดว่าจะใช้เวลาในการพัฒนาไม่ต่ำกว่า 5 ปี

นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาโครงการคอนโด มิเนียม มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาทต่อในเดือนมีนาคม ซึ่งโครงการดังกล่าวจะอยู่บนพื้นที่ 5 ไร่ ในซอยสุขุมวิท 24 เดิมเป็นที่ดินของ" ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล" ที่ใช้สร้าง "บ้านหนังไทย" ของเสกสรร ชัยเจริญ หรือ หนุ่มเสก โดยซื้อมาในราคา 2.5 แสนบาทต่อตร.ม. ซึ่งโครงการนี้มีจำนวนห้องพัก 300-350 ยูนิต ระดับ ราคาอยู่ที่ 8.5 หมื่นบาทต่อตร.ม.

สำหรับในช่วงปลายไตรมาส 2 บริษัทจะเปิดตัวเฟสแรกของโครงการคอนโดมิเนียม ความสูง ระดับกลาง เฟสแรก ที่พัฒนาบนพื้นที่ 4 ไร่ จากทั้งหมด 200 ไร่ ในนอร์ทปาร์ค มูลค่าโครงการในเฟสแรกจะอยู่ที่ราว 1.5-2 พันล้านบาท ระดับราคาประมาณ 6-7 หมื่นบาทต่อตร.ม. หลังจากนั้นวางแผน ที่จะพัฒนาโครงการอาคารสำนักงาน เพื่อรองรับกับศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผน ส่วนโครงการที่จะเปิดตัวเป็นโครงการสุดท้ายในไตรมาสสุดท้ายปีหน้า อยู่ระหว่างการพิจารณาที่ดินของบริษัท ทีซีซีแลนด์ที่มีอยู่
ขณะที่โครงการปัจจุบันที่อยู่ระหว่างการพัฒนาการก่อสร้าง ได้แก่ แอทธินี เรสซิเด้นท์ คอนโดมิเนียม ถนนวิทยุ ซึ่งขณะนี้มียอดขายแล้ว 90% และวิลล่า ราชครู คอนโดมิเนียม ในซอยพหลฯ 5 มียอดขายแล้ว 90%

ปัจจุบันกลุ่ม ทีซีซี แคปปิตอล แลนด์ เริ่มต้น ส่วนใหญ่เป็นโครงการสูงเป็นหลัก ขณะที่แนวราบมีเพียงโครงการเดียว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะหุ้นส่วน จากสิงคโปร์เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องตึกสูงมากกว่า แนวราบ และอีกส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องของที่ดินที่นำมาพัฒนาล้วนเป็นทำเลที่ดินใจกลางเมือง ที่มีต้นทุนและขนาดเหมาะกับการพัฒนาคอนโดมิเนียมมากกว่าแนวราบ

โดยที่ดินที่นำมาพัฒนาโครงการมีทั้งที่ดินที่ทยอยซื้อจากพอร์ตของ บริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด และซื้อที่ดินจากรายอื่นเข้ามาเพื่อพัฒนาแต่ละโครงการ ปัจจุบัน ทีซีซี แลนด์ มีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนา 9 โครงการ แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 4 โครงการ บ้านเดี่ยว 1 โครงการ และอาคารสำนักงาน 4 โครงการ กับ 1 ศูนย์การค้า   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us