Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน28 ตุลาคม 2548
ขยายฟื้นฟูทีพีไอมีสิทธิพลิก             
 


   
search resources

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย, บมจ.
Investment




ลุ้นเจ้าหนี้ทีพีไอโหวตชี้ขาดเลื่อนแผนฟื้นฟูฯวันนี้ ชี้โอกาสเจ้าหนี้กว่า 50% อาจโหวตไม่ขยาย หวังเข้าฮุบเอง สหภาพฯร้อนใจหวั่นพนักงาน 7,500 คนตกงานเข้าพบทนง ร้องขุนคลังช่วยเร่งผู้ร่วมทุนกลุ่มใหม่ดำเนินการให้เสร็จก่อนแผนสิ้นสุดปลายปีนี้ ด้านประชัยเตรียมแถลงข่าวด่วนวันนี้ ขณะที่ กมธ.ปกครอง วุฒิสภา ทำหนังสือจี้ ก.ล.ต.เผยข้องใจทำไมไม่ดำเนินการกับ"ศิริ จิระพงษ์พันธ์" ที่อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนผู้บริหารแผนทีพีไอ ทั้งที่ทำผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯชินดโจ๋งครึ่ม

นายวิชิต นิตยานนท์ ประธานสหภาพแรงงานในเครือ ทีพีไอ เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมกับประธานสหภาพแรงงาน 6 สหภาพ ว่า เพื่อขอให้รมว.คลังช่วยเร่งรัดผู้ร่วมทุนใหม่และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้ดำเนินการตามแผนการฟื้นฟูกิจการให้แล้วเสร็จก่อนที่ระยะเวลาแผนฯ จะสิ้นสุด ในสิ้นปี 2548 นี้ เพื่อไม่ให้ทีพีไอ ถูกฟ้องล้มละลายซึ่งจะทำให้พนักงานกว่า 7,500 คน ตกงาน และเศรษฐกิจของประเทศได้รับความเสียหาย รวมทั้งทำให้ความพยายามของทุกฝ่ายที่จะแก้ไขปัญหาทีพีไอ ที่ใช้เวลานานกว่า 7 ปี ต้องสูญเปล่า

นอกจากนี้ ยังต้องการย้ำจุดยืนของสหภาพแรงงานทั้ง 7 แห่ง รวมถึงพนักงาน ทีพีไอ กว่า 7,500 คนดังกล่าว ว่า ไม่ต้องการให้ทางเจ้าหนี้ลงมติไม่ขยายระยะเวลาแผนการฟื้นฟูฯออกไปอีก 3 เดือน เพราะหากพันธมิตรร่วมทุนไม่สามารถใส่เงินเข้ามาได้ภายในระยะเวลา 8 สัปดาห์ ก่อนสิ้นปี หรือ ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2548 นี้ จะต้องแปลงหนี้เป็นทุน ในส่วนของหุ้นที่จะขายกับพันธมิตรใหม่ 90% ซึ่งจะทำให้ทีพีไอ ได้รับความเสียหายดังกล่าว เนื่องจากทางสหภาพเชื่อว่า หากเจ้าหนี้ได้หุ้น 90% ไปแล้ว จะไม่สามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจากไม่มีความรู้ในด้านนี้ และคงจะขายหุ้นทิ้งมากกว่า

"เราได้ทราบข่าวว่า วันที่ 28 ต.ค.นี้เจ้าหนี้จะประชุม และมีเจ้าหนี้ประมาณ 50%ที่ไม่ต้องการให้ขยายระยะเวลาของแผนออกไปอีก โดยเฉพาะเจ้าหนี้ต่างประเทศ ซึ่งผลการโหวตจะนำไปสู่การพิจารณาของศาลในเรื่องการขยายระยะเวลาแผนฯออกไป วันที่ 1 พฤศจิกายน2548 นี้ ดังนั้น เราจึงต้องการแสดงจุดยืน และยืนยันหนักแน่นว่า ไม่ต้องการให้เจ้าหนี้เข้ามาในช่วงนี้ หากเข้ามาเราจะเคลื่อนไหวด้วยวิธีการของเรา คือ จะเปิดเผยความจริงให้สาธารณะชนได้รับทราบตั้งแต่เริ่มให้ บริษัท เอ็ฟเฟ็คทีฟแพลนเนอร์ส จำกัด(อีพีแอล)เข้ามาเป็นผู้บริหารแผนฯและสร้างความเสียหายให้กับ ทีพีไอ"

วันนี้(28 ต.ค.)จะมีการประชุมเจ้าหนี้บริษัททีพีไอ เพื่อโหวตการแก้ไขแผนในการขยายระยะเวลาสิ้นสุดของแผนจากเดิม 31 ธันวาคม 2548 ออกไปอีก 3 เดือนคือสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2549 ตามที่ผู้บริหารแผนเสนอ แต่ทั้งนี้คณะกรรมการเจ้าหนี้ได้ยื่นขอให้มีการขยายการสิ้นสุดของแผนเป็น 6 เดือนคือ 30 มิถุนายน 2549 เนื่องจากเกรงว่าภายใน 3 เดือนจะไม่สามารถดำเนินการตามแผนฟื้นฟูทีพีไอได้แล้วเสร็จ จึงได้ขยายเป็น 6 เดือนแทน การขอขยายเวลาสิ้นสุดของแผนครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสุดท้ายตามที่กฎหมายระบุไว้

นายทนง พิทยะ รมว.คลัง กล่าวว่า จากที่ได้หารือกับนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นแกนนำเจ้าหนี้ได้รับการยืนยันว่า เจ้าหนี้จะพยายามดำเนินการในการแนวทางที่จะทำให้แผนฟื้นฟูฯของทีพีไอ ประสบความสำเร็จแต่จะขยายแผนฟื้นฟูออกไปนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับผลการประชุมของเจ้าหนี้

ขณะเดียวกันนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีพีไอ จะแถลงข่าวในหัวข้อ ประเด็นสำคัญในการฟื้นฟูกิจการทีพีไอ ในวันนี้เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 29 อาคารทีพีไอ ทาวเวอร์ เขตสาทร

ในวันเดียวกันนี้ พล.ต.อินทรรัตน์ ยอดบางเตย ประธานคณะกรรมาธิการปกครอง วุฒิสภา เปิดเผยว่า ในวานนี้(27 ต.ค.)ได้ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เนื่องจากได้ทำการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน กรณีการฟื้นฟูกิจการทีพีไอแล้ว พบความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่อง โดยเฉพาะจะให้ ก.ล.ต.ดำเนินการกับ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ที่อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนของคณะผู้บริหารแผนชุดปัจจุบัน เพราะตรวจสอบพบว่า บริษัท ซินเนอจี โซลูชั่น จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2546 มีนายศิริ เป็นกรรมการและเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ได้ทำผิดกฎหมายหลายครั้งหลายคราวต่างกรรมต่างวาระ โดยเฉพาะการทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พร้อมกับให้ ก.ล.ต.แจ้งผลดำเนินการให้คณะกรรมาธิการฯทราบภายใน 15 วัน นับจากได้รับหนังสือดังกล่าว

ที่ผ่านมานายศิริ ได้อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนผู้บริหารแผนทีพีไอมาโดยตลอด และได้กระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หลายเรื่อง ทั้งเรื่องการเบิกเงินย้อนหลังก่อนจดทะเบียนตั้งบริษัท ซินเนอจีฯ ให้ถูกต้องจากทีพีไอตกเดือนละกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาายแก่ทรัพย์สินของทีพีไอ รวมทั้งกรณีที่นายศิริ ได้ทำการแพร่ข่าวอันเป็นเท็จเกี่ยวกับทีพีไอ โดยให้ข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูกิจการทีพีไอ ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. 2546 จนถึงปัจจุบัน เช่น เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2548 นายศิริได้ให้ข่าวว่า คณะผู้บริหารแผนยังเดินหน้าตามแผนฟื้นฟู โดยกระจายหุ้นเพิ่มทุนให้ ปตท.พร้อมระบุว่า ทีพีไอ จะออกจากแผนฟื้นฟูได้กลางเดือน ก.ย.2548 หลังจาก ปตท.ชำระค่าหุ้นแล้ว ซึ่งการให้ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะจนถึงปัจจุบัน ปตท.ยังไม่ชำระค่าหุ้นและทีพีไอยังไม่ได้ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ

พล.ต.อินทรรัตน์ กล่าวต่อว่า นายศิริชัยยังแพร่ข่าวอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการประมูลหุ้นทีพีไอ โพลีน โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ย.2548 ได้เผยแพร่ข่าว่า มีการเปิดซองประมูลหุ้นทีพีไอ โพลีน ซึ่งมีผู้สนใจยื่นซองประมูล 2 รายโดยเป็นตัวแทนที่มาจากทั้งในและต่างประเทศในส่วนของนิติบุคคลต่างประเทศมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จึงไม่มีสิทธิเข้าร่วมประมูล แต่กลุ่มนิติบุคคลไทยนั้นเป็นบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ มีเอกสารครบถ้วนในการยื่นประมูล และเสนอซื้อหุ้นทีพีไอ โพลีน ที่ราคาหุ้นละ 17 บาท

การให้ข่าวของนายศิริ ดังกล่าว ทำให้ผู้ลงทุนและประชาชนทั่วไปเข้าใจว่ามีการประมูลซื้อหุ้นของทีพีไอ โพลีน ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะการประมูลต้องมีผู้ประมูลตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป และต้องมีการแข่งขันราคากัน อีกทั้งนายศิริทราบดีอยู่แล้วว่า ในแผนฟื้นฟูกิจการทีพีไอ ได้กำหนดให้ขายหุ้นทีพีไอ โพลีน ที่ทีพีไอถืออยู่ในราคาไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 1 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 40 บาทต่อหุ้น ซึ่งการเสนอซื้อหุ้นเพียง 17 บาท จึงไม่เป็นไปตามแผนฟื้นฟูกิจการ ดังนั้นการเผยแพร่ข่าวขายหุ้นทีพีไอ โพลีนดังกล่าว จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและไม่ได้แจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯก่อน ถือว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us