CPF ใจป้ำจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 14 สตางค์ หลังโชว์ผลการ 9 เดือนกำไรทะยานกว่า 600% ขณะที่ไตรมาส 3 ฟันกำไรกว่า 2 พันล้านบาท พร้อมประกาศเดินหน้าผลิตสินค้าคุณภาพและปลอดภัย รุกสร้างตราสินค้าเพื่อดันยอดขายให้ได้ 2 หมื่นล้านบาทใน 5 ปี
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 2548 มียอดขาย 83,346 ล้านบาท เทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปี 2547 เพิ่มขึ้น 25% โดยมียอดขายเพียง 66,704 ล้านบาท และกำไรสุทธิจำนวน 6,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 600% จากปี 2547 ที่มีเพียง 857.12 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2548 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 83,912 ล้านบาท และอัตราหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.58 เท่า
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ปีนี้ CPF มียอดขายจำนวน 30,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากระยะเวลาเดียวกันของปี 2547 ที่มียอดขายเพียง 24,515 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจำนวน 2,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 270% จากปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิเพียง 554.12 ล้านบาท
พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานไตรมาสนี้ในอัตราหุ้นละ 0.14 บาท โดยจะทำการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2548 โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 21 พฤศจิกายน และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 ธันวาคม 2548 ซึ่งเมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลที่ได้จ่ายไปแล้ว 2 ครั้งในปีนี้ เท่ากับ 0.44 บาทต่อหุ้น
นายอดิเรก กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ CPF ที่เติบโตอย่างมากจากระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนาในทุกๆ ด้านของธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อให้มีรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ด้วย กระบวนการผลิตที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพ ทำให้ ณ วันนี้ CPFนับได้ว่าเป็นผู้ดำเนินธุรกิจเกษตรครบ วงจรที่มีระบบการตรวจสอบย้อนกลับของกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน ทำให้ลูกค้าและผู้บริโภคมั่นใจในสินค้าของบริษัท จึงเป็นผลให้ยอดขายในเกือบทุกส่วนธุรกิจมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากปีที่ผ่านมา
นายอดิเรก กล่าวด้วยว่า CPF เชื่อว่า ธุรกิจที่จะมีการขยายตัวได้อย่าง รวดเร็ว คือ สินค้าอาหารปรุงสุก (Cooked Food) และโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งอาหารไทยพร้อมรับประทานภายใต้ตราสินค้าของบริษัท (Thai Ready-to-Eat Meal) โดยได้มีการส่งออก ไปยังสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ซึ่งได้รับการตอบรับค่อนข้างดี
ขณะเดียวกัน ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์น้ำ ทั้งกุ้งและปลา เป็น อีกธุรกิจหนึ่งที่ CPF ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนงาน ในการผลิตเป็นสินค้าอาหารปรุงสุกและอาหารพร้อมรับประทาน เช่น เกี๊ยวกุ้งที่มีจำหน่ายผ่านเซเว่น- อีเลฟเว่นทั่วประเทศ ณ วันนี้ CPF จึงมีความพร้อมที่จะเป็น "ครัวของโลก" อย่างแท้จริง และมั่นใจยอดขายเพิ่มเป็น 200,000 ล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า
CPF ได้ทำการวิจัยและศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง และเล็งเห็นว่า ผู้บริโภคทั่วโลกได้ให้ความสำคัญต่อ "คุณภาพ และความปลอดภัยในการบริโภค" (Quality and Food Safety) มากขึ้น บริษัทจึงมีเป้าหมายที่จะเร่งสร้างตราสินค้าให้แข็งแกร่ง พร้อมรุกด้านกิจกรรมด้านการตลาด โฆษณาและประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ทราบถึงความใส่ใจของบริษัทในการผลิตสินค้าอาหารคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งบริษัทจะเร่งขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้นด้วย
ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงดำเนินกลยุทธ์เพื่อสร้างความพร้อมและความแข็งแกร่งในธุรกิจ โดยมีแผนงานในการปรับโครงสร้างเงินลงทุนและการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และแสวงหาโอกาสในการลงทุนใน ธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ หรือเป็นธุรกิจที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่บริษัท
|