|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"สิงห์ พาราเทค" ไม่รอดโดนทิ้งไม้สุดท้ายรูดกว่า 5% หลังแห่เก็งกำไรข่าวลูกค้ารายใหญ่ในอเมริกาเข้าถือหุ้น 12.50% หวังเพิ่มศักยภาพ เปรยเสียดายขาย 14.50 บาท ต่อหุ้นต่ำไป ด้านตระกูล "โบว์เสรีวงศ์" ยืนยันไม่ขายทิ้ง รักษาสัดส่วนพร้อมอำนาจในการบริหาร ฟุ้งมีต่างชาติอีกหลายรายสนใจหุ้นบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาและศึกษารายละเอียด
นายสมจิตร โบว์เสรีวงศ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) หรือ SINGHA กล่าวว่า บริษัทได้มีการทำบันทึกข้อตกลงในการซื้อหุ้นบมจ.สิงห์ พาราเทค กับ WESTCOAST INTERNATIONAL CO.,LTD. ซึ่งเป็นบริษัทจาก ทวีปอเมริกาและเป็นผู้ค้าไม้พื้นรายใหญ่ รวมถึง เป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทในเขตประเทศอเมริกา โดยได้มีการลงนามข้อตกลงกันเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2548 และจะมีการวางเงินมัดจำ 10 ล้านบาทภายใน 2 สัปดาห์ และจะทำการซื้อขายหุ้นกันให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ลงนามในข้อตกลง
ทั้งนี้ ได้มีการตกลงจะซื้อหุ้นจำนวน 40 ล้านหุ้น หรือ 12.50% ของทุนจดทะเบียน ในราคา 14.50 บาทต่อหุ้น โดยเป็นการติดต่อและซื้อหุ้นผ่านบริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งการเข้ามาในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางการตลาดของบริษัทได้มาก ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงหรือการทำธุรกิจหลังการเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจะมีการหารืออีกครั้ง
"การเข้ามาถือหุ้นของลูกค้ารายใหญ่ อาจจะทำให้มีการเจรจาเพื่อขอเป็นเอเยนต์ใหญ่รายเดียวในอเมริกาก็ได้ โดยปัจจุบันบริษัทมีเอเยนต์ ในอเมริกาหลายบริษัท ซึ่งคงต้องศึกษาและหาข้อตกลงต่อไป" นายสมจิตรกล่าว
สำหรับ การขายหุ้นในจำนวนดังกล่าวเป็น การขายของกลุ่มคณะกรรมการของบริษัทบางคน รวมถึงผู้ถือหุ้นรายย่อยบางรายเท่านั้น ในส่วนของตระกูล "โบว์เสรีวงศ์" ไม่ได้มีการขายหุ้นออกไป โดยยืนยันว่าจะยังรักษาสัดส่วนการถือครองหุ้นเพื่อรักษาอำนาจในการบริหารงานของบริษัท
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจาก WESTCOAST INTERNATIONAL CO.,LTD. ยังมีนักลงทุนต่างชาติอีกหลายรายที่สนใจและมีการติดต่อเพื่อ ขอซื้อหุ้นของบริษัท ทั้งในส่วนของธุรกิจทางด้าน การเงิน ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาและศึกษาก่อนจะสรุปอีกครั้ง
"เราอยากให้กลุ่มผู้ถือหุ้นเป็นผู้ที่อยู่ในธุรกิจเดียวกัน เพื่อจะได้เป็นการเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาบริษัทต่อไป ซึ่งขณะนี้มีหลายกลุ่ม ธุรกิจที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในหุ้นของบริษัท ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการศึกษารายละเอียดอีกระยะ" นายสมจิตร กล่าวอีกว่า ราคาที่มีการตกลงครั้งนี้ที่ 14.50 บาทต่อหุ้น หากเทียบกับราคาในปัจจุบันถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากการซื้อขายในจำนวนมากเหมือนในครั้งนี้ ราคาซื้อขายน่าจะได้สูงกว่าราคาที่ซื้อขายในกระดานมากกว่าระดับปัจจุบันที่ราคาอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน
ในส่วนของผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 3/48 อยู่ระหว่างการปิดงบทางบัญชี คาดว่าจะมีรายได้สูงกว่าในไตรมาส 2/48 และสูงกว่าช่วงเดียวกันเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเชื่อว่ารายได้ทั้งปีของบริษัทจะเป็นไปตามที่มีการตั้งเป้าไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้มั่นใจบริษัทจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีก 5 ปีและคาดว่าบริษัท จะมีการจ่ายเงินปันผลได้ปีละ 2 ครั้งจากผลประกอบการที่ดี
ด้านราคาหุ้น SINGHA วานนี้(25 ต.ค.) ปิดที่ 12.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท หรือ 5.19% มูลค่าการซื้อขาย 835.91 ล้านบาท
|
|
 |
|
|