Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤศจิกายน 2548








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤศจิกายน 2548
สหรัฐฯ เมินรถที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า             
 

 
Charts & Figures

อนาคต SUV และรถลูกผสม


   
search resources

Automotive




อนาคตรถลูกผสมในตลาดสหรัฐฯ ไม่สดใสนัก เมื่อน้ำมันแพงไม่สามารถเปลี่ยนใจคนอเมริกันไปจากรถยนต์นั่งขนาดใหญ่อเนกประสงค์ที่กินน้ำมันได้

ราคาน้ำมันที่พุ่งกระฉูดอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทำให้ Kim Bittner นายหน้าค้าที่ดินสาวจำต้องระงับความหลงใหล และอยากได้รถยนต์นั่งขนาดใหญ่อเนก ประสงค์ (SUV) อย่าง Hummer H2 ของ General Motors (GM) เอาไว้ เพราะการเป็นเจ้าของรถที่กินน้ำมัน 12 ไมล์ต่อแกลลอน ในขณะที่ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ มีราคาสูงถึงแกลลอนละ 3 ดอลลาร์ คงไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดนัก

แต่เมื่อ GM เปิดตัว Hummer H3 ซึ่งมีขนาดย่อมกว่า H2 เล็กน้อยเมื่อกลางปีที่ผ่านมา พร้อมกับคุณสมบัติที่กินน้ำมันเพียง 20 ไมล์ต่อแกลลอน Bittner ก็ไม่รอช้าที่จะควักเงิน 36,000 ดอลลาร์ เพื่อเป็นเจ้าของ "เจ้ารถถังน้อยๆ" H3 ในทันที

ในที่สุด SUV ก็ยังไม่ตายไปจากตลาดรถยนต์สหรัฐฯ แม้ราคาน้ำมันจะแพง ลิบลิ่ว และได้ฉุดยอดขายของ SUV อย่างเช่น Chevy Suburban ให้ตกต่ำ ขณะที่ดันยอดขายรถลูกผสม (hybrid) ที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันหรือไฟฟ้าเป็นพลังงานให้สูงโด่งขึ้น

แต่รถลูกผสมก็ครองส่วนแบ่งตลาด เพียงร้อยละ 1.3 ของตลาดรถสหรัฐฯ เท่านั้น ขณะที่รถ SUV ยังคงเป็นรถที่ครองใจคนอเมริกัน และรถรุ่นใหม่ๆ ทุกๆ 4 คันที่ออกมาสู่ตลาดสหรัฐฯ ทุกวันนี้ ยังคงเป็น SUV 1 คัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับ SUV คือ ขนาดของมัน ซึ่งต้องลดให้ย่อมลงจากไซส์ XL อย่างเช่น H3 ของ GM และรถรุ่นใหม่ที่จะสร้างบนโครงรถของรุ่น Honda Pilot

แม้ว่าที่ผ่านมา รถ SUV ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ต้องพากันเจ็บตัวไปตามๆ กัน แต่บัดนี้พวกเขาได้เริ่มเล็งเห็นทางรอดแล้ว ด้วยการหันมาผลิต SUV รุ่นใหม่ที่มีขนาดย่อมลงกว่าเดิม

Chrysler กำลังจะเสนอ SUV รุ่นใหม่ๆ เพิ่มอีก 2 เท่าในช่วง 3 ปีข้างหน้า ซึ่งรวมถึงรุ่น Dodge Nitro ที่กำลังจะออกในปีหน้า ซึ่งใช้เครื่องยนต์แบบ V6 ที่ไม่กินน้ำมัน

ส่วน GM ก็กำลังตั้งความหวังไว้กับ SUV รุ่นใหม่ๆ ที่จะออก ในปีหน้าว่าจะสามารถฉุดดึงบริษัทให้รุ่งเรืองขึ้นได้อีกครั้ง

J.D. Power บริษัทวิจัยตลาดรถยนต์คาดว่าภายในปี 2010 จำนวนรถ SUV รุ่นใหม่ๆ ในตลาดรถสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 เป็น 109 รุ่น ในขณะที่รถลูกผสมกลับจะมีเพียง 44 รุ่นเท่านั้น

แม้กระทั่งโตโยต้าซึ่งเป็นผู้นำรถลูกผสมยังกำลังสร้างโรงงาน รถกระบะมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ในรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า โตโยต้าจะใช้โรงงานนี้สร้างเวอร์ชันใหม่ที่ใหญ่ขึ้นของ SUV รุ่น Sequoia ของตน

ผลสำรวจล่าสุดของ AutoPacific บริษัทที่ปรึกษาพบว่า แม้ว่าราคาน้ำมันจะแพงลิบลิ่ว แต่มะกันชนมากกว่าครึ่งหนึ่งคือร้อยละ 56 ก็ยังคงไม่ยอมลดขนาดรถที่ใช้ และยังคงภักดีเหนียวแน่น กับรถที่ดูบึกบึนอย่าง SUV

แต่ถ้าหากดูจากข่าวคราวในแวดวงรถยนต์ ก็อาจจะทำให้คุณ หลงทางได้ เพราะ Bill Ford เพิ่งประกาศส่งเสริมการผลิตรถลูกผสม ขนานใหญ่ ซึ่งอาจดันยอดขายของรถลูกผสมให้พุ่งขึ้นไปถึง 10 เท่าได้ภายในสิ้นทศวรรษนี้

ส่วนโตโยต้าก็กำลังทุ่มเงิน 60 ล้านดอลลาร์กับการรณรงค์โฆษณาชุดใหม่ เพื่อเชิดชูระบบรถลูกผสมที่ตนคิดค้นขึ้น ซึ่งใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ว่าจะเป็นตัวทำ เงินตัวใหม่ของอุตสาหกรรมรถยนต์

แต่ถ้าดูที่ตัวเลขแล้ว รถลูกผสมที่ดูเหมือนกำลังยอดฮิต ยังคงมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 5 ของยอดขายของโตโยต้าในสหรัฐฯ เท่านั้น ในขณะที่รถกระบะและ SUV มีสัดส่วนถึงร้อยละ 29

J.D. Power ทำนายว่า ภายในสิ้นทศวรรษนี้รถลูกผสมจะมีสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 4 ของยอดขายรถทุกชนิดรวมกัน แต่รถ SUV กลับจะเติบโตขึ้นจากร้อยละ 24.6 ในปัจจุบันเป็น 26.6 ในช่วงเวลาเดียว กัน พร้อมกับชี้ด้วยว่าคงจะยากที่รถลูกผสม จะสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์สหรัฐฯ ได้ในระดับเลขสองหลัก ถ้าหากน้ำมันไม่หมดโลกไปจริงๆ

ทำไมคนอเมริกันจึงไม่เคยเสื่อมความหลงใหลใน SUV แม้ในขณะที่น้ำมันแพงอย่างในเวลานี้ อาจเป็นเพราะรถชนิดนี้สอดคล้อง กับวัฒนธรรมอเมริกันที่ชอบอวดความใหญ่โตโอ่อ่า และสนองความต้องการอย่างหนึ่งของคนอเมริกันที่นักวิจัยเรียกมันว่า "การชอบในสิ่งที่สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด"

และเมื่อน้ำมันแพง ผู้ผลิตรถก็ยังพยายามจะปรับรถ SUV ให้ยังคง "ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด" แต่เป็นในด้านระยะทางแทนด้านประโยชน์ใช้สอย

ในปีหน้า Cadillac Escalade ซึ่งเป็น SUV รุ่นใหม่ของ GM จะเผยโฉมด้วยคุณสมบัติแล่นได้ในระยะทางที่ไกลขึ้นโดยใช้น้ำมันเท่าเดิมคือ 20 ไมล์ต่อแกลลอน (จากเดิม 12 ไมล์ต่อแกลลอน) ซึ่ง GM กำลังหวังว่า ตัวเลขนี้จะเป็นตัวเลขมหัศจรรย์ตัวใหม่ที่จะทำให้ผู้ใช้ SUV มีคำอธิบายที่เข้าท่าให้แก่เพื่อนบ้านหรือสังคมต่อการ ที่ตนยังคงเลือกใช้รถขนาดใหญ่ที่กินน้ำมัน

แปลและเรียบเรียงจาก
Newsweek 10 ตุลาคม 2548
โดย เสาวนีย์ พิสิฐานุสรณ์   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us