|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตลาดสินค้าแฟชั่นหืดขึ้นคอปลายปีลากยาวปีจอ สงครามราคาต้องพลิกงัดส่วนลด 50% ถึงกระตุ้นกำลังซื้อ ส่วนลด 30% ใช้ไม่ได้ผล "จีออดาโน" เล็งอัดโปรโมชันทุกรูปแบบรับศึกปีหน้า ส่วนธุรกิจการ์ดอวยพร เลี่ยงเดินเกมจับตลาดวัยรุ่นเพราะควักกระเป๋าง่าย "คลากส์" เบนเข็มจับตลาดผู้หญิงพ่วง ขยายไลน์รองเท้าเด็กทั่วเอเชีย ส่วนงานไทยแลนด์เบสท์บายตั้งเป้าเงินสะพัด 120 ล้านบาทต่ำกว่าปีที่แล้ว 80 ล้านบาท
นายชีวินทร์ แย้มสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท จิออดาโน ไทย จำกัด เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดสินค้าแฟชั่นในช่วงปลายปีนี้ว่า ผู้ประกอบการจะงัดกลยุทธ์ราคาขึ้นมาใช้กันอย่างหนัก เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยกลยุทธ์ราคานั้นจะต้องงัดโปรโมชันลดถึง 50% ขึ้นไปถึงจะกระตุ้นยอดขายได้ ส่วนการลดราคาเพียง 30% จะไม่สามารถกระตุ้นกลุ่มผู้บริโภคได้ ซึ่งไม่เพียงแต่แนวโน้มดังกล่าวจะเกิดขึ้นในปีนี้เท่านั้น แต่ในปีหน้า สงครามราคาก็จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยความถี่ใน การลดราคาจะมีเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันจะเป็นในช่วงใกล้สิ้นเดือนจนถึงต้นเดือนเท่านั้น
สภาพตลาดสินค้าแฟชั่นในปีหน้า จะทำตลาดยากมากขึ้น ผู้ประกอบการจะเล่นสงครามราคากันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ตกรุ่นจะมีการทำโปรโมชันกันอย่างหนัก เพื่อระบายสต๊อกสินค้าให้หมด สำหรับสถานการณ์ในช่วงไตรมาสที่สามและสี่ในขณะนี้เริ่มส่อแววไม่ดีมากนัก สต๊อกสินค้าจีออดาโนเหลือถึง 70 วัน ขณะที่ยอดขายเฉพาะของจีออดาโนหายไป 10% ของแต่ละสาขา ทั้งนี้เป็นเพราะผลพวงของสภาพเศรษฐกิจเป็นหลัก
สำหรับผลประกอบการในช่วง 6 เดือน บริษัทมีอัตราการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 15% และคาดว่าในสิ้นปีจะโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้จาก 12% เป็น 10% โดยการเติบโตดังกล่าวไม่ได้มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่มาจากการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น 8 แห่ง ในปีนี้ จากปัจจุบันจีออดาโนมีทั้งหมด 50 แห่ง และเพื่อกระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้ายในช่วงเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันมียอดขายราว 15% จากรายได้ทั้งหมด จึงได้ร่วมจัดงานแสดงสินค้าในงานไทยแลนด์ เบสท์บายส์เป็นครั้งที่ 2 ด้วยการลดราคาถึง 50-70% เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค
ส่วนด้านการปรับตัวในปีหน้า บริษัทได้เตรียมจัดโปรโมชันทุกรูปแบบ ควบคู่กับการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ พร้อมกับจับมือร่วมกับพันธมิตรมากขึ้น อย่างในปีนี้บริษัทฯได้จับมือร่วมกับบริษัทดิสนีย์ เปิดตัวคอลเลกชันการ์ตูนดิสนีย์ ขณะที่แผนการขยายสาขาจะเน้นในส่วนของชอปเป็นหลัก โดยเปิดเพิ่ม 5-6 แห่งทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ขนาดพื้นที่ 120 ตร.ม.ใช้งบลงทุน 2 ล้านบาทต่อแห่ง ส่วนเคาน์เตอร์จะไม่เน้นขยายเพิ่มการ์ดอวยพรเลี่ยงจับตลาดวัยรุ่น
นายโมกข์ สีบุญเรือง กรรมการผู้จัดการ บริษัท Graphite Plus ผู้ผลิตและจำหน่ายการ์ดอวยพรและของขวัญ เปิดเผยว่า ปัจจัยด้านเศรษฐกิจคงจะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการ์ดอวยพรมากนัก เพราะบริษัทฯเน้นการ์ดในราคาที่ถูกคือราว 70-90 บาท อีกทั้งในปีนี้ได้ปรับตัวเพื่อรองรับกับกำลังซื้อที่ชะลอตัวลง ด้วยการหันมาออกการ์ดอวยพรที่เน้นจับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นให้มากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มการตัดสินใจซื้อจะง่ายมากกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่เป็นผู้ใหญ่
สำหรับแผนการตลาดในปีหน้าบริษัทจะขยาย ไลน์สินค้าที่นอกเหนือจากการ์ดอวยพร มาสู่สินค้า เสื้อผ้า เป้ ที่รองแก้ว ฯลฯ ทั้งนี้ เป็นเพราะเป้าหมายของบริษัทฯต้องการเปิดชอปในอีก 2 ปีข้างหน้านี้คอนเซ็ปต์คล้ายกับร้านพรอฟพากันด้า จากปัจจุบันช่องทางจำหน่ายสินค้าจะผ่านห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป โดยในเบื้องต้นเล็งสถานที่ที่จะเปิดคือที่ สยาม สำหรับผลประกอบการปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 40-50% ส่วนในปีหน้าหลังจากขยายไลน์สินค้าต่างๆตั้งเป้าโต 100% ‘ เบนเข็มจับตลาดผู้หญิงเพราะจ่ายง่าย
นางปุณณา เบญจพรรักษา ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด แบรนด์ คลากส์ จัดจำหน่ายโดย บริษัท ดีทแฮล์ม จำกัด เปิดเผยว่า แม้ว่ารองเท้าเซกเมนต์ระดับพรีเมียมจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจบ้าง แต่บริษัทฯจะไม่เน้นการทำโปรโมชันหรือกลยุทธ์ราคา เพราะจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ แต่เพื่อรองรับกับภาวะตลาดสินค้าแฟชั่นที่อาจจะชะลอตัวไปบ้าง ในปีหน้านี้บริษัทฯได้เตรียมเปิดตัวรองเท้า คลากส์ คิดส์ เจาะกลุ่มเป้าหมายเด็กเล็ก จากปัจจุบันรองเท้าคลากส์จะมีเฉพาะสำหรับผู้ชายและผู้หญิง
"เรามองว่าในเอเชียตลาดรองเท้าเด็กเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เพราะคนเอเชียเริ่มมีลูกน้อยลง และยอมที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อรองเท้าในคุณภาพที่ดีให้กับลูก ซึ่งราคารองเท้าคลากส์จำหน่ายคู่ละ 1,000 บาทขึ้นไป สำหรับการทำตลาดในเอเชียล่าสุดได้เปิดตัวไปที่สิงคโปร์ จากนั้นจะเปิดตัวที่มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดียต่อไป"
พร้อมกันนี้ในปีหน้าบริษัทยังได้เตรียมเปิดตัวคอลเลกชันสำหรับกลุ่มรองเท้าผู้หญิงมากขึ้น จากปัจจุบันสัดส่วนรองเท้าเป็นหญิง 50% ชาย 50% ทั้งนี้เป็นเพราะพฤติกรรมของผู้หญิงในกลุ่มสินค้าแฟชั่นมีการจับจ่ายใช้สอยได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ชาย โดยในปีหน้านี้สัดส่วนรองเท้าผู้หญิงจะเพิ่มเป็น 60% ผู้ชาย 40% ขณะที่แผนการขยายสาขาปีหน้าเตรียมเปิดตัวเพิ่มอีก 3 แห่ง ในย่านบางนา ปิ่นเกล้า ลาดพร้าว โดยใช้งบลงทุน 4 ล้านบาทต่อแห่ง
แนวโน้มตลาดรองเท้าในเซกเมนต์พรีเมียมมูลค่า 350-400 ล้านบาทในปีนี้เติบโต 7% ในปีหน้า คาดว่าจะเติบโต 10% โดยในสิ้นปีนี้รองเท้าคลากส์ ตั้งเป้ามีส่วนแบ่ง 30-35% และปีหน้าหลังจากเปิด ตัวรองเท้าเด็กคาดว่าจะผลักดันให้เพิ่มเป็น 40%
นางบุษยา ประกอบทอง ผู้จัดการกลุ่มโครงการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด สำหรับงานไทยแลนด์ เบสท์ บายส์ 2005 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-11 ธันวาคม นี้ มีจำนวน 700 บูท คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงาน 2.5 แสนคน เพิ่มขึ้นจากในปีที่ผ่านมา 2 แสนคน ขณะที่เงินสะพัดภายในงานตั้งเป้าไว้ที่ 120 ล้านบาท น้อยกว่าปีที่ผ่าน มาซึ่งมีเงินสะพัดถึง 200 ล้านบาท ทั้งนี้ เป็นเพราะผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้คนระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น
|
|
 |
|
|