Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน4 พฤศจิกายน 2548
UMSมั่นใจผลงานไตรมาส3โตต่อเนื่อง ลูกค้าเพิ่มเกินเป้าปีนี้ได้เกือบ100ราย             
 


   
search resources

Commercial and business
Mining
ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส, บมจ.




UMS มั่นใจไตรมาส 3 ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้า เตรียมประกาศตัวเลฃกลางเดือนนี้ ขณะที่เป้าหมายลูกค้า 100 ราย ยังไม่สิ้นปีก็พบว่าเกือบได้ตามที่คาดแล้ว อันเป็นผลจากการหาลูกค้าเพิ่มและผลจากราคาน้ำมันที่พุ่งต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการต่างหันมาใช้ถ่านหินมากขึ้น มั่นใจปีนี้โตที่ 30% ส่วนผลงานไตรมาสสุดท้ายทำได้ตามคาด

นายชัยวัฒน์ เครือชะเอม กรรมการบริหาร บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน)(UMS) เปิดเผยว่า แผนงานปี 48 น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยไตรมาส 3 ที่ทำไว้ตามแผนคือรายได้ประมาณ 316.60 ล้านบาทนั้นน่าจะไม่ผิดไปจากเป้าหมาย แต่ก็ต้องรอให้ประกาศตัวเลขที่ชัดเจนได้หลังจากที่ส่งงบให้กับตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกลางเดือนนี้ก่อน

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4 ปีนี้ UMS ก็เชื่อมั่นว่ายอดขายน่าจะสูงกว่าทุกไตรมาสที่ผ่านมา เนื่อง จากราคาถ่านหินจะอยู่ที่ประมาณ 2,200-2,500 บาทต่อตัน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นมาจากปีที่ผ่านมาแต่ไม่เกิน 10% จากผลกระทบค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ประกอบกับที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง ยิ่งส่งผลดีต่อ UMS เพราะผู้ประกอบการที่เคยใช้น้ำมันเพื่อใช้ในโรงงานการผลิตสินค้าเชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการระดับกลางและเล็กหันมาใช้ถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงมากขึ้น

"การเติบโตของเราอิงกับผู้ประกอบการกลางและเล็ก และผม เชื่อว่าแนวโน้มของความต้องการใช้ถ่านหินจะเพิ่มมากขึ้นหลังจากราคาน้ำมันที่ทะยานต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนในการดำเนินงาน ของผู้ประกอบการเหล่านั้น และUMS เอง ก็จะหาลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย เรายังมีช่องทางอีกมากในการที่จะเข้าหาลูกค้าระดับนี้" นายชัยวัฒน์กล่าว

โดยลูกค้าระดับกลางและเล็ก เป็นลูกค้าเป้าหมายที่ UMS ต้องเดินหน้าหาเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ตั้งเป้า ไว้ว่าลูกค้าของบริษัทจะมีถึง 100 รายในปี 49 แต่จากการประเมินในปีนี้กลับพบว่าลูกค้าของบริษัทมีมากขึ้น หลังจากที่ได้ให้ฝ่ายการตลาดหาลูกค้าเพิ่ม และขณะนี้เข้า สู่ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เป้าหมาย 100 รายก็ทำได้เกือบตามเป้าแล้ว จากเดิมที่คาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้าจะมีลูกค้ากว่า 100 ราย
"เราก็ต้องมาดูกันว่า จะปรับเป้าลูกค้าว่าจะเพิ่มได้กี่รายในปีหน้า ต้องรอประชุมบอร์ดช่วงปลายปีก่อน จึงจะบอกตัวเลขที่ชัดเจนได้ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าของเรา กลางและเล็ก 80% ส่วนอีก 20% เป็นลูกค้าระดับบน" นายชัยวัฒน์กล่าว

ทั้งนี้ UMS ไม่ได้เน้นลูกค้าระดับบนเนื่องจากมีการแข่งขันสูงและอำนาจต่อรองมาก ขณะที่การสร้างกำไรต่อหน่วยมีเพียง 5-7% ขณะที่ลูกค้ากลางและล่างกลับมีกำไรต่อหน่วยเกินกว่า 10%

สำหรับการเติบโตของรายได้ระดับ 30% นั้น จึงไม่น่าจะมีปัญหา สำหรับปีนี้ และปี 49 บริษัทก็ยังตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ระดับ 30% เช่นเดิม ซึ่งเป็นเป้าหมายของ UMS ที่ ตั้งไว้ในระยะ 3 ปี หลังจากปีหน้าก็ ต้องมาปรับแผนใหม่อีกครั้งว่าอัตราการเติบโตของบริษัทจะเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นอย่างไร

สำหรับราคาหุ้น UMS วานนี้ ยังคงเป็นหุ้นยอดนิยมสิบอันดับแรกของตลาด หลักทรัพย์ mai แม้จะอยู่ในอันดับหลังๆ ก็ตาม เนื่องจากภาวะตลาด mai วานนี้ต่างจากวันก่อนหน้าที่ตลาด สดใสบวกไป 2.06 จุด และการซื้อขายมีมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาในระยะ 2 สัปดาห์นี้
โดยดัชนีตลาด mai วานนี้เพราะดัชนีติดลบและการซื้อขายของหุ้นแต่ละตัวก็พบว่ามีน้อย ราคาหุ้นแทบไม่มีการ เปลี่ยนแปลง เมื่อช่วงบ่ายเวลาเกือบ 16.00 น. พบว่าดัชนีอยู่ที่ 168.78 จุด ลดลง 0.60 จุด มูลค่าซื้อขาย 34.08 ล้านบาท ขณะที่หุ้น UMS หล่นไปรั้งท้ายหุ้นยอดนิยม แต่ราคา บวกไป 10 สตางค์อยู่ที่ 15.90 บาท จากเมื่อต้นสัปดาห์ที่ UMS ขึ้นแท่น เป็นผู้นำตลาดมาแล้ว แต่เมื่อปิดตลาดก็พบว่าดัชนีตลาด mai ปิดที่ 167.74 จุด ลดลง 1.64 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 43.94 ล้านบาท โดยราคาหุ้น UMS ปิดที่ 15.90 บาท เพิ่มขึ้น 10 สตางค์ เป็นหุ้นยอดนิยมอันดับ 7 ของหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดของวานนี้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us