"กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์" ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านั้นส่วนใหญ่ จะครอบคลุมถึงโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ ศูนย์สรรพสินค้าขนาดใหญ่ อาคารสำนักงานให้เช่า อาคารห้องชุดหรูหรา และโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งหมดกระจายตัวอยู่ใจกลางเมืองหลวง แต่สำหรับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)ไอเอ็นจี เลือกที่จะเปิดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หอพักนักศึกษาใจกลางจังหวัดมหาสารคามเป็นแห่งแรกในช่วงปลายปีนี้
ขนาดกองทุนมีมูลค่า 1,175 ล้านบาท โดยจะเริ่มเปิดขายหน่วยลงทุนครั้งแรก(IPO)ให้ประชาชนทั่วไประหว่างวันที่ 7-21 พ.ย.2548 ราคาหน่วยละ10บาท มูลค่าการซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาทและเพิ่มเป็นทวีคูณของ 1,000 บาท
หอพักนักศึกษา ตั้งอยู่บนพื้นที่ 52 ไร่ มี 44 อาคาร อาคารละ 75 ห้องขนาดห้องละ 22 ตารางเมตร สามารถรับนักศึกษาได้สูงสุด 9,372 คน (พักห้องละ 3 คน)ตั้งอยู่ระหว่างมหาวิทยาลัยมหาสารคามและมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม
มาริษ ท่าราบ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ไอเอ็นจี บอกวัตถุประสงค์ที่เลือกลงทุนในหอพักนักศึกษาจังหวัดนี้ เพราะเป็นจังหวัดที่ภาครัฐส่งเสริมและจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับอุดมศึกษาของภาคอีสานตอนบน จึงทำให้แต่ละปีมีนักศึกษาจำนวนมาก
เพียงมหาวิทยาลัยมหาสารคามแห่งเดียวมีนักศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยปี 2548 มีจำนวน25,000 คนและมีเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 50,000 คนในปี 2550 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาคอีสาน แต่ถ้ารวมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎ สถาบันการพละศึกษา จะมีจำนวนนักศึกษาถึง 40,000 คน
นอกจากนั้น การลงทุนหอพักนักศึกษายังลงทุนน้อย ผลตอบแทนสูง คืนทุนเร็ว และเป็นแหล่งสร้างรายได้สม่ำเสมอในระยะยาว ตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้นทุกปี มีจำนวนนักศึกษาเพิ่มทุกปี ขณะที่หอพักที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมด
มาริษ บอกว่า โครงการดังกล่าวไม่มีความกังวลเรื่องจำนวนผู้เช่า และการเรียกเก็บค่าเช่า เพราะได้เรียกเก็บแบบรายเทอม โดยคิดค่าเช่าห้องละ 4,800 บาทต่อเดือนเฉลี่ยแล้วนักศึกษา 3 คนต่อห้องคิดเป็นรายจ่ายคนละ 1,600 บาทต่อเดือน
ขณะเดียวกัน ต้นทุนในการบริหารจัดการต่ำ เมื่อเทียบกับโรงแรมหรือเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ นอกจากนี้ก็ยังเป็นแหล่งรายได้จากธุรกิจต่อเนื่อง เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า บริการซักรีด
เนื่องจากพอพักดังกล่าวถือเป็นโครงการลงทุนคล้ายๆคอมเพล็กซ์คือ มีอุปกรณ์ภายในครบครันมีสระว่ายน้ำ สนามกีฬา โรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก ร้านบริการต่างๆ รถรับส่ง ตู้เอทีเอ็ม โดยมีชื่อโครงการว่า "ศูนย์หอพักนักศึกษาร้อยแก่นสาร"
คาดจะสร้างเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2549 โดยระหว่างรอการก่อสร้างให้แล้วเสร็จก่อทุนจะนำเงินไปลงทุนในตั๋วเงินคลัง และพันธบัตรรัฐบาลอายุ 6-8 เดือน เพื่อให้ผลตอบแทนที่แน่นอน อย่างไรก็ตามกองทุนนี้จะรับประกันผลตอบแทนสุทธิปีแรก 10%
|