|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เอ็มเอฟซีฟิตจัด ตั้งเป้าดันผลตอบแทนกองทุนในพอร์ตอยู่เหนือเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด 100% พร้อมเดินหน้าจับมือพันธมิตร บลจ.ต่างประเทศ ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงเปรียบเทียบผลตอบแทนกองทุนอีกทาง หวังดันเอ็มเอฟซีให้เป็นบลจ.ระดับภูมิภาค รองรับการแข่งขันหลังเปิดเสรีทางการเงิน เผยจ่อคิวส่งกองทุนใหม่ๆ ควบคู่กับการแสวงหาพันธมิตรอีกเพียบ
นายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลตอบแทนเฉลี่ยจาก การลงทุนสำหรับกองทุนภายใต้การบริหารของเอ็มเอฟซีทั้งหมด ปัจจุบันให้ผลตอบแทนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานประมาณ 60-70% ของกองทุนทั้งหมด โดยในส่วนที่เหลืออีก 30-40% นั้นยังเป็น อัตราส่วนกองทุนที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอยู่ ซึ่งในปีหน้า เชื่อว่าอาจจะมีศักยภาพพอที่จะดันผลตอบแทนที่ยังต่ำอยู่ขึ้นมาเหนือ เกณฑ์มาตรฐานได้ทั้งหมด 100% ซึ่งคงต้องอาศัยความพยายามเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม ต้อง เพิ่มสัดส่วนให้ได้อย่างน้อย 75% ของกองทุนทั้งหมดหรือสูงกว่าอุตสาหกรรม
โดยในอนาคต บริษัทมีแผนที่จะนำผลตอบแทนกองทุนของบริษัทจัดการกองทุนในต่างประเทศที่เป็นพันธมิตรระหว่างกัน เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการเปรียบเทียบผลตอบแทนกองทุนของเอ็มเอฟซีอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อดัน บลจ.เอ็มเอฟซีให้เป็น บลจ.ระดับภูมิภาค และเพื่อเตรียมความ พร้อมในการรองรับการแข่งขันที่จะมีคู่แข่งต่างประเทศเข้ามาในตลาดมากขึ้น จากการเปิดเสรีทาง การเงิน นอกเหนือจากการแข่งขันที่เรามีอยู่แล้วสำหรับตลาดต่างประเทศ
"ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ เรา ทำอยู่แล้ว ซึ่งในเมื่อมีคู่แข่งที่เข้ามาหาเรามากขึ้น เราก็ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการแข่งขัน ซึ่ง ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า เราเชื่อว่าจะสามารถสร้างความแข็งแกร่งในด้านการบริหารจัดการกองทุนได้ พอสมควร ทั้งในเรื่องข้อมูลที่เรามีเท่าๆกันหรือมากกว่าเขา มีวิธีการบริหารพอร์ต การใช้ฟันด์ แมเนเจอร์ รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยเทียบกับต่างประเทศได้ แต่เรายังไม่มีโอกาสได้แสดงให้เขา เห็นเท่านั้น" นายพิชิตกล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะหาพันธมิตรใหม่ให้มากขึ้นกว่าในปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 10 ราย ซึ่งเป็นพันธมิตรเดิมอยู่แล้ว จากกองทุนประเภทคันทรี่ฟันด์จำนวน 7 กองและกองทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศ (FIF) อีก 2 กองทุน ทั้งนี้ ในการหาพันธมิตรใหม่นั้น บริษัทมีแผนที่จัดตั้งกองทุน FIF อีกจำนวน 3 กองทุนในปีนี้ ซึ่งจะทำให้มีพันธมิตรใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก โดยในอนาคตก็จะมีการจัดตั้งกองทุนและหาพันธมิตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ส่วนพอร์ตการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนส่วนบุคคลนั้น ในส่วนของกองทุนส่วนบุคคล ล่าสุดได้มีการลงนามในการบริหารจัดการให้กับสภากาชาดไทย โดยมีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท ขณะที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็มีพอร์ตของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เข้ามาอีก 4,000 ล้านบาท
สำหรับ บลจ.เอ็มเอฟซีนั้น มีแผนที่จะจัดตั้งกองทุนในรูปแบบใหม่ออกมาอีกหลายกองทุน เช่น กองทุนเพื่อสังคม (Social Responaibility Investment Fund : SRI) ที่จะระดมทุนในปีหน้า โดยกองทุนดังกล่าวจะใช้ชื่อว่า กองทุน MFC Environmental And Social Responaibility Investment Fund หรือ MSRI ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยจะเน้นการลงทุนใน หุ้นเป็นหลัก รวมถึงตราสารหนี้ด้วย ซึ่งหลัก-ทรัพย์ที่จะเข้าไปลงทุนนั้น จะเลือกอุตสาหกรรมที่ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมหรือสร้างความเสียหายให้แก่สิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังมีกองทุนที่จะเข้าไปลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์อย่างกองทุนไทยแลนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์ (Thailand Inflastructure Fund) มูลค่าโครงการ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็น กองทุนประเภทคันทรี่ฟันด์ที่ระดมทุนจากต่างประเทศ โดยจะเน้นการระดมทุนในประเทศแถบตะวันออกกลางเป็นหลัก รวมถึงประเทศในแถบยุโรปด้วย นอกจากนั้น ยังมีแผนจัดตั้งกองทุนแมทชิ่งฟันด์ ซึ่งเป็นการระดมเม็ดเงินจากนักลงทุน ไทยผสมกับนักลงทุนต่างชาติ โดยมีนโยบายลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์เช่นเดียวกัน
|
|
 |
|
|