Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน3 ตุลาคม 2548
ททท.ตั้งรับเศรษฐกิจซบ งัดแผนคนไทยเที่ยวใกล้             
 


   
www resources

โฮมเพจ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

   
search resources

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
Tourism




ททท.เตรียมรับมือคนไทย กระเป๋าแฟบปีหน้า วางแผนจับโครงการ "วันเดียว เที่ยวสนุก" มาเร่งขยายผล เน้นโปรโมตให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคของตัวเอง เล็ง จับกลุ่มราชการ เช่น อบต. ทำทริปประชุมสัมมนา ดูงาน ด้านบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว แลกเปลี่ยนกันระหว่างจังหวัด พร้อมเตรียมเปิดเส้นทางเที่ยวชมพระราชวัง และตามรอยโครงการพระราชดำริ ร่วมฉลองในแคมเปญ "ไทยแลนด์ แกรนด์ อินทิวิชั่น" ขณะที่งบปี 49 ถูกหั่นอีก 199 ล้านบาท เหลือ 3,890 ล้านบาท

นางจุฑาพร เริงรณอาสา รองผู้ว่าการ ฝ่าย ตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยแผนการตลาดในประเทศ ในปีงบประมาณ 2549 ว่า เน้นให้มีการท่องเที่ยวใน ภูมิภาคเดียวกัน โดยสั่งการให้สำนักงาน ททท. ภูมิภาคนำเอาโครงการ "วันเดียวเที่ยวสนุก" ไปขยายผลให้กว้างขึ้น ซึ่งแผนงานนี้ถือเป็นการตอบโจทย์ปัญหาราคาน้ำมันแพงได้ดี โดยคนไทยไม่จำเป็นต้องหยุดเที่ยวแม้ค่าครองชีพจะสูงขึ้น แต่สามารถเดินทางท่องเที่ยวในระยะใกล้ในจังหวัดใกล้เคียงได้

ขณะเดียวกัน ในนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค ก็จะจับกลุ่มตลาดประชุมสัมมนา ดูงาน และอินเซนทีฟให้มากขึ้น โดยให้ ททท.จังหวัดไปนำเสนออินเซนทีฟโปรแกรมต่อองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อจัดให้เป็นการท่องเที่ยวดูงานข้ามภูมิภาค เช่น จังหวัดในภาคเหนืออาจมาดูงานจังหวัดทางภาคใต้ หรือภาคตะวันออก เน้นจังหวัดที่ยังไม่ชำนาญ หรือ ต้องการหาความรู้เพิ่มเติมด้านการบริหารจัดการเรื่อง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อนำไปปรับใช้ในจังหวัดของตัวเอง

นอกจากนั้น ยังร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร, สมาคมโรงแรมไทย ตลอดจนผู้ประกอบการนำเที่ยว เพื่อโปรโมตจัดเป็นแพกเกจทัวร์ พร้อมจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเป็นจุดขายในการเชิญชวนคน ต่างจังหวัดเข้ามาเที่ยวในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลใหญ่ๆ อาทิ เทศกาลสงกรานต์ ที่คนกรุงเทพฯ เดินทางออกไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็ให้คนต่างจังหวัดเข้ามาเที่ยวในกรุงเทพฯด้วย เช่น เส้นทางเที่ยว วัดพระแก้ว ล่องเรือครุยส์แม่น้ำเจ้าพระยา ชอปปิ้งเยาวราช หรือการท่องเที่ยวตามเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้ามหานคร เป็นต้น ซึ่งในปี 2549 คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ททท.ได้ตั้งเป้า-หมายไว้ที่ 79.33 ล้านคนครั้ง เกิดรายได้หมุนเวียน 3.8 แสน ล้านบาท ขณะที่ปี 2548 ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 76 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้ 3.47 แสนล้านบาท

"นอกจากเป้าหมายการเติบโตของการเดินทาง ท่องเที่ยวของคนไทยภายในประเทศแล้ว ททท.ยังมุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวมีการจับจ่ายสำหรับการท่องเที่ยวเพิ่มจากปัจจุบันที่ 1.8 พันบาทต่อคนต่อวันเป็น 2 พันบาทต่อคนต่อวันในปีหน้าด้วย"

ทั้งนี้ แผนการตลาดโดยรวมของ ททท. ในปีหน้า ได้ตั้งให้ปี 2549 เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชฯ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 60 ปี จึงได้จัดแคมเปญใหญ่ภายใต้ชื่อ "ไทยแลนด์ แกรนด์ อินทิวิชั่น" ในส่วนของตลาดในประเทศ กำลังคิดเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อให้คนไทยได้ร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสสำคัญนี้ด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับอาจารย์ธงทอง จันทรางศุข เพื่อหาเส้นทาง การท่องเที่ยวมาให้คนไทยได้เดินทาง เบื้องต้นที่หารือได้แก่ เส้นทางเที่ยวชมโครงการตามพระราชดำริ และเส้นทางพระราชวังเก่า หรือสถานที่ที่เคยเป็นพระราชวังของพระมหากษัตริย์ในอดีต เช่น พระจุฑาธุชราชฐาน ที่เกาะสีชัง พระราชวังบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา วังมฤคทายวัน จ.ประจวบฯ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งวิมานเมฆ และวังสวนผักกาด ตลอดจน พระราชวัง และพระตำหนักที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ แยกตามเส้นทางในละภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม งบทำการตลาดในประเทศของ ททท. ในปีงบประมาณ 2549 ได้รับจัดสรรมาเป็นจำนวนเงินประมาณ 400 ล้านบาท เป็นงบที่ปรับลดจากปี 2548 ที่ได้รับจัดสรรมา 600 ล้านบาท เพราะส่วนหนึ่งซึ่งจะใช้เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และ การจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี

ททท.ถูกตัดงบอีก 199 ล้าน

ทางด้านนาวสาวเพ็ญสุดา ไพรอร่าม รองผู้ว่า การฝ่ายบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า ล่าสุดการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ร่วมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบงบประมาณประจำปี 2549 ให้แก่ ททท. เป็นจำนวนเงิน 3,890 ล้านบาท ลดลง 199 ล้านบาท จากตัวเลขเดิมที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้เห็นชอบไว้ที่วงเงิน 4,089 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นจำนวนเงินที่น้อยลงกว่างบประมาณที่ได้ในปี 2548 ซึ่ง ททท.ได้รับจัดสรรงบเป็นจำนวน 4,048 ล้านบาท

โดยการตัดลดงบประมาณประจำปีครั้งนี้ ทั้ง ครม. และคณะกรรมาธิการให้เหตุผลว่า ททท. ได้รับงบกระตุ้นท่องเที่ยวพิเศษไปแล้วในปีนี้เป็นจำนวนเงิน 1,500 ล้านบาท ซึ่งบางส่วน เช่น งบกิจกรรม 600 ล้านบาท และงบโครงการทัวริสต์แชนเนล 100 ล้านบาท เป็นงบที่จะใช้ต่อเนื่องถึงปีงบประมาณ 49 จึงต้องนำมาหักลบออกไป

ทั้งนี้ วงเงินที่ถูกตัดลด 199 ล้านบาท ดังกล่าวข้างต้น แบ่งตัดลดงานใน 2 ส่วน คือ งบแผนแม่บทไอทีสารสนเทศ หรืออี-ออฟฟิศ ซึ่งถูกลด 10% จากวงเงิน 30 ล้านบาท และโครงการลงทุนในส่วนของการก่อสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งลดจาก 596.2 ล้านบาท เหลือ 400 ล้านบาท โดยอ้างว่าโครงการดังกล่าวมีแผนการก่อสร้างที่ล่าช้าออกไป ทำให้การเบิกจ่ายเงินค่างวดก่อสร้างก็ต้องล่าช้าออกไปด้วย

อย่างไรก็ตาม การที่งบ ททท.ถูกตัดลดลง ทั้งที่ปีหน้า ททท.ต้องมีเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้คือ 15.12 ล้านคน สร้างรายได้ 5.33 แสนล้านบาท ส่วนตลาดในประเทศ ต้องชวนคนไทยท่องเที่ยวให้ได้ 79.33 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียน 3.8 แสนล้านบาท ตรงนี้ไม่หนักใจอะไรมาก เพราะเชื่อว่าหาก ททท.มีแผนงานเพิ่มเติมที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวก็อาจทำ เรื่องเสนอของบจัดสรรเพิ่มเติมได้เช่นเดียวกับปีนี้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us