บล.กิมเอ็ง กำไรไตรมาส 3/48 164.57 ล้านบาท ลดลง 17% จากไตรมาสเดียวกัน ส่วนงวด 9 เดือน ลดลง 29.76% หลังปริมาณซื้อขายต่อวันเหลือ 3,761 ล้านบาท จาก 5,077 ล้านบาท เตรียมออกวอร์แรนต์ให้พนักงาน 27.25 ล้านหุ้น อายุ 4 ปี ด้านแอ๊ดคินซัน แจงขาดทุนสุทธิ 70 ล้านบาท โบ้ยค่านายหน้าซื้อขายหุ้นลด 36.38 %
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์ (บล.)กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEST เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/48 บริษัทมีกำไรสุทธิ 164.57 ล้านบาท ลดลง 33.70 ล้านบาท หรือลดลง 17% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่ 198.27 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 590.12 ล้านบาท ลดลง 250.05 ล้านบาท หรือ 29.76% จากงวดเดียวกันปีก่อน 840.17 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์จำนวน 1,680.92 ล้านบาท ลดลง 598.11 ล้านบาท หรือลดลง 26.24% จากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลงเหลือ 3,761 ล้านบาท ต่อวันจากเดิมที่ 5,077 ล้านบาท จากปัจจัยลบ เช่น ราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และไข้หวัดนกรอบใหม่ แต่บริษัทก็มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งที่ 10.53% ตั้งแต่ ม.ค.-ก.ย.
ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ 133.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.30 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25.76% เนื่องมาจากธุรกิจรับประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นและมีรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล เพิ่มขึ้นจาก 30.50 ล้านบาท เป็น 62.62 ล้านบาท เนื่องจากยอดเงินฝากสถาบันการเงินเฉลี่ยและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่รายได้อื่นลดลงจาก 26.53 ล้านบาท เป็น 6.05 ล้านบาท เนื่องจากในปีก่อนบริษัทได้รับเงินคืนจากการลงทุน ซึ่งบริษัทได้ตัดจำหน่ายออกจากบัญชีเงินลงทุนของบริษัทตั้งแต่ปี 2541
นอกจากนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทลดลง 218 ล้านบาท เป็น 1,141.57 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 16.03 ซึ่งค่าใช้จ่ายหลักที่ลดลง ได้แก่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน 246.98 ล้านบาท ส่วนใหญ่ มีผลมาจากการลดลงของผลตอบแทนเจ้าหน้าที่การตลาดจากการที่ปริมาณการซื้อขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์สูงขึ้น 21.57 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหลักมาจากค่าเช่าสำนักงานและค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากการย้ายสำนักงานใหญ่แห่งใหม่
นายมนตรีกล่าวถึง ผลการประชุมคณะกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEST ครั้งที่11/2548 ว่าที่ประชุมอนุมัติให้บริษัทลดทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 2,800 ล้านบาท เป็น 2,725 ล้านบาท หรือ 545 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์)หุ้นละ 5 บาท โดยวิธีตัดหุ้นจดทะเบียนที่ยังมิได้นำออกจำหน่ายจำนวน 15,000,000 หุ้น เพื่อให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด เกี่ยวกับการเพิ่มทุน
รวมถึงอนุมัติให้บริษัทมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 2,725 ล้านบาท เป็น 2,861 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 27,250,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท อายุ 4 ปี เป็นจำนวนเงิน 136.25 ล้านบาท สำหรับรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่จะเสนอขายให้แก่กรรมการและหรือพนักงานของบริษัทตามโครงการ ESOP โดยมีสัดส่วนการแปลงสภาพ วอร์แรนต์ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น ทั้งนี้บริษัทจะมีการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2548 ในวันที่ 6 ธ.ค. 48
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในภาวะปัจจุบันจะมีปัจจัยลบเข้ามากระทบส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายทั้งตลาดลดลง ซึ่งบริษัทเชื่อว่าเมื่อนักลงทุนคลายความกังวลจากปัญหาต่างๆที่มีความชัดเจนมากขึ้นก็น่าจะสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดหุ้นไทยกลับมาได้ เพราะราคาหุ้นในตลาดหุ้นไทยมีค่า P/E ที่ 9.3 เท่า ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมความพร้อมโดยการพัฒนาธุรกรรมทางการเงินใหม่ๆ เช่น การซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ ซึ่งคาดว่าจะให้บริการได้ภายในต้นปี 49 เพื่อเสรมบริการให้ครบวงจร และเอื้อประโยชน์และผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น
นางอาภา คิ้วคชา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน) หรือ ASL แจงผลการดำเนินงานไตรมาส 3/48 มีผลขาดทุน 69.73 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีผลขาดทุน 18.65 ล้านบาท ขณะที่ 9 เดือนปี 48 บริษัทฯมีขาดทุนสุทธิจำนวน 159.76 ล้านบาท ในขณะที่งวดเดียวกันของปีก่อน มีขาดทุนสุทธิจำนวน 43.12 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีรายได้ค่านายหน้า ซื้อขายหลักทรัพย์ลดลงจำนวน 233.55 ล้านบาท หรือ36.38% จาก 641.99 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน เป็น 408.44 ล้านบาท ในงวดปีนี้ เนื่องจากปริมาณการซื้อขายลดลง รวมถึงบริษัทค่าธรรมเนียม และบริการลดลงจำนวน 5.38 ล้านบาท หรือร้อยละ 75.31 จาก 7.15 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน เป็น 1.77 ล้านบาท ในงวดปีนี้ เนื่องจากชะลอการทำธุรกิจในระหว่างการปรับโครงสร้างของบริษัทย่อย และบริษัทมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น
|