ไอทีวี ประกาศศึกสถานีข่าวกับช่อง 9 ที่เตรียมเปิดตัว 6 พ.ย.นี้ ชี้คอนเซ็ปต์โมเดิร์นไนน์สุดเชย
เตรียมปรับโฉมข่าวและสารคดีข่าวเชิงเจาะลึกปีหน้า หลังลงทุนพัฒนาซอฟต์แวร์ไปแล้วกว่า
100 ล้านบาท เผยการออกมาประกาศเป็น ผู้นำสถานีข่าวต้องใช้เวลาพิสูจน์กันที่เนื้อหา
ไม่ใช่แค่ออกมาโฆษณาอย่างเดียว ทิศ ทางข่าวปีหน้าข่าวเน้นอาชญากรรม บันเทิง
สังคม เพิ่มทีมข่าวอีก 30 คน เป็น 300 คน ปีนี้เม็ดเงินโฆษณาโต 50% โกยรายได้
1,500 ล้านบาท เดินหน้าขอลดสัมปทาน เหลือปีละ 150 ล้านบาท
นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน)
เปิดเผยว่า ไอทีวีได้วางตัวเป็นสถานีข่าวตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการ ถึงปัจจุบันนี้ได้นำเสนอรายการข่าว
และสารคดีเชิง ข่าววันละ 7 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งมากกว่าสถานีทุกช่องในขณะนี้
แต่ไม่ต้องการประกาศตัวเองว่าเป็นสถานี ข่าวอันดับหนึ่งของประเทศ เพื่อให้
สถานีปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้จำนวนชั่วโมงการนำเสนอข่าวไม่ใช่ประเด็นของการแข่งขัน
อยู่ที่เนื้อหาของข่าวที่นำเสนอมากกว่าว่าน่าสนใจ และมีความแตกต่างแค่ ไหน
เพื่อรองรับการแข่งขันของสถานีข่าวในประเทศไทยหลังจากช่อง 9 ประกาศตัวเป็นโมเดิร์นไนน์
ทีวี สถานีข่าว 24 ชั่วโมง ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 พ.ย. นี้
ไอทีวี จึงเตรียมปรับปรุงรายการ สารคดีเชิงข่าว ที่นำเสนอหลังละคร ภาคค่ำ
เวลา 22.45-23.50 ใหม่ 2 รายการ ด้วยการให้มีความเข้มข้นเจาะลึกมากขึ้น คือรายการ
ไอทีวี ทอล์ก วาไรตี้ ที่เดิมเสนอเดือนละ 1 ครั้งเป็น เดือนละ 4 ครั้ง ทุกวันอังคาร
และรายการข่าวเด่นประเด็นร้อน ทุกวันพุธ จะเปลี่ยนเป็นรายการ "ทุบโต๊ะ"
นำเสนอประเด็น ขัดแย้งจากกระแสสังคมที่เกิดขึ้น โดยเชิญคู่กรณีที่เกี่ยวของกับประ
เด็นดังกล่าวมาพูดคุยทั้ง 2 ฝ่ายส่วนรายการสารคดีเชิงข่าวอีก 3 รายการ คือ
ถอดรหัส จับกระแสโลก ย้อนร้อย ยังคงเนื้อหาสาระเหมือนเดิม
ปัจจุบันสถานีช่องต่างๆจะมีข่าวต้นชั่วโมงอยู่แล้ว ซึ่งไอทีวีจะนำเสนอภายใต้ชื่อ
"เกาะติดข่าว" ส่วนรายการข่าวอื่นๆ เริ่มตั้งแต่ 6.00-9.00 น.
สี่แยกข่าว 6 นาฬิกา, 12.00-13.00 น. ข่าวเที่ยงไอทีวี, 19.00-21.00 น. ข่าวภาคค่ำ
, 00.30-01.30 น.ข่าวภาคดึก ซึ่งจุดเด่นของ ข่าวไอทีวีจะเสนอในรูปแบบเจาะลึก
ประกอบการ วิเคราะห์ข่าวในทุกแง่ มุม ในปีหน้าจะเพิ่มข่าวด่วน Super Breaking
News ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เวลานำเสนอ 1-2 นาทีครึ่ง สอดแทรกเข้าไปในทุกรายการ
ที่นำเสนออยู่ในช่วงเวลานั้น
ทุ่ม 100 ล้านเสริมเทคโนโลยีข่าว
อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปีนี้ ไอทีวี ได้ลงทุนด้านซอฟต์แวร์เพื่อคุณ-ภาพข่าวไปแล้วกว่า
100 ล้านบาท การลงทุนที่สำคัญ คือ ENPS (Electronic News Production System)
ที่ลงทุนซอฟต์แวร์ไป 50-60 ล้านบาท โดยเป็นการส่งข่าวจาก ทีมข่าวต่างๆ ทั่วประเทศเข้ามายังเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางที่สำนักงานใหญ่
ทั้งภาพและเสียง หลังจากนั้นทีมงานส่วนกลางจะนำข่าวดังกล่าวมาใช้งานได้ทันที
จากเดิมที่ต้องเสียเวลาในการตัดต่อเทปข่าว ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการทำข่าวลงได้มาก
นอกจากนี้ได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ inscriber จำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นข้อมูลของตลาดหุ้นในและต่างประเทศ
อัตราแลกเปลี่ยน ข่าวด่วน รายงานอากาศ ราคาทอง ราคาน้ำมัน ซึ่งไอทีวีจะขึ้นข้อมูลดังกล่าวในรายการข่าวทุกช่วง
และเพื่อให้ทีมข่าวรายงานข่าวด่วนได้ฉับ ไวรวดเร็วยิ่งขึ้น ปีนี้ได้ลงทุนซื้อโทรศัพท์มือถือโนเกีย
รุ่น 7650 จำนวน 10 เครื่องให้กับทีมข่าว เพื่อส่งข่าวด่วน และภาพนิ่งเข้ามาในช่วง
ซูเปอร์ เบรกิ้ง นิวส์ ซึ่งไอทีวี สามารถรายงานข่าวได้หลังเหตุการณ์เกิดไปแล้ว5
นาที ซึ่งน่าจะรวดเร็วที่สุดในขณะนี้ ส่วนปีหน้ามีแผนจะเพิ่มจำนวนโทรทัศน์มือถือเพื่อรายงานข่าวมากขึ้น
ตำแหน่งผู้นำสถานีข่าวต้องพิสูจน์
นายสรรค์ชัย กล่าวต่อว่า การที่ช่อง 9 ออกมาตีฆ้องร้องป่าวว่าจะเป็นผู้นำสถานีข่าว
24 ชั่วโมง เหมือนบริษัททั่วไปที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ ย่อมสร้างความน่าสนใจให้ผู้ชมเป็นธรรมดา
แต่การจะทำได้ดีอย่างที่ประกาศไว้หรือไป เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องใช้ระยะเวลาพิสูจน์
และไม่จำเป็นว่ารูปแบบที่นำเสนอจะประสบความสำเร็จ เสมอไป
"ต้องยอมรับว่าการแข่งขันของสถานีแต่ละช่องเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้คู่แข่งพัฒนาและปรับปรุงตัวเอง
ซึ่งการแข่งขันไม่สามารถรู้ผลได้วันนี้ หรือวันที่ประกาศว่าจะทำอะไร จะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร
การออกมาประกาศ คอนเซ็ปต์ว่าเป็นโมเดิร์นทีวี โดยส่วนตัวเห็นว่า เพียงแค่ใช้คำว่า
Modern ก็ถือว่าเชยแล้ว ไม่เหมาะกับยุคดิจิตอลในปัจจุบัน"
ทั้งนี้จุดเด่นของโมเดิร์นไนน์ ที่ออกมาประกาศกับสาธารณชนทั่วไป บางอย่างเป็นเรื่อง
ที่ไอทีวีดำเนินการอยู่แล้ว เช่น การรับข้อมูลข่าวสารจากสำนักข่าวต่างๆ ทั่วโลก
ซึ่งไม่ได้มีแค่ไอทีวีเท่านั้นที่ทำอยู่ สถานีทีวีทุกช่องก็ดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้วเช่นกัน
ซึ่งไอทีวี ไม่มีวัตถุประสงค์ จะนำข่าว หรือสกู๊ปสารคดีที่ทำขึ้นไปขายให้สำนักข่าวต่างประเทศ
แต่ปัจจุบันสกู๊ปข่าวที่น่าสน ใจจากสถานีทีวีทุกช่องจะได้รับความสนใจจากสำนักข่าวต่างประเทศมาขอซื้อไปเผยแพร่อยู่
แล้ว เพิ่มทีมข่าวเป็น 300 คน
ปัจจุบันทีมข่าวของไอทีวีมีจำนวน 270 คน ขณะนี้กำลังรับทีมผลิตข่าวเพิ่มอีก
30 คน เป็น 300 คน ทิศทางข่าวที่จะเน้นผลิตในปีหน้า คือ ข่าวอาชญากรรม สังคม
บันเทิง เนื่องจากเป็นข่าวที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ ด้วยการ นำเสนอในเชิงวิเคราะห์เจาะลึก
แตกต่างจากข่าว การเมือง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งสถานีทุกช่องนำเสนอในรูปแบบเดียวกัน
ทำให้ผู้ชมเลือกชมจากช่องใดก็ได้
จากการสำรวจผู้ชมพบว่านิยมดูข่าวบันเทิงสูงสุด 26-27% รองลงมาข่าวอาชญากรรม
21-22% ส่วนข่าวการเมืองมีสัดส่วนเพียง 10% เท่านั้น ทำให้ไอทีวีต้องปรับรูปแบบข่าวมาเน้นข่าว
ที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมสูงสุด
ทั้งนี้รวมถึงประเด็นของผู้ประกาศข่าวด้วย ซึ่งไอทีวีจะใช้ผู้สื่อข่าวเป็นผู้ประกาศข่าวเท่านั้น
เพราะจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับข่าวด้วย การใช้นักแสดงมาอ่านข่าวไม่น่าจะเหมาะสม
เพราะนักแสดงก็ควรไปแสดงละครมากกว่าจะมาทำหน้าที่อ่านข่าว ที่ไม่น่าจะชำนาญเท่ากับผู้สื่อข่าว
สำหรับจุดเด่นของช่อง 9 ที่เห็นว่าเหนือกว่าสถานีทีวีช่องอื่นในขณะนี้
คือ ไม่ต้องจ่ายค่าสัมปทานและเสียภาษีให้ภาครัฐ มีสำนักข่าวไทยที่แข็งแกร่ง
และมีเครือข่ายทีวี และวิทยุที่สามารถเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน
ปีนี้โฆษณาโต 50%โกยกว่า 1,500 ล้านบาท
นายสรรค์ชัย กล่าวต่อว่า เดิมไอทีวีจะเน้น รายการข่าวและสาระ 80% แต่ปี
2544 ไอทีวีเริ่ม ผลิตรายการบันเทิงและละครมากขึ้น ทำให้ปีนี้สัดส่วนรายการข่าวจะลดลง
โดยสัดส่วนรายการ ของไอทีวีจะเป็นข่าว 35% บันเทิง 28% ที่เหลือเป็นสาระคดีเชิงข่าว
รายการเกษตร ศิลปวัฒน-ธรรม ท่องเที่ยว ดนตรี กีฬา
ทั้งนี้พบว่าเม็ดเงินในอุตสาหกรรม โฆษณาผ่านสื่อทีวี เมื่อหักส่วนลดและค่าธรรมเนียมต่างๆแล้ว
ปีนี้น่าจะอยู่ที่ 15,000-16,000 ล้านบาท การใช้เม็ดเงินดังกล่าวพบว่าขยายตัวอยู่ในราย
การข่าวสูงสุดคือ 12% ส่วนรายการบันเทิงเติบโต 8% ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ช่อง
9 มาเน้นสถานีข่าวมากขึ้น แต่เชื่อว่าเม็ดเงินสำหรับรายการ ข่าวน่าจะเพียงพอสำหรับ
ช่อง 9 และไอทีวี เพราะช่องอื่นๆ ไม่ได้ปรับราย การข่าวอย่างชัดเจน
สำหรับรายได้จากโฆษณาขณะนี้รายได้หลักยังอยู่ที่ข่าวทุกช่วงประมาณ 60-70%
จากเดิม 80% ทั้งนี้รายได้หลักมาจากรายการบันเทิงทุกประเภทมากขึ้น โดยรายการข่าวช่วงไพร์มไทม์
และละครภาคค่ำมีอัตราค่าโฆษณาเท่ากันคือ นาทีละ 2.5 แสนบาท ปีนี้คาดว่ารายได้จากโฆษณาจะเพิ่มขึ้น
50% คิดเป็นรายได้ประมาณ 1,500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ไอทีวีไม่มีนโยบายจะปรับราคาโฆษณาขึ้นในปีนี้และปีหน้า เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจยังไม่เอื้ออำนวย
และสถานีทีวีช่องอื่นๆก็ไม่มีรายได้ขึ้นค่าโฆษณา ดังนั้นไอทีวีคงไม่เป็นผู้นำในเรื่องนี้
เดินหน้าขอลดค่าสัมปทาน
สำหรับความคืบหน้าการฟ้องร้องเสียค่าเสียจากหน่วยงานของรัฐ จำนวน 1,800
ล้านบาท จากสัญญาไม่เป็นธรรมขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนการตั้งคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการขึ้นมาพิจารณาสัญญาที่ไม่เป็นธรรมดังกล่าว
โดยไอทีวีต้องการให้รัฐลดค่าสัมปทานที่ต้องจ่ายรายปีที่จ่ายอยู่ปีละ 700-800
ล้านบาท เหลือปีละ 150 ล้านบาท เท่ากับสถานีโทรทัศน์เอกชนทั่วไปที่ดำเนินธุรกิจอยู่
คือ ช่อง 3 และ 7
เนื่องจากไอทีวีเป็นสถานีที่เสนอสาระมากกว่าบันเทิง เปรียบเสมือนมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง
ที่ทำประโยชน์ให้สังคม แต่ต้องเสียภาษีสูงกว่ารายอื่น ซึ่งเป็นเรื่องไม่ยุติธรรม
ประกอบกับช่วงหลังไอทีวีมีคู่แข่งหลายด้าน เช่นเคเบิลทีวี ที่มีโฆษณาได้
ทำให้ไอทีวีเสียโอกาสทางการขายไปด้วย
ในปีที่ผ่านมาไอทีวีมีตัวเลขขาดทุนสะสม 900 ล้านบาท แต่จากผลประกอบการปีนี้
คาดว่าตัวเลขขาดทุนจะลดลงได้ถึง 50%
ดุสิตโพลชี้ไอทีวีผู้นำสน.ข่าว
นายสรรค์ชัย กล่าวต่อว่า จากผลสำรวจของสำนักดุสิต โพล และ แบรนด์เอจ ในกลุ่มผู้ชมทีวี
3,306 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 27 พ.ค.-10 ก.ค.2545 รายงานว่า ไอทีวี มีคะแนนความชื่นชอบในส่วนของรายการกลุ่มข่าว
รวมสารคดีเชิงข่าวอันดับ 1 ได้คะแนนความนิยม 4.37 จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ตามมาด้วยช่อง
7 ,3 และ 9 ส่วนรายการกีฬา คือข่าวกีฬา และการถ่ายทอดสดกีฬาต่างๆ ไอทีวี
ได้อันดับ 2 ด้วยคะแนน 3.86 อันดับหนึ่ง คือช่อง 7 ส่วนรายการประเภท สารคดี
ยกเว้นสารคดีเชิงข่าว ไอทีวีได้อันดับ 2 คะแนน 3.67 รองจากช่อง 9 ที่ได้อันดับหนึ่ง
ส่วนความพอใจในการนำเสนอข่าวของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ พบว่าผู้ชมให้ความสำคัญการเสนอข่าวที่ฉับไว
มีความเป็นกลาง การเจาะลึก ความน่าเชื่อถือ และการเสนอข่าวได้ดึงดูด ใจ ซึ่งไอทีวีได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งในทุกหัวข้อ
สำหรับส่วนแบ่งการตลาดในส่วนของรายการข่าวและสารคดีเชิงข่าว ไอทีวีได้อันดับ
1 จำนวน 33.7% รองลงมา คือ ช่อง 3 สัดส่วน 32.6% ช่อง 7 สัดส่วน 22.4% ช่องยูบีซี
8 สัดส่วน 7.2% ช่อง 9 สัดส่วน 1.8% ช่อง 5 และ ช่อง 11 สัดส่วน 1.3%
ชี้บั้งไฟพญานาคฝีมือมนุษย์
นายสรรค์ชัย กล่าวต่อว่า การนำเสนอสารคดีเรื่องบั้งไฟพญานาคจนเป็นประเด็นสังคมในขณะนี้
ขอยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมาจากการสืบเสาะหาข้อมูล และวางแผนการผลิตของไอทีวีกว่า
2 เดือน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ ที่เป็นการยิงปืน เพื่อเป็นพุทธบูชาของคนฝั่งลาว
ซึ่งไอทีวี ไม่ได้ชี้ชัดลงไปว่าตลอดฝั่งแม่น้ำโขงลูกไฟที่ผุดขึ้นจะเป็นฝีมือมนุษย์ทั้งหมด
ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ชมว่าจะคิดไปในทิศทางใด