|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เปิดร่างแผนแม่บทพัฒนาตลาดทุนไทย ฉบับที่ 2 เตรียมบรรจุเปิดเสรีทางการเงิน เอฟทีเอไทย-สหรัฐฯ ปี 2549 โบรกเกอร์กองทุนอึ้ง ยังเตรียมตั้งรับไม่ทัน หวั่นเปิดทางต่างประเทศฮุบธุรกิจการเงินไทยเร็วเกิน ด้านแบงก์ไทยแข่งยังไงแบงก์ต่างประเทศก็ได้เปรียบ เพราะใหญ่และแกร่งกว่า ลูกค้าเงินฝากไปง่าย ด้าน "กัมปนาท" นายกฯโบรกฯระบุ ยังแค่หารือเพื่อกำหนดทิศทาง
แหล่งข่าวจากวงการค้าหลักทรัพย์เปิดเผยว่า ในการร่างแผนแม่บทพัฒนาตลาดทุนไทยฉบับที่ 2 ระหว่างปี 2549 - 2552 ที่คณะทำงาน ร่างแผนแม่บทฯได้หารือกันเป็นระยะๆ โดยในส่วนของประเด็นการ เปิดเสรีภาคการเงิน (เอฟทีเอ) ได้มีการนำมาหารือกันเพื่อบรรจุในร่างแผนแม่บทฯ ด้วย เนื่องจากในระดับนโยบายได้มีข้อสรุปกันในระดับหนึ่งแล้วซึ่งข้อตกลงเปิดเสรีทางการเงินไทยกับประเทศสหรัฐ- อเมริกาคาดว่าจะให้เกิดขึ้นในปี 2549
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าว ได้มีการถกเถียง และหารือถึงผลกระทบที่จะเกิดตามมาหากรีบเปิด เพราะหากมีการเปิดเสรีภาคการเงินตามที่สหรัฐอเมริกากดดันให้เปิดเต็ม 100% นั้นจะทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และกองทุนได้เต็มที่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจด้านการเงิน และตลาดทุนไทยทันที
สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากไทยรีบเปิดเสรีทางการเงิน ก็คือ ทำให้ต่างประเทศซึ่งมีเครือข่าย และมีศักยภาพมากกว่าเอกชนไทยก็จะทำให้ได้รับผลกระทบทั้งในส่วน ของธุรกิจโบรกเกอร์ ธุรกิจกองทุน และต่างประเทศน่าจะสนใจเรื่องการ ขายหน่วยลงทุน และมีความถนัด และจะมีกองทุนประเภทเฮดจ์ฟันด์เข้ามา
"โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เวลานี้เข้าใจว่าจะต้องมีการเปิดเสรีทาง การเงิน แต่การเปิดเสรีเต็ม 100 ในปี 2549 ทันที หลายคนมีความเป็นห่วงว่า จะเป็นการเปิดทางให้ต่างประเทศเข้ามาฮุบธุรกิจการเงิน โดย ที่เราตั้งรับไม่ทัน โดยเฉพาะธุรกิจกองทุนรวม ซึ่งต่างประเทศมีความเชี่ยวชาญมากและมีเป้าหมายสนใจธุรกิจนี้มาก"
นายกัมปนาท โลหเจริญวนิช กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนิตี้ จำกัด ในฐานะรองประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทยเปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาสภาธุรกิจตลาดทุนไทยได้มีการประชุมหารือเกี่ยวกับแผนแม่บทตลาดทุนซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะใช้ดำเนินการภายใน ระยะเวลา 5 ปีต่อไป
ทั้งนี้ การหารือแผนแม่บทตลาด ทุน ก็จะคำนึงถึงเกี่ยวกับเอฟทีเอ ว่าในสภาพแวดล้อมดังกล่าวควรที่จะกำหนดทิศทางอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ
"ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำแผนแม่บทตลาดทุนไทยอยู่ระหว่างการหารือร่วมกันและจะต้องเก็บข้อมูลต่างๆ เพราะจะเกี่ยว ข้องกับหน่วยงานต่างๆ หลังจากนั้นก็จะไปนำเสนอให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป" นายกัมปนาทกล่าว
นายกัมปนาทกล่าวว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่าบริษัทหลักทรัพย์เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็ได้มีการนำเสนอ ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับทราบ เพื่อที่จะได้ทราบว่าบริษัทหลักทรัพย์ต้องการจะเห็นเป็นอย่างไรบ้าง และทิศทางต่อไปจะดำเนินการอย่างไร
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในอนาคตนั้น รัฐบาลจะไม่มีการค้ำประกันเงินฝาก ซึ่งขณะนี้เงินออมของทั้งระบบจะเป็นเงิน ฝาก 90% อีก 10% เป็นการลงทุนอย่างอื่นเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงการลงทุน ดังนั้น เมื่อมีการเปิดเสรีทางการค้า (FTA) กับต่างประเทศก็จะทำให้ต่างประเทศเข้ามาประกอบธุรกิจได้ง่าย ก็จะส่งผลกระทบกับบริษัทในไทย เพราะต่างประเทศจะมีความมั่นคงกว่า เพราะธนาคารต่างประเทศ จะมีต้นทุนในการดำเนินงานต่ำกว่า ทำให้สามารถแข่งขันกับดอกเบี้ยเงินกู้ของไทยได้ ซึ่งตรงนี้ธนาคารที่เป็นต่างประเทศจึงมีความได้เปรียบกว่าธนาคารไทย
ดังนั้นประชาชนจึงนำเงินไปฝากกับธนาคารที่เป็นต่างชาติ เนื่องจาก มีความมั่นคง และเพื่อเสริมศักยภาพ การแข่งขัน ก็จะต้องมีการควบรวมเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวบริษัท ซึ่งบริษัทเพื่อจะแข่งกับสถาบันการเงินของต่างประเทศ
|
|
 |
|
|