Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน4 ตุลาคม 2548
บึ้มบาหลี/NPLถล่มหุ้นไทย กฝผ.ซ้ำเลื่อนขายพนักงาน             
 


   
www resources

โฮมเพจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

   
search resources

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
กิตติรัตน์ ณ ระนอง
Stock Exchange




ปัจจัยลบตลบอบอวลตลาดหุ้นไทยวูบ "บอมบ์บาหลี-กฟผ.เลื่อนขาย หุ้น-ห่วงเศรษฐกิจเอ็นพีแอลโป่ง" นักลงทุนชิงทิ้งหุ้น แบงก์ พลังงาน ฝรั่งขายสุทธิ 1.17 พันล้านบาท "กิตติรัตน์" เชื่อบาหลีเหมือนครั้งก่อนไม่นานปกติ แนะเก็บหุ้นช่วงลงก่อนการประกาศผล บจ.ไตรมาส 3 ส่วนเลิกห้ามเน็ต-มาร์จิ้นอีสเทิร์นไวร์รอลุ้นเย็นนี้ หุ้นภัทรทรุดรับ กฟผ.เลื่อนขายหุ้นจากเดิม 3 ต.ค. วงในเผยเหตุเลื่อนรอสหกรณ์ฯหาเงิน ให้พนักงานแดนไกลกู้ซื้อหุ้นพร้อมกัน

การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯวานนี้ (3 ต.ค.) ดัชนีแกว่งตัวในแดนลบจากปัจจัยลบจากเหตุระเบิดในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้บรรยากาศการลงทุนยังเต็มไปด้วยกระแสข่าวการชะลอเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯของ บมจ.กฟผ. ส่งผลให้ดัชนีปิดที่ 717.42 จุด ลดลง 5.81 จุด หรือ 0.80% ขณะที่จุดสูงสุดของวันอยู่ที่ 722.65 จุด และจุดต่ำสุดที่ 714.72 จุด มูลค่าการซื้อขาย 13,143.06 ล้านบาท

นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,175.85 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 198.32 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 1,365.17 ล้านบาท

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ประเทศในเอเชียเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบาหลี และเป็นเหตุการณ์ที่มีผลต่อจิตวิทยา การลงทุนในตลาดหุ้นไทย และตลาดหุ้นแถบเชียตะวันออกเฉียงใต้เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ถือว่าเป็นโอกาสที่จะเข้าซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาหุ้นต่ำ เพราะอีกไม่นานก็จะถึงช่วงประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3/48 ซึ่งความสนใจ ของนักลงทุนก็จะอยู่ที่ผลประกอบการ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค

"ปัจจัยเดิมๆ ที่มีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนของนักลงทุน คือ ภาวะเศรษฐกิจ ดุลบัญชีเดินสะพัด การเติบโตของ GDP ที่โตช้า ค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ขณะนี้พูดได้ว่าคลี่คลาย บางประเทศที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว แล้วมีปัญหาไม่เรียบร้อยในประเทศด้วย แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะค่อยๆ ปรับราคาน้ำมันเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและเอกชน"

นอกจากนี้ ปลายปีนี้นายจ้างภาคเอกชนพร้อม ที่จะปรับขึ้นเงินเดือนให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ

ส่วนหุ้น บมจ.อีสเทิร์นไวร์ หรือ EWC ที่มาตรการห้ามซื้อขายด้วยเน็คเซตเทิลเมนต์(หักกลบ) และมาร์จิ้น(เงินกู้)วันนี้(4ต.ค.)เป็นวันสุดท้ายนั้น นายกิตติรัตน์เปิดเผยว่า ต้องรอผลการประชุมช่วงเย็นวันนี้ก่อนว่าจะขยายเวลาหรือไม่

นายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ทีเอสอีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หุ้น EWC, EWC-W1, APURE, APURE-W1 ในช่วงที่ใช้มาตรการดังกล่าว ความเคลื่อนไหวหุ้นก็ไม่ร้อนแรงมาก คาดว่าตลท. น่าจะปล่อยให้ซื้อขายได้ปกติ แต่อย่างไรก็ตามให้นักลงทุนรอความชัดเจนก่อนตัดสินใจเข้าลงทุน

อนึ่ง EWC เป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเดือน ก.ย.48 โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 135.04%

นายสจ๊วต คัลลาแกน กรรมการผู้จัดการ ฝ่าย งานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บีเอ็นพี พารีบาส์ พิริกรีน จำกัดเปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจ ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นฐาน 3 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งตลาดหุ้นได้ปรับตัวลดลงมารองรับกับปัจจัยลบดังกล่าวเรียร้อยแล้ว

นางอัศวินี ไตลังคะ กรรมการผู้จัดการ สายธุรกิจหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยถือเป็นทางเลือกที่สำคัญที่ให้ผลตอบแทนที่ดี โดยมั่นใจว่ายังมีปัจจัยบวกต่างๆ เข้ามากระตุ้น เช่นในปลายปี 48 จะมีหุ้นขนาดใหญ่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เช่น หุ้น กฟผ. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ และ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ หรือ เบียร์ช้าง จะทำให้ตลาดฯมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น

ขณะที่ต้นปี 49 จะมีปัจจัยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 4 ซึ่งเชื่อว่าน่าจะยังดีอย่างต่อเนื่อง ภายใน 3 เดือนข้างหน้านี้นักลงทุน สามารถที่จะลงทุนในระยะสั้นได้ แต่จะต้องเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีกฟผ.เลื่อนขายหุ้น

วานนี้กระแสข่าวการเลื่อนนำหุ้น กฟผ.เข้าตลาดหุ้นไทยยังคงตลบอบอวล ส่งผลให้ราคาหุ้น บล.ภัทร (PHATRA) ผันผวนลงตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนจะปิดที่ 43.25 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.70% โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปรากฏข่าวออกมาว่า ที่ปรึกษา การกระจายหุ้นในส่วนต่างประเทศ ได้เสนอให้เลื่อนระยะเวลาการกระจายหุ้น กฟผ. จากปีนี้ที่ตั้งเป้าหมายเดิมจะกระจายหุ้นในเดือนพฤศจิกายน เป็นปี 2549 แทน เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐในหลายเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายพิชัย จุลพงศธร รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริหาร บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ออกมาปฏิเสธข่าวและยืนยันว่าบริษัทยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เดิม คือในช่วงปลายปี 48 เพียงแต่ยังไม่กำหนดแน่ชัดว่าจะเริ่มทำการเปิดให้มีการขายหุ้นในวันใด และเลื่อนการเปิดจองหุ้นของพนักงานมาเป็นวันที่ 25-27 ตุลาคม

ด้านแหล่งข่าวจาก กฟผ. เปิดเผยว่า ส่วนกรณี ที่ได้มีการแจ้งเลื่อนการเปิดจองหุ้นในส่วนของพนักงาน จากเดิมเริ่มเปิดจอง 3-4 ต.ค. เนื่องจากติดปัญหาในส่วนของพนักงาน กฟผ.ตามต่างจังหวัดไกล ๆ จำนวนหนึ่งที่ต้องรอเงินกู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งขณะนี้สหกรณ์อยู่ระหว่างการระดมเงินมาให้พนักงานดังกล่าวกู้ยืมเพื่อจองหุ้น กฟผ.ตามสัดส่วนที่ได้รับ ซึ่งจะใช้การออกตั๋วแลกเงินระยะสั้นก็ต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งห่วง NPL ทิ้งหุ้นแบงก์

นายแสงธรรม จรณชัยกุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ ASP เปิดเผยว่า มีแรงขายหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ออกมา โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ เช่น BBL และ KBANK เพราะกังวลเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ที่จะเพิ่มขึ้นหรือไม่ รวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศที่ชะลอตัวลงในครึ่งปีแรก

นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บล. โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า จากความไม่แน่ชัดในเรื่องของการยกหนี้เอ็นอีแอลของภาครัฐที่จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ส่งผลให้นักลงทุนขายหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ออกมา นอกจากนี้ กลุ่มสื่อสารก็ปรับตัวลดลง เนื่องจากความไม่แน่ชัดในเรื่องกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้านกลุ่มพลังงาน อาจปรับลดจากราคาน้ำมันที่อ่อนค่าลง

กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีอาจรีบาวนด์กลับ และเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ประเมินแนวรับที่ระดับ 713 จุด แนวต้าน 720 จุด   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us