"ปูนใหญ่" มั่นใจเศรษฐกิจยังไปได้ดี แม้ปัจจัยลบรุมเร้า ยันไม่ปรับลดเป้ายอดขาย พร้อมตรึงราคาปูนซิเมนต์ หวั่นกระทบกำลังซื้อ ด้านผลประกอบการไตรมาส 3 ปีนี้ โกยยอดขาย 56,590 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8% แต่กำไรหด 30%หากเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เหตุธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์กำไรลด
กานต์ ตระกูลฮุน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทยจำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทยังมีความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้ว่าจะมีปัจจัยลบต่าง ๆ มารุมเร้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน สถานการณ์ความไม่สงบทางภาคใต้ เห็นได้จากการส่งออกที่มียอดการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากนโยบายกระตุ้นการส่งออกของภาครัฐ
ดังนั้น ในส่วนของเครือปูนฯจึงไม่มีความจำเป็นต้องปรับลดเป้ายอดขายลง และตั้งเป้ายอดขายเติบโตขึ้นราว 10% ซึ่งทุกธุรกิจในเครือยังมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมาย โดยธุรกิจปิโตรเคมียังคงสร้างรายได้หลัก มีกำไรเฉลี่ยที่ 45% ของผลกำไรทั้งหมด ตามด้วยกลุ่มซิเมนต์ ที่มีกำไรราว 22-23% ส่วนกลุ่มวัสดุก่อสร้างมีกำไรประมาณ 10% ใกล้เคียงกับกลุ่มธุรกิจกระดาษที่มีกำไรเฉลี่ยที่ 11% ส่วนที่เหลือเป็นกำไรจากธุรกิจอื่น ๆ เช่น กลุ่มการค้า เป็นต้น
สำหรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการปรับราคาขึ้นของวัตถุดิบนั้น กานต์ กล่าวว่า ในส่วนของการผลิตปูนซิเมนต์นั้น แม้ว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทพยายามลดต้นทุนด้านอื่น ๆ ทดแทน ด้วยการลดความเสียหายจากกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนลง จึงไม่จำเป็นต้องปรับราคาขึ้น ที่สำคัญราคาที่ขายในปัจจุบันยังไม่ชนเพดานยังมีส่วนลดให้กับลูกค้าอีกส่วนหนึ่ง
ชุมพล ณ ลำเลียง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึงผลประกอบการในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ว่า บริษัทและบริษัทย่อยมียอดขาย 56,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 8,416 ล้านบาท ลดลง 4% จากไตรมาสก่อน และลดลง 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธุรกิจปิโตรเคมี และธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์มีกำไรลดลง ขณะที่กำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (อีบิทด้า) เท่ากับ 11,770 ล้านบาท ลดลง 32% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากเงินปันผลรับจากบริษัทร่วมลดลง
ส่วนผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรก ปีนี้ มีกำไรสุทธิ 27,134 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอีบิทด้า เท่ากับ 44,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขาย 168,234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของก่อน
ชุมพล กล่าวอีกว่า เครือซิเมนต์ไทยได้จับมือกับบริษัท Dow Chemical เพื่อลงทุนสร้างโรงงานโอเลฟินส์ แห่งที่ 2 ในประเทศ มูลค่าการลงทุน 44,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะถือหุ้นในสัดส่วน 67% นอกจากนี้ จะขยายการลงทุนในโครงการ Dowstrem อีก 16,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าโรงงานแห่งที่ 2 นี้ จะเริ่มผลิตได้ใน 5 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ โรงงานโอเลฟินส์ แห่งที่ 2 จะมีกำลังการผลิตรวม 1.7 ล้านตันต่อปี และจะมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกประมาณ 70,000 ตันต่อปี โดยจะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ส่วนโครงการ Dowstrem จะมีกำลังการผลิตรวม 700,000 ตันต่อ
|