PSL เชื่อแนวโน้มในอนาคตยังคงดีในช่วง 12 เดือนนับจากนี้และจะได้เห็นอัตราค่าระวางต่อวันซึ่งผันผวนง่ายใน 2-3 ปีข้างหน้า ขณะที่ไตรมาส 3 ปีนี้กำไรเพิ่มกว่า 77% ผลจากจำนวนวันเดินเรือและอัตราค่าระวางเรือเพิ่ม กำไรดีขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง
นายคาลิด ฮาชิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) (PSL) เปิดเผยว่าผลประกอบไตรมาส 3 ปีนี้ที่ผ่านการทดสอบจากผู้สอบบัญชี แสดงให้เห็นถึงฐานะทางการเงินล่าสุดของ บริษัทมีผลกำไรสุทธิของไตรมาสที่ 3 ปี 2548 อยู่ที่ 31.60 ล้านเหรียญสหรัฐ รายได้ค่าระวางเรือต่อวันต่อลำสำหรับไตรมาส 3 อยู่ที่ 13,406 เป็นผลโดยตรง จากการใช้นโยบายการปกป้องรายได้ของบริษัทฯ ซึ่ง ทำให้รายได้ของบริษัทฯ ไม่ผันผวนจากการลดลงของดัชนี BDI ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาสนี้มี 1,579.69 ล้านบาท ขณะที่งวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 887.93 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มจาก 1.72 บาทเป็น 3.12 บาทต่อหุ้น หรือกำไรเพิ่ม 77.90% เนื่องจากรายได้ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นจากงวดเดียว กันของปีก่อน ผลจากอัตราค่าระวางเรือและกองเรือ เพิ่มขึ้น
สำหรับไตรมาสนี้ค่าใช้จ่ายในการเดินเรืออยู่ที่ 3,029 เหรียญสหรัฐต่อวันต่อลำ โดยบริษัทฯ คาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายในการเดินเรือเฉลี่ยต่อลำต่อวันสำหรับทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 2,900 เหรียญสหรัฐต่อ วันต่อลำ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานได้เพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนวันเดินเรือในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2548 (4,926 วัน) เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2547 (4,656 วัน) ขณะที่รายได้ต่อวันต่อลำที่เพิ่มสูงขึ้นได้หักกลบกับค่าใช้จ่ายในการเดินเรือที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับไตรมาสนี้เมื่อ เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน กำไรต่อหุ้น (EPS)ในรูปเงินสกุลบาทอยู่ที่ 2.74 บาท ต่อหุ้นสำหรับไตรมาสนี้ กำไรต่อหุ้น สำหรับ 3 ไตรมาสแรกของปี 2548 มากกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ EPS ทั้งปีของปี 2547 ซึ่งนับว่าเป็นปีที่ดีที่สุดของ บริษัทฯที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ ยังได้ คาดการณ์แนวโน้มในอนาคต ในช่วง 12 เดือนนับจากนี้ไปยังคงดีเมื่อเปรียบเทียบ กับค่าเฉลี่ยระยะยาวในอดีต แต่จะไม่เท่าระดับที่เคยเห็นในช่วง 6 ไตรมาสที่ผ่านมาในอนาคตจะได้ เห็นอัตราค่าระวางต่อวันซึ่งผันผวนง่ายโดยอยู่ในช่วงระหว่าง 8,000 เหรียญสหรัฐ และ 16,000 เหรียญ สหรัฐต่อวันต่อลำเรือใน 2-3 ปีข้างหน้านี้
สำหรับปี 2548 สัญญาเช่าระยะยาวที่ได้ทำสัญญาไปนั้นรวมแล้วประมาณ 70.5% ของกำลังกองเรือเฉลี่ยทั้งปีของเรือ 53 ลำ โดยมีอัตราค่าระวางเรือที่ดีมากคือเฉลี่ยเกินกว่า 15,500 เหรียญสหรัฐต่อวันต่อลำ แม้ว่าบริษัทฯ จะเชื่อมั่นว่าตลาด ค่าระวางจะยังอยู่ในภาวะที่ดีไปเรื่อยๆ สักระยะหนึ่ง ในระยะที่สามารถที่จะคาดการณ์ได้ก็ตาม แต่บริษัทฯ เชื่อว่าจะเป็นการรอบคอบกว่าหากจะผูกมัดการเช่าไว้ในอัตราค่าระวางเรือที่สูงนี้ไว้ด้วยสัญญาเช่าระยะยาวเมื่อตลาดอยู่ในระดับสูง เพื่อที่จะเป็นการประกันรายได้และหลีกเลี่ยงการลดลงของค่าระวางในตลาดปัจจุบัน
ขณะที่การปลดระวางเรือได้ถึงจุดหยุดชะงักกล่าวคือในไตรมาส 3 ปี 2548 มีเรือเพียง 2 ลำได้ ถูกปลดระวางในขณะที่เรือจำนวน 13 ลำได้ถูกส่งมอบ เข้ามาใหม่ ส่งผลให้กองเรือเพิ่มจาก 3,059 ลำ เมื่อต้นไตรมาส เพิ่มเป็น 3,070 ลำ เมื่อสิ้นสุดไตรมาส ที่ 3 หรือเพิ่มขึ้น 0.36% ของกองเรือโลกสำหรับ เรือประเภทเดียวกับเรือของบริษัทฯ หรือ 1.35% บริษัทฯจะคงเติบโตในอัตรานี้ต่อไปอย่าง ต่อเนื่องที่อัตราดังกล่าว สำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้
|