Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน6 ตุลาคม 2548
คุมเข้มบุหรี่ได้ผลยอดขายวูบ รง.ยาสูบยอดตกบุหรี่เถื่อนระบาด             
 


   
www resources

โฮมเพจ โรงงานยาสูบ

   
search resources

โรงงานยาสูบ




มาตรการห้ามโชว์บุหรี่ที่จุดขาย ส่งผลกระทบหนักยอดขายบุหรี่ ขณะที่ บุหรี่เถื่อนตีตลาดยอดขายโรงงานยาสูบวูบ 6% คาดว่าขายได้เพียง 3.4 ล้านมวน จากเป้า ทั้งปี 3.6 ล้านมวน เสนอมาตรการสกัดช่องทางต่อ "วราเทพ" 6 ต.ค.นี้

นายสุชน วัฒนพงษ์วานิช ผู้อำนวยการ โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลัง ตั้งเป้ายอดขายบุหรี่ใน สังกัดโรงงานยาสูบ ประมาณ 36,300 ล้านมวน/ปี แต่จากมาตรการป้องกันการสูบบุหรี่ที่ออกมาเป็นระยะตลอดทั้งปี 2548 คาดว่า ยอดขายบุหรี่ทั้งปี จะขายได้ประมาณ 34,000 ล้านมวน หรือ ต่ำกว่าเป้าหมาย 6.33%

ทั้งนี้ มาตรการที่ภาครัฐออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2548 เริ่มตั้งแต่การขึ้นอัตราภาษีเต็มเพดาน ส่งผลให้ปัจจุบันบุหรี่ของ โรงงานยาสูบต้องปรับราคาเป็นซองละ 38 บาท มาตรการพิมพ์ภาพเตือนบนซองบุหรี่ และล่าสุดมาตรการห้ามโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย ซึ่ง มาตรการต่างๆ เหล่านี้ ล้วนแต่ทำให้ยอดขาย บุหรี่ตกต่ำทั้งสิ้น

สำหรับมาตรการห้ามโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย ที่ออกมาล่าสุด ทางโรงงานยาสูบกำลังสำรวจผลกระทบ คาดว่าประมาณ 3-6 เดือน จะทราบผลการเปลี่ยนแปลงว่ากระทบมากน้อยเพียงใด แต่ที่กระทบแน่นอนคือมีผู้ค้ารายย่อย เลิกขายไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากกลัว เจ้าหน้าที่รัฐจะเข้าไปทำการจับกุม

นอกจากนี้ จากการห้ามโชว์บุหรี่ส่งผลให้บุหรี่เถื่อนและบุหรี่ปลอมระบาดมากขึ้น เนื่องจากการห้ามโชว์ทำให้ร้านค้าปลีกบางรายที่เดิมขายบุหรี่ปลอมอยู่ก่อนแล้ว นำออกมาขายได้ง่ายขึ้น เพราะบุหรี่ของปลอม และ ของจริงเก็บไว้หลังร้านเหมือนกัน ที่สำคัญประชาชนไม่สามารถแยกความแตกต่างได้ระหว่างบุหรี่ปลอมกับบุหรี่จริง

โดยช่องทางการนำเข้าบุหรี่ปลอม และ บุหรี่เถื่อนที่สำคัญ อยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน ของประเทศแถบ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี จ.ตราด และ จ. สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะที่ อ.อรัญประเทศ มีการลักลอบนำเข้ารุนแรงที่สุด การลักลอบนำเข้า 1 หีบ ไม่ต้องเสียภาษีให้รัฐ 1 หมื่นบาท เอาไปให้พวกกระจาย สินค้า 5 พันบาท ที่เหลืออีกส่วนหนึ่งนำไปจ่ายให้แก่ร้านค้าปลีกเพื่อเป็นแรงจูงใจในการขายได้อีก ซึ่งคนที่กระจายของเถื่อนเหล่านี้มีทั้งที่เป็นคนฐานะดีอยู่ตามคอนโดฯ จนถึงทหารตำรวจระดับล่าง

สำหรับการพิจารณาบุหรี่ของโรงงานยาสูบว่าเป็นของปลอม และของจริง ทำได้โดยการสังเกตตัวเลข 20 ด้านข้างของซองบุหรี่ หากนำซองบุหรี่ในฝั่งที่มีตัวเลข 20 มาทาบกับวัสดุที่มีความร้อน อาทิ แก้วกาแฟ จะทำให้ตัวเลข 20 เปลี่ยนสีจากสีเทาเป็นสีขาว เมื่อทิ้งไว้สักพักจะกลับมาเป็นสีเทาเช่นเดิม หรือ วิธีสังเกตอีกหนึ่งทางคือสังเกตแสตมป์ด้านบนของซองบุหรี่ ถ้าเป็นของจริงตรากรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง จะมีลักษณะนูน

นายสุชน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโรงงานยาสูบนำรายได้ส่งเข้ารัฐกว่า 38,000 ล้านบาท หาก ยอดขายบุหรี่ลดลงจะทำให้รายได้ที่จะนำส่งรัฐ ต้องลดลงไปด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังเกษตรกรที่ปลูกยาสูบต้องสูญเสียรายได้ ตามไปด้วย แต่ในอีกมุมมองหนึ่งก็อาจจะเป็น ผลดีในแง่ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลง

โดยแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น เนื่องจากการโฆษณา หรือการทำการตลาดบุหรี่มีกฎหมายควบคุมไว้ค่อนข้างมาก จึงไม่สามารถ ทำอะไรได้มากนัก แต่ทางโรงงานยาสูบจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าพบร้านค้าขายปลีกให้มาก ขึ้นเพื่อสำรวจปัญหาหรือหาแนวทางช่วยเหลือ ขณะเดียวกันก็อาจจะเพิ่มมาตรการจูงใจซึ่งจะมีการหารือวันที่ 10 ต.ค.นี้ว่า จะดำเนินการ อย่างไร

ส่วนมาตรการในการสกัดกั้นของปลอม และของเถื่อนที่ระบาดอยู่ในขณะนี้นั้น จะนำเสนอข้อมูลต่อนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในวันที่ 6 ต.ค. นี้ เพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาต่อไป   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us