Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2545








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2545
Ernst & Young             
 

   
related stories

The Influence
วงเงินที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายให้กับผู้สอบบัญชีในปี 2545
"เราไม่อยากเป็นที่ 1"
PricewaterhouseCoopers
KPMG
Deloitte Touche
"ผมไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล"
ผู้สอบบัญชีที่ได้รับการคัดเลือกจากผู้ถือหุ้นมากที่สุด
ความรับผิดชอบที่แท้จริง

   
search resources

Ernst & Young




Ernst & Young International เป็นหนึ่งในสำนักงานบัญชีที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นหนึ่ง ในสำนักงานบัญชีที่ใหญ่ที่สุดในโลก 5 แห่ง ที่รู้จักกันว่า Big Five ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียง Big Four หลัง Arthur Andersen ล่มสลายไป Ernst & Young มีฐานประกอบการอยู่ใน New York มีสำนักงานสาขา 670 แห่งใน 130 ประเทศทั่วโลก

Ernst & Young ให้บริการสอบบัญชีภายใน บริการที่ปรึกษาบัญชี และบริการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในสำนักงานบัญชีที่ให้บริการที่ปรึกษาภาษีอากรที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีลูกค้าเป็นบริษัทข้ามชาติมาก มายที่จำเป็นต้องใช้บริการที่ปรึกษาภาษีอากรของ Ernst & Young เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร ที่แตกต่างกันไปของประเทศต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง

ประวัติของ Ernst & Young เริ่มต้นในปี 1894 เมื่อ Frederick Whinney เริ่มฉายแสงเป็นนักบัญชีที่โดดเด่นแห่งบริษัท Harding & Pullein ของอังกฤษ Whinney กลายเป็นผู้ร่วมถือหุ้นที่มีชื่อของเขาปรากฏอยู่ในชื่อของบริษัท (name partner) ในปี 1859 เมื่อลูกชายของ Whinney เจริญรอยตามบิดาด้วยการเข้าทำงานที่นี่ สำนักงานบัญชีแห่งนี้ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Whinney, Smith & Whinney (WS&W)

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 WS&W จับมือเป็นพันธมิตรกับ Ernst & Ernst (ก่อตั้งใน Cleveland ในปี 1903 โดยพี่น้อง Alwin และ Theodore Ernst) ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกัน อันเท่ากับเป็นการขยายขอบเขตการทำธุรกิจครอบคลุม 2 ฟากฝั่งของ Atlantic จากนั้นในปี 1965 Whinney ได้รวมกิจการกับ Brown, Flemming & Murray และเปลี่ยนชื่อเป็น Whinney Murray ก่อนที่ Whinney Murray จะรวมกิจการอีกครั้งกับ Turquands Barton Mayhew บริษัทอังกฤษอีกแห่งหนึ่ง และ Ernst & Ernst กลายเป็น Ernst & Whinney ในปี 1979

10 ปีต่อมา Ernst & Whinney ซึ่งขณะนั้นเป็นสำนัก งานบัญชีใหญ่อันดับสี่ รวมกิจการอีกครั้งกับ Arthur Young (ก่อตั้งโดย Arthur Young ชาวสกอตในปี 1895 ใน Kansas City) ซึ่งเป็นสำนักงานบัญชีที่มีชื่อเสียงและ ได้รับความเชื่อถือ ทว่าในขณะนั้นกำลังเผชิญปัญหาหนักจากการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีที่มีมูลค่าความเสียหายมหาศาล จากการเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท S&Ls ซึ่งเลิกกิจการ (คดีสิ้นสุดในปี 1992 โดยบริษัทต้องจ่าย 400 ล้านดอลลาร์)

ด้วยเหตุนี้บริษัทใหม่ที่มีชื่อว่า Ernst & Young จึงมีจุดเริ่มต้นที่ไม่ค่อยสวยนัก และหลังจากรวมกิจการกันได้เพียง 1 ปีก็เกิดข่าวลือว่าบริษัทจะล้ม ปีถัดไปบริษัทต้องปลดพนักงานรวมทั้งต้องลดจำนวนผู้ร่วมถือหุ้น (partner) ลง หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับคดี S&Ls มานาน ในปี 1994 Ernst & Young ตัดสินใจเปลี่ยนตัว Carl Riggio ผู้บริหารสูงสุดผู้ไม่กลัวการเป็นคดีความ มาเป็น Kathryn Oberly ผู้บริหารที่ระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่ายจากการเป็นคดีความมากกว่า

ในช่วงกลางของทศวรรษ 1990 Ernst & Young เน้นพัฒนาธุรกิจการเป็นที่ปรึกษาโดยเฉพาะการให้ คำปรึกษาเกี่ยวกับการนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้ ในองค์กร บริษัทเติบโตต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งด้วยการซื้อ กิจการ โดยในปี 1996 บริษัทได้ซื้อ Wright Killen & Co.ใน Houston ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านปิโตรเลียมและปิโตรเคมี และตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Ernst & Young Wright Killen บริษัทยังสร้างพันธมิตรใหม่ๆ ในปีเดียวกันนั้นกับ ISD/Shaw ใน Washington ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมธนาคาร และกับ Tata Consulting ของ India เป็นต้น

ในปี 1997 Ernst & Young ถูกฟ้องร้องครั้งใหญ่โดยมีมูลค่าความเสียหายถึง 4 พันล้านดอลลาร์ จากการถูกกล่าวหาว่าล้มเหลวในการจัดการกับการปรับโครงสร้างเชนค้าปลีก Merry-Go-Round Enterprises ซึ่งเลิกกิจการไปในปี 1993 (คดีสิ้นสุดลงโดย Ernst & Young จ่ายเพียง 185 ล้านดอลลาร์ในปี 1999) ในปีเดียวกันหลังจาก Coopers & Lybrands และ Price Waterhouse สองสำนักงานบัญชีระดับ Big Five รวมกิจการกัน Ernst & Young ก็ตกลงจะรวมกับ KPMG International บ้าง แต่การเจรจาล้มเลิกในปี 1998 ด้วยเหตุผลว่า กระบวน การรวมกิจการมีความยุ่งยากซับซ้อนเกินไป

ในปี 1999 Ernst & Young โหมประโคมโฆษณาในสื่อทั่วโลก เพื่อสร้างการรับรู้ในธุรกิจต่างๆ ที่บริษัทให้บริการอยู่ในปีนั้นบริษัทสามารถยุติคดีที่ถูกฟ้องร้องเกี่ยวกับความผิดพลาดในการทำบัญชีของบริษัท Informix และ Cendant ลงได้ และขายธุรกิจรับดูแลทรัพย์สินผลประโยชน์ (trust & fiduciary) ในอังกฤษ และใน Southern Africa ให้แก่ Royal Bank of Canada (ปัจจุบันคือ RBC Financial Group)

หลังจากที่สำนักงานบัญชีต่างๆ พากันโหมสร้างธุรกิจที่ปรึกษาอย่างยกใหญ่ในช่วงทศวรรษ 1980 ถึง 1990 แต่ปัจจุบันต่างก็กำลังพยายามจะแยกธุรกิจที่ปรึกษาออกจากธุรกิจสอบบัญชี ท่ามกลางกระแสการโจมตีการทับซ้อนขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างธุรกิจสอบบัญชีกับธุรกิจ ที่ปรึกษาที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ Ernst & Young ก็ไม่สามารถจะฝืนกระแสนี้ได้ และกลายเป็นสำนักงานบัญชีแห่งแรกที่ตัดสินใจแยกธุรกิจที่ปรึกษาออกจากธุรกิจสอบบัญชี โดยขายธุรกิจที่ปรึกษาให้แก่ Cap Gemini ของฝรั่งเศส (กลายเป็นบริษัท Cap Gemini Ernst & Young)

ปัจจุบัน Ernst & Young ยังคงคล้อยตามแนวโน้มของอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งหันมาเน้นหนักในธุรกิจที่ปรึกษาทางกฎหมายเพื่อเพิ่มบริการให้ครบวงจร Ernst & Young ได้รวบรวมทีมนักกฎหมายมากกว่า 1,850 คนใน 60 ประเทศทั่วโลก เพื่อให้บริการด้านกฎหมายแก่บริษัทที่เป็นลูกค้าของตน นอกจากนี้ยังเพิ่มบริการใหม่ๆ ด้านการจัดการการเงิน การจัดการด้านสุขภาพและบริการธุรกิจอื่นๆ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us