บสก.กรุยทางสู่นักพัฒนาที่ดินเต็มตัว หลังสั่งสมประสบการณ์จากการเรียกเก็บหนี้ ขายบ้านและทาวน์เฮาส์มานานถึง 7 ปี นำร่องจัดสรรที่ดินเปล่าย่านสุวรรณภูมิ บนพื้นที่ 20 ไร่ ส่วนแผนปี 49 ตั้งเป้าเก็บหนี้ 8,500 ล้านบาท
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) เป็นหน่วยงานที่จัดขึ้นตามนโยบายของรัฐที่ต้องการให้เข้ามาแก้ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ที่เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ระบบการเงินล่มสลายและภาวะเศรษฐกิจประเทศอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างรุนแรง ในช่วงปี 2542
บสก.จัดขึ้นเพื่อบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของธนาคาร กรุงเทพฯพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) ที่ต้องปิดกิจการลง โดยจดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายแรก มีทุนจดทะเบียน 54,700 ล้านบาท ภายหลังลดทุนจดทะเบียนเหลือ 13,675 ล้านบาท และต้องคืนเงินลดทุนจดทะเบียนต่อกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 41,025 ล้านบาท
ทั้งนี้ บสก.ได้ทำธุรกรรมตามนโยบายของภาครัฐมาจนกระทั่งถึงปี 2546 ภาครัฐได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของบสก.ที่จะเป็นองค์กรที่แก้ไขหนี้ด้อยคุณภาพในระบบเศรษฐกิจ จึงได้ขยายขอบเขตการทำธุรกรรมของบริษัทให้สามารถรับโอนหนี้ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินมาบริหารจัดการได้ด้วย
"ขอบข่ายการทำธุรกรรมของบสก.จะมีมากกว่าบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) บรรษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (แซม) และสามารถสร้างบ้านขายได้เหมือนกับการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ดังนั้น บสก.จึงไม่ต้องปิดกิจการเมื่อแก้ไขปัญหาเอ็นพีแอลแล้วเสร็จตามนโยบายของภาครัฐ นอกจากนี้ บสก.ยังมีแผนจะลงทุนพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรเพื่อข่ายเช่นเดียวกับกคช.และภาคเอกชนทั่วไป"บรรยง วิเศษมงคลชัยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บสก. กล่าว
บรรยง กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการทำตลาดที่อยู่อาศัยพอสมควร หลังจากที่ได้ทำตลาดเอ็นพีแอลที่มีทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ ที่ดินเปล่า โรงแรม และโรงงานมาแล้วจำนวนมาก ทำให้มั่นใจว่าในอนาคตจะสามารถเป็นผู้ประกอบการที่ดีได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ยังไม่พร้อมที่จะลงทุนโครงการมากนัก จะทยอยลงทุนปีละ 1-2 แห่งก่อน เพราะยังไม่เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้าง ส่วนในด้านการตลาดนั้นมีความมั่นใจเต็มที่ว่าจะสามารถขายแข่งกับผู้ประกอบการในตลาดได้
โดยในปีหน้า มีแผนที่จะลงทุนโครงการบ้านจัดสรร 1-2 แห่ง โครงการแรก ตั้งอยู่บริเวณสุวรรณภูมิ พื้นที่ 20 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการลงทุน คาดว่าจะทำเป็นที่ดินเปล่าแบ่งขาย ราคาตารางวาละ 10,000 บาทขึ้นไป ส่วนอีกโครงการยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด เพราะมีที่ดินหลายแปลงที่พร้อมจะนำมาพัฒนาโครงการ ซึ่งจะต้องศึกษาอย่างรอบคอบก่อนที่จะลงทุน
"ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ บสก.ยังไม่เก่งพอที่จะลงทุนสร้างบ้านขายเอง ซึ่งจะต้องเร่งให้พนักงานศึกษาถึงการลงทุนโครงการบ้านจัดสรรให้เชี่ยวชาญมากที่สุด เพื่อที่จะรองรับการขยายขอบข่ายการลงทุนของบสก.ในอนาคตที่จะผันตัวเองไปทำธุรกิจบ้านจัดสรรอย่างเต็มตัว"
กรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าวอีกว่า เพื่อให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจในลักษณะของธุรกิจบ้านจัดสรรมากยิ่งขึ้น บริษัทได้จัดแผนการฝึกอบรมพนักงาน และให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาโท ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมของบสก. จำนวน 10 ทุน และทุนระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตทางการประเมินราคา 2 ทุน คิดเป็นวงเงินกว่า 2 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ผ่านมาได้มอบนโยบายให้นำทรัพย์สินที่เป็นทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และอาคารพาณิชย์ มาปรับปรุงให้อยู่ในสภาพพร้อมอยู่ก่อนที่จะนำออกขาย และรับประกันซ่อมฟรี เพื่อสร้างแบรนด์บสก.ให้แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งในส่วนนี้นอกจากจะทำให้พนักงานมีความเชี่ยวชาญในการขายมากขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคว่า หากซื้อบ้านของบสก.จะเป็นบ้านที่ดี มีคุณภาพ
ในปี 2549 บสก.วางเป้าหมายจะรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารอีกกว่า 50,000 ล้านบาท โดยจะเรียกเก็บหนี้ให้ได้ 8,500 ล้านบาทและมีกำไรมากกว่า 1,000 ล้านบาท จากที่ปี 2548 ที่ตั้งเป้าเรียกเก็บหนี้จำนวน 8,100 ล้านบาท ซึ่งช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา เรียกเก็บหนี้แล้ว 6,400 ล้านบาท หรือคิดเป็น 79% และมีกำไร 2,000 ล้านบาท
ปัจจุบันบสก.มีเอ็นพีแอลที่อยู่ในความดูแลรวมทั้งสิ้น 150,000 ล้านบาท แ ละมีเอ็นพีเออีก 13,000 ล้านบาท คารดว่าสิ้นปีนี้ จะมียอดเอ็นพีแอลเพิ่มเป็น 170,000 ล้านบาท จากการรับซื้อเอ็นพีแอลของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธ.อ.ส.) 7,000 ล้านบาท และธนาคารไทยธนาคาร 19,000 ล้านบาท เข้ามาบริหารเพิ่มเติม และมีเอ็นพีเอที่ 12,000 ล้านบาท ซึ่งบสก.สามารถรับหนี้ด้อยคุณภาพได้ถึง 300,000 ล้านบาท จากที่คาดว่าปีหน้าจะมีสถาบันการเงินขายหนี้ถึงแสนกว่าล้านบาท
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบสก.สามารถส่งคืนเงินลดทุนแก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินจากผลการดำเนินงาน 3 ไตรมาสที่ผ่านมา 36,903 ล้านบาท คงเหลือที่ต้องส่งคืนอีกเพียง 4,122 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งคาดว่าภายในไตรมาสแรกของปีหน้า ก็จะส่งคืนหนี้ได้ครบจำนวนทั้งหมด 41,025 ล้านบาท
|