|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
กลุ่มทรูอ้าแขนรับพันธมิตรต่างชาติ ถ้าสนใจ triple play ให้มาทรู แต่ถ้ามือ ถือ 3G หรือ Wi-Max ให้มาออเร้นจ์ โดยต้องลงทุนระยะยาว 7-10 ปีและถือหุ้นไม่เกิน 20-25% ยันหากรัฐไม่กำกับดูแลแบบสะเปะสะปะ อาจไม่ต้องหาพันธมิตรเพราะฐานะการเงินแข็งแรง ย้ำทุกวันนี้กลายเป็นทำให้ทีโอทีกับเอกชนอ่อนแอ รอคนมาชอปปิ้งราคาถูก
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่นกล่าวว่า กลุ่มทรูและทีเอออเร้นจ์พร้อมเปิดรับพันธมิตรทุกรูปแบบ โดยที่ออเร้นจ์ถึงแม้ปัจจุบันจะไม่ต้องการพันธมิตร แต่ถ้าต้องประมูลใบอนุญาตการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G หรือบริการ Wi-Max ก็จำเป็นต้องหาพันธมิตรโดยสัดส่วนที่มองไว้ประมาณ 20-25% และเลือกพันธมิตรจากประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องการ Synergy โดยต้องพร้อม ที่จะถือหุ้นในระยะยาว 7-10 ปี ไม่เหมือนที่ผ่านมาเมื่อมีการเปลี่ยนผู้บริหารของพันธมิตรต่างประเทศทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส ก็เปลี่ยนนโยบายการลงทุนและถอนหุ้นออกไป
"หลักการหาพันธมิตร ถ้าสนใจบริการ triple play ก็จะมาลงทุนในทรู แต่ถ้าสนใจบริการโทรศัพท์มือถือก็จะมาลงในออเร้นจ์ การที่เราเปิดรับพันธมิตร เพราะเห็นแนวโน้มการให้ไลเซนส์ที่ชัดเจนขึ้นของกทช."
เขาย้ำว่าหากไลเซนส์ใหม่ของกทช.ออกได้ปลายปี การหาพันธมิตรใหม่ของกลุ่มทรูหรือทีเอออเร้นจ์คงได้ราวกลางปีหน้า ซึ่งการลงทุนในโครง ข่าย 3G จะเป็นลักษณะการต่อยอดและใช้ประโยชน์ต่อเนื่องจากโครงข่าย 2G ไม่ใช่การลงทุนในลักษณะทดแทนโครงข่ายเดิมที่มีอยู่ เพราะกลุ่มลูกค้าที่จะใช้ประโยชน์ในการรับส่งข้อมูลปริมาณมากจะมีอยู่ในจำนวนไม่มากนัก โดยที่ลูกค้ากลุ่มนี้จะมีการเติบโตไปพร้อมๆกับโครงข่ายการให้บริการ ซึ่งการลงทุน 3G ต้องทำด้วยความระมัดระวังเหมือนในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มทรูอาจไม่ต้องการพันธมิตร หรืออาจให้พันธมิตรถือหุ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่านั้น หากกฎระเบียบและเงื่อนไขในการกำกับดูแลของรัฐ จะทำให้ภาคเอกชนเข้มแข็งเพียง พอที่จะต่อสู้กับต่างประเทศตามการเปิดเสรี โดย ที่ทรูมองว่าส่วนแบ่งรายได้ที่เกิดจากสัญญา ร่วมการงานเดิม และค่าแอ็กเซสชาร์จที่จ่ายให้บริษัท ทีโอที ของกลุ่มทรูทั้งหมดรวมกันปีละ กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ถ้ามีการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขได้ ก็จะทำให้ฐานะการเงินของกลุ่มทรูเข้มแข็งมากขึ้น
เงื่อนไขของรัฐกำลังทำให้เอกชนที่พัฒนาธุรกิจโทรคมนาคมมานับ 10 ปีตายไป อย่ามองเรื่องรัฐหรือเอกชนแต่ต้องมองว่าเป็นคนไทย จะมีประโยชน์อะไรที่ออกเงื่อนไขกำกับดูแลแล้วทีโอที ก็อ่อนแอ เอกชนก็อ่อนแอ แล้วรอให้มีคนมาเก็บไป
ส่วนกรณีสนามบินสุวรรณภูมินั้น กลุ่มทรูได้เสนอการให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคมครบวงจรไปให้นานแล้ว และพร้อมให้บริการเต็มที่โดยการเชื่อมโครงข่ายเข้าไปยังสนามบินสุวรรณภูมิก็ไม่ไช่เรื่องยาก โดยที่การจะเลือกโอเปอเรเตอร์เพียงรายเดียวหรือ 2 รายในการให้บริการ รวมทั้งการมีระบบสำรองหรือแบ็กอัพเป็นเรื่องนโยบาย หรือแม้กระทั่งจะแบ่งงานให้แต่ละรายเช่นไรก็เป็นเรื่องของทอท. ลงทุน 100 ล้านให้บริการ Wi-Fi ในเซ็นทรัล
นายศุภชัยกล่าวว่า ทรูได้ลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ไร้สายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล 10 แห่ง เพื่อเติมเต็มพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนที่ต้องการสื่อสารอินเทอร์เน็ตไร้สาย โดยเฉพาะเซ็นทรัลมีประชาชนเข้ามาใช้บริการปีละกว่า 300 ล้านคน นอกจากนี้ยังเป็นการตอบสนองการเติบโตของคนใช้โน้ตบุ๊ก พีดีเอโฟน โทรศัพท์มือถือที่รองรับ Wi-Fi ที่รวมกันแล้วมีประมาณ 1 ล้านคน
ในเกาหลีมีการติดตั้ง Wi-Fi ฮอตสปอตประมาณ 2 หมื่นจุดซึ่งแนวโน้มการเติบโตการใช้บริการของไทยจะคล้ายกันโดยทรูติตดั้งไปแล้ว 2 พันจุดและมีแผนที่จะติดตั้งให้ครบ 2.5 พันจุดภายในสิ้นปี
ปัจจุบันรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูงถือเป็นสัดส่วนประมาณ 10-12% จากรายได้รวม ซึ่งถือว่าเติบโตเป็นเท่าตัว โดยที่กลุ่ม ทรูมีแผนลงทุนด้าน Wi-Fi จนถึงต้นปีหน้ารวมเป็นเงินประมาณ 300 ล้านบาท
|
|
 |
|
|