Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน3 ตุลาคม 2548
เป๊ปซี่เพิ่งตื่นลงลุยน้ำผลไม้ ปั้นทรอปิคาน่าชิงแชร์ต้นปี             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท เสริมสุข จำกัด (เป๊ปซี่)

   
search resources

เสริมสุข, บมจ.
เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง, บจก.
Soft Drink
ชาลี จิตจรุงพร




"เป๊ปซี่" เตรียมเปิดแนวรบส่ง "ทรอปิคาน่า" ชิงเค้กตลาดน้ำผลไม้ต้นปีหน้านี้แน่ ขานรับกระแสสุขภาพมาแรง ตลาดน้ำผักผลไม้ปีนี้โตพรวด 20% ดอดปักธงลงทั้งเซกเมนต์ 100% และ40% นำร่องน้ำส้ม ชูความแข็งแกร่งระบบจัดจำหน่ายเบียดสามผู้นำตลาดทิปโก้-มาลี-ยูนิฟ ล่าสุดซุ่มวางแผนการตลาด โฆษณาประชาสัมพันธ์ พร้อมปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย

นายชาลี จิตจรุงพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้บริหารเครื่องดื่มน้ำอัดลมตราเป๊ปซี่ และ มิรินด้า เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาด น้ำผักและผลไม้โดยรวมมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาทว่า ในปีนี้มีอัตราการเติบโตถึง 20% เนื่องจากคนไทยหันมา ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเติบโตสูง เมื่อเทียบกับตลาดน้ำอัดลมมูลค่า 30,000 ล้านบาท ปีนี้เติบโตแค่ 3% เท่านั้น ส่วนตลาดน้ำสีมูลค่า 6,600 ล้านบาท สภาพตลาดไม่มีอัตราการเติบโตเพราะได้รับผลพวงจากเครื่องดื่ม สุขภาพมาแชร์ตลาดน้ำสี

ล่าสุดแหล่งข่าวบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ในช่วงของการวางแผน ทางการตลาดน้ำผลไม้ภายใต้แบรนด์ "ทรอปิคาน่า" ทั้งในรูปแบบกิจกรรมและสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์กับทางบริษัทโอกิลวี่ ซึ่งประมาณการณ์ว่าน้ำผลไม้ทรอปิคาน่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในต้นปีหน้านี้อย่างแน่นอน

ด้านกำลังการผลิต บริษัทจะใช้โรงงานที่ซื้อหุ้นจากโยคืนเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อนำมาผลิตเครื่องดื่มไม่อัดลม และถือว่าเป็นศูนย์กลางพัฒนา ผลิตภัณฑ์ใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้ใช้โรงงานดังกล่าว ผลิตลิปตันและน้ำดื่มคริสตัล หลังจากในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้ทุ่มงบ 470 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังผลิตโรงงาน จ.ชลบุรี 2 แห่ง เพิ่มจาก 1.2 ล้านลังต่อเดือนเป็น 2.5 ล้านลังต่อเดือน โรงงานแรกจะผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลม ซึ่งจะขยายกำลังการผลิตเป๊ปซี่ ส่วนอีกแห่งเป็นโรงงานโยเดิม

นายชาลีกล่าวว่า ที่ผ่านมาค่ายคู่แข่ง "โค้ก" ได้เคลื่อนไหวด้วยการเปิดตัวน้ำผลไม้ภายใต้แบรนด์ "สแปลช" น้ำส้มลงสู่ตลาดเมืองไทยในฐานะที่เป๊ปซี่เป็นผู้นำตลาดน้ำอัดลมและผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่ม บริษัทก็ต้องเปิดตัวน้ำผลไม้เช่นกัน เพื่อรองรับกับกระแสสุขภาพที่มาแรง อย่างไรก็ตาม การเข้ามาทำตลาดของน้ำผลไม้ทรอปิคาน่าในไทย จะต้องปรับปรุงรสชาติให้สอดคล้องกับคนไทย โดยคนไทยจะชอบน้ำส้มจากส้มเขียวหวานเมื่อเทียบกับต่างประเทศ จะนิยมน้ำส้มรสขมมากกว่า ซึ่งการเปิดตัวน้ำส้มทรอปิคาน่าในครั้งนี้ จะลงตลาดทั้งสองเซกเมนต์คือ 100% และ 40%

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สอด คล้องกับวิชันของนายสมชาย บุลสุข ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ที่เตรียมพร้อมและเพิ่มศักยภาพในทุกด้าน เพื่อก้าวสู่การเป็นอาณาจักรเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและเพื่อความสดชื่นอย่างครบวงจร โดยวางสัดส่วนเครื่องดื่มอัดลมลดลงจากในปี 2547 จาก 85% เป็น 80% ปี 2548 และเพิ่มกลุ่มไม่อัดลมจาก 15% เป็น 20% โดยจะขยายไลน์การผลิตไปสู่กลุ่มน้ำผลไม้ทรอปิคาน่า

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบ บริษัทเสริมสุข และบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ในตลาด ประกอบด้วย ทิปโก้ มาลี หรือทั้งยูนิฟเอง เสริมสุขถือว่ามีระบบการจัดจำหน่ายสินค้าที่มีความแข็งแกร่งมาก โดยสามารถครอบคลุมทั้งโมเดิร์นเทรด ร้านค้าปลีกรายย่อย และตู้แช่ทั่วประเทศมากกว่า 1 แสนราย อีกทั้งในปีนี้เสริมสุขยังได้ทุ่มงบ 200ล้านบาท โดยเปลี่ยนรถขนาดเล็กให้เป็นขนาดใหญ่ขึ้น ขณะที่ส่วนของกรุงเทพฯได้ลงทุน 85 ล้านบาทขยายศูนย์กระจาย สินค้า 3 แห่ง ได้แก่ ทุ่งครุ มีนบุรี และเทพารักษ์ ยิ่งทำให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

ผลประกอบการปี 2547 มีรายได้ 14,732 ล้านบาท กำไร 534 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2546 เติบโต 3% โดยปีนี้ผลประกอบการรวมตั้งเป้าโต 5-6% แบ่งเป็นรายได้จะมาจากกลุ่มเครื่องดื่มอัดลม 80% ได้แก่ ลิปตัน, เป๊ปซี่ ปัจจุบันมีส่วนแบ่งมากกว่า 60% ในตลาดน้ำดำมูลค่า 23,400 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us