|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แบงก์ชาติ เผยนักธุรกิจประเมินธุรกิจการท่องเที่ยวปี 49 มีแววฟื้น ตลาดประชุมสัมมนาเฟื่องรวมทั้งการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิในไตรมาส 4 ปี 2549 จะสามารถรองรับเที่ยวบิน ได้มากขึ้น ส่วนความไม่สงบ 3 จังหวัดภาคใต้ไม่กระทบการท่องเที่ยว โดยรวม เพราะเหตุการณ์ไม่กระจายออกนอกพื้นที่
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานแนวโน้มธุรกิจประจำสิ้นไตรมาส 3 ปี 2548 ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจและธุรกิจระหว่างธปท.กับนักธุรกิจ โดยนักธุรกิจประเมินว่า ธุรกิจภาคการท่องเที่ยวในปี 2549 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นกว่าปี 2548 หากไม่มีปัจจัยลบอื่นๆ มากระทบ โดยได้รับแรงผลักดันจากมาตรการ กระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่อง ถึงการท่องเที่ยวในปีหน้า โดยเฉพาะตลาดประชุมสัมมนาคาดว่าจะได้รับความสนใจมากขึ้นด้วย รวมทั้งการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิที่กำหนดจะเปิดในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2549 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถรองรับเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวโดยรวมในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องรวมทั้งการทำโรดโชว์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ของปีซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) นักท่องเที่ยวจะเพิ่มมากขึ้น และคาดว่าอัตราการเข้าพักจะปรับตัวดีขึ้นโดยในภาคกลางอัตรา การเข้าพักปรับตัวที่ดีขึ้นมาจากนักธุรกิจเป็นสำคัญ ส่วนภาคเหนือก็ดีขึ้นเช่นกันจากการมีแหล่งท่องเที่ยว ใหม่ๆ เช่น โครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี รวมทั้งงาน มหกรรมพืชผักสวนครัวโลกที่จะมีขึ้นในไตรมาสสุด ท้ายของปีนี้และงานสัมนาขนาดใหญ่ทำให้มีความต้องการห้องพักครั้งละประมาณ 3,000-7,000 ห้อง
ส่วนการท่องเที่ยวในภาคใต้ได้เริ่มปรับตัวดีขึ้น แม้ว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเกิดความไม่สงบแต่เหตุการณ์ได้จำกัดอยู่เฉพาะในพื้นที่จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวมากนัก โดยอัตราการเข้าพักของโรงแรมในภาคใต้ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 60-70% ซึ่งดีขึ้นกว่าช่วงหลังเกิดสึนามิ นักท่องเที่ยวบางส่วนเปลี่ยนจุดหมายการเดินทางไปยังเกาะสมุยแทนเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิยังคงต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมและฟื้นฟู
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเศรษฐกิจในเดือนกันยายน พบว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีจำนวน 910,000 คน เพิ่มขึ้น 1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราการเข้าพักโรงแรมอยู่ที่ 61.2% ใกล้เคียงกับช่วง เดียวกันของปีที่ผ่านมา หากเทียบเป็นรายไตรมาส ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ของปีนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2,911,000 คน ขณะที่อัตราการเข้าพักโรงแรมขยายตัว 62% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในส่วนของภาวะแรงงานนั้น โดยรวมยังไม่มีปัญหาความตึงตัวอย่างชัดเจน แต่ในบางอุตสาหกรรม มีปัญหาการขาดแรงงานฝีมือ เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะด้านภาษา อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปขาดแคลนแรงงานฝีมือเย็บ อุตสาหกรรมเหล็ก และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขาดแคลนวิศวกร รวมทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังขาดแคลนแรงงานฝีมือ ซึ่งในระยะต่อไปภาวะแรงงาน ในภาคธุรกิจดังกล่าวอาจตึงตัวขึ้นได้ หากรัฐบาลเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ (เมกะ-โปรเจกต์)
|
|
 |
|
|