|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ทักษิณ" ชูสุวรรณภูมิจะเป็น ศูนย์กลางการบิน มีอาคารผู้โดยสารใหญ่สุด หอการบินสูงสุดในโลก แต่ยังไม่มั่นใจจะเปิดใช้ มิ.ย.49 ทันหรือไม่ รอสรุปอีกครั้งหลังเดือนธันวาคมบอกไออาตาใจเย็นๆ ยังมีเวลา เตรียม จัด "เคาต์ดาวน์ปีใหม่" "พงษ์ศักดิ์" โต้ไออาตา ต้องการต่อรองค่าแลนดิ้ง เทคโนฯลาดกระบัง เจอปัญหาเสียงรบกวน ต้องติดกระจก 2 ชั้นกันเสียง ยันไม่ย้ายไปนครปฐม
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายการ "นายกฯพบสื่อ" ซึ่งย้ายจากทำเนียบรัฐบาลไปจัดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ภายหลังเสร็จสิ้นการทดสอบระบบของ สนามบิน ในเรื่องกำหนดการเปิดใช้ สนามบินจะเสร็จทันเดือนมิถุนายน 2549 หรือไม่ว่า มีบางอย่างที่อยู่เหนือการควบคุม เช่น การตรวจสอบ ความพร้อมด้านเทคนิคขององค์การบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ แต่จะพยายามทำให้เสร็จภายในสิ้นเดือน มิ.ย.49 ซึ่งยังมีบางฝ่ายเกรงว่าจะเร็วไปหรือไม่ แต่ตนเป็นคนที่ชอบกำหนดวันให้ตึงไว้
"ตึงๆ ไว้ก่อน การที่เรากำหนดไว้ใกล้ๆ เพื่อจะได้ตึง หากจวนแจก็นิดหน่อย แต่ถ้าไปกำหนดไว้หลวมมากๆ พอถึงเวลาแล้วมันก็จะยืดไปอีก ซึ่งในใจผมคิดว่าถ้าเราเปิดสนามบินได้ในวันพรุ่งนี้ ก็อยากจะเปิดเลย เพราะจะเป็นการชิงจังหวะในการเป็นศูนย์การบินของภูมิภาค"
การทดสอบสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวานนี้ ในสายตาของผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการบิน ไม่ได้มีความหมายแต่อย่างใด สิ่งที่พวกเขาเป็นกังวลคือ จนบัดนี้ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ยังไม่สามารถกำหนดวันเปิดบินเชิงพาณิชย์ และแผนการโยกย้ายการบริการภาคพื้นดินจากสนามบิน ดอนเมืองไปยังสุวรรณภูมิ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือไออาตา แถลงเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา เรียกร้องให้คณะกรรมการ ที่ปรึกษาพิเศษว่าด้วยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งไม่เคยมีการประชุมกันเลยตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จัดประชุมด้วนเพื่อกำหนดแผนการเปิดใช้สนามบิน
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า การที่ไม่มีการรายงานความคืบหน้าในการก่อสร้างให้ไออาตาทราบนั้น เรื่องนี้ขอให้ใจเย็นๆ การที่จะเชิญบริษัทสายการบินทั้งหลายมาประชุมกันเพื่อเตรียมความพร้อม ซึ่งเขาขอเวลา 6 เดือนจาก ม.ค.- มิ.ย. ซึ่งยังมีเวลาอีกหลาย เดือน ขอให้ใจเย็นๆ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "การที่ไทยจะเป็นศูนย์การบินภูมิภาคแข่งกับสิงคโปร์นั้น ภาครัฐบาลมีความพร้อมเต็มที่ แต่ภาคเอกชนและสื่อมวลชนต้องช่วยด้วย ถ้ายังบอกว่าไม่พร้อมๆ สู้ไม่ได้ ก็สู้ไม่ได้ แต่ถ้าบอกว่าภูมิใจประเทศไทยมั่นใจนโยบาย การเปิดเสรีน่านฟ้าไทย นโยบายส่งเสริมการ ท่องเที่ยว สนามบินอย่างนี้ เทคโนโลยีอย่างนี้ ความสามารถของประเทศไทยในการให้บริการที่ดี เชื่อว่าจะต้องเสร็จเรา"
"เพ้ง" อ้างไออาตาต้องการกดค่าแลนดิ้ง
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ไออาตา ระบุว่าการทดสอบระบบของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิครั้งนี้ไม่มีความพร้อมและยังไม่มีมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยว่า การทดสอบครั้งนี้พร้อมกว่าเปิดสนามบินของฮ่องกงเสียอีก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและผู้ออกแบบสนามบินฮ่องกงยืนยันด้วย และสุวรรณภูมิเป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะมีเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ไว้ตรวจสอบ มากถึง 26 เครื่อง ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุดในโลก ดังนั้น การที่ไออาตาออกมาพูดเช่นนี้อาจเพราะต้องการต่อรองเรื่องค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (Landing fee) ซึ่งในปีแรกที่เปิดอาจจะยังไม่มีการปรับขึ้น แต่ไม่อยากพูดอะไรตอนนี้ที่เป็นเงื่อนไขออกไป ขอพิจารณาความเหมาะสมก่อน เพราะค่า Landing fee ของไทยจัดเก็บอยู่ในอัตราที่ถูกแล้ว
สำหรับการเปิดทดสอบการบินเชิงพาณิชย์นั้น นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า 6 เดือนต่อจากนี้ไปจะมีการตรวจสอบระบบทั้งหมด ซึ่งคาดว่าในเดือนธ.ค. 48 นี้จะสามารถประกาศได้ว่าจะเปิดสนามบินอย่างเป็นทางการในเดือน มิ.ย.49 ได้หรือไม่ ซึ่งจะต้อง ได้รับการตรวจสอบ และรับรองจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นทางการด้วย ที่สุดในโลก
สำหรับการทดสอบการลงจอดของสนามบินสุวรรณภูมิวานนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุตสาหกรรม นาย พงษ์ศักดิ์ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อขึ้นเครื่องบินแอร์บัส 340-600 ของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เดินทางไปถึงสนามบิน สุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 09.19 น. หลังจากนั้นนายก-รัฐมนตรีได้รอดูเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 ซึ่งบรรทุก ผู้สื่อข่าว และแขกวีไอพีจำนวนหนึ่ง ซึ่งเดิมกำหนดจะโดยสารมาในเครื่องลำเดียวกันกับนายกฯ แต่ถูก ส.ส.ไทยรักไทยประมาณ 100 คน ซึ่งไม่ได้แจ้งรายชื่อล่วงหน้าว่าจะมาร่วม มาแย่งที่นั่งไป จึงต้องย้ายมานั่งในเครื่องนี้ ลงจอดในเวลา 9.52 นาที ก่อนจะทดสอบการตรวจลงตราหนังสือเดินทางจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า บริเวณเคาน์เตอร์กลาง
นายกรัฐมนตรีกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตื่นเต้นและดีใจมาก ภูมิใจแทนคนไทยทั้งประเทศที่รอเวลานี้มา 45 ปี เป็นการแสดงให้คนไทยและต่างชาติเห็นว่าเราพร้อมเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาคนี้ มีสนามบินที่ใหญ่และทันสมัย ส่วนการเปิดใช้สนามบินในเดือนมิ.ย.ปีหน้านั้น ตนมั่นใจยิ่งกว่า วันนี้เสียอีก
นายบรรหารกล่าวว่ารู้สึกภาคภูมิใจแทน คนไทย ที่รัฐบาลสามารถผลักดันให้สนามบินหนองงูเห่าเรียบร้อย โอ่อ่าสวยงามไม่แพ้นานาประเทศ ซึ่ง สมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะอนุมัติโครงการต่างๆ ได้เดินทางมาที่นี้กับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งขณะนั้นเกิดน้ำท่วมประมาณ 2.5 เมตร ต้องนั่งเรือแจวเข้ามา จึงมานั่งคิดว่า จะทำอย่างไรให้สถานที่นี้สร้างสนามบินได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า จะต้องมีคลองระบายน้ำรอบสนามบินให้ทั่วถึง ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาพื้นที่ลุ่ม ซึ่งตนได้ติดตามการสร้างสนามบินนี้มาทุกรัฐบาล กระทั่งรัฐบาลของนายกฯทักษิณ ตนได้เห็นความตั้งใจดี เอาใจใส่ และต้องการให้ประเทศไทยมีสนามบินที่ทันสมัย
"ถึงแม้ว่าผมจะเป็นฝ่ายค้าน ผมต้องทิ้งตำแหน่งฝ่ายค้านนี้ไว้ก่อน ตอนนี้เรามาทำเพื่อประชาชน เพื่อให้เกิดผลดีต่อสนามบินสุวรรณภูมิ ผมภูมิใจในฐานะที่มีส่วนร่วมคนหนึ่งในการก่อสร้าง สนามบินนี้"
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า สนามบินสุวรรณภูมิ มีอาคารผู้โดยสารที่ถือว่าอาคารเดี่ยว ที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีหอบังคับการบินที่สูงที่สุดในโลก เชื่อว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคได้ และต้องมีการบริหารจัดการที่เป็นไปได้ นั่นก็คือการบริการและการปรับตารางการบินให้สามารถใช้ประเทศไทยเป็นที่ต่อเครื่องบินไปยังภูมิภาคได้ ตนขอยืนยันอีกครั้งว่า จะพยายามเปิดสนามบินนี้เร็วที่สุด เท่าที่ความพร้อมทางเทคนิคและทางการ บริหารการจัดการเพื่อไม่ให้เกิดความขลุกขลักจะเป็นไปได้
"ในขั้นนี้เราประมาณการไว้ว่าจะเป็นประมาณปลายเดือนมิถุนายน จะพยายามทำให้ได้ แต่ยังไม่ขอยืนยันจนกว่าเราจะมีการประชุมอีกเดือนหนึ่งข้างหน้า หลังจากที่เราทดลองวันนี้แล้ว"
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้จะเคานต์ดาวน์เข้าสู่ปีใหม่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยจะมีกิจกรรมอื่นอีกมากมายรวมไป ถึงในการประกวดภาพถ่ายทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อจะได้ภาพถ่ายที่สวยที่สุดของสนามบิน เพื่อเอาไว้ทำโปสการ์ดหรือรูปภาพแจกผู้โดยสารที่ลงสนามบินนี้ 1 ล้านคนแรก
เร่งตั้งทีมบริหารสุวรรณภูมิ ต.ค. นี้
ด้าน พล.อ. ชัยนันท์ เจริญศิริ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ได้หารือกับนายสุริยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม เพื่อจัดทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.)มารับผิดชอบงานด้านบริหารและจัดการภายในสนามบินสุวรรณภูมิเหมือนกันสนามบินอื่นๆ และได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหาร ทอท.ไปเร่งสรรหาบุคลกรที่มีความสามารถมาเป็นทีมผู้บริหารให้แล้วเสร็จภายในเดือนต.ค.นี้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการในสนามบินมากที่สุด โดยเชื่อว่านับจากนี้ไปจะมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาติดต่อข้อเยี่ยมชมกิจการเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังได้มอบหมายให้บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) ไปตรวจสอบสัญญาการก่อสร้างทั้งหมด ว่างานใดที่จะแล้วเสร็จตามสัญญา และงานใดที่ไม่แล้วเสร็จตามสัญญาและผู้รับเหมาต้องจ่ายค่าปรับให้ บทม.
นอกจากนี้ ยังได้กำชับไปยังผู้รับเหมางานก่อสร้าง โดยขอให้ทุ่มเทการทำงานเหมือนช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้งานก่อสร้างหลักๆ เสร็จภายใน 2 เดือนข้างหน้า และส่วนที่เหลือจะเป็นการเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของงานเท่านั้น ขณะนี้ยังมั่นใจว่าการเปิดใช้สนามบินยังเป็นไปตามกำหนด การเดิม อย่างไรก็ตาม การจะเปิดใช้สนามบินในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับการตรวจสอบขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศไทย ชี้ปีแรกควรลดค่าธรรมเนียม
ด้านนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า การเปิดสนามบินใหม่ส่วนใหญ่ในปีแรกจะลดค่าบริการต่างๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าทั้งสายการบินและผู้ประกอบการต่างๆ แต่ ทอท.ประกาศจะปรับค่าธรรมเนียม เมื่อเปิดสนามบิน จึงเห็นว่าไม่น่าจะดีนัก ซึ่งที่เป็นเช่นนี้อาจเพราะทอท.เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นการโชว์รายได้และกำไรเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ต้องยอมรับว่า สนามบินสุวรรณภูมิยังมีข้อด้อยเรื่องการเดินทางเข้าเมืองด้วย และเห็นว่าการเปิดใช้สนามบินอย่างเป็นทางการคาดว่าจะต้องใช้เวลาในการทดสอบระบบ 9-12 เดือน แต่ที่ต้องเร่งรัดก็เพราะที่ดอนเมืองขณะนี้แออัดมากแล้ว
ทั้งนี้ มั่นใจว่าเมื่อสนามบินเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในอีก 5 ปีข้างหน้าไทยจะสามารถเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียได้แน่นอน ทั้งนี้เพราะไทยได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้านในด้านทำเลที่ตั้งและยังมีสนามบินที่มีความใหญ่และทันสมัยสามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้ ซึ่งคาดว่า จะมีผู้โดยสารในอีก 5 ปีข้างหน้ากว่า 45 ล้านคนซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล ไอทีโอมั่นใจไม่ถูกปรับ
ด้านนายธวัชชัย สุทธิประภา รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือไอทีดี แกนนำกลุ่ม ไอทีโอ จอยท์เวนเจอร์ ผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและอาคารสะพานเทียบเครื่องบิน สนามบินสุวรรณภูมิกล่าวว่า ขณะนี้ทางกลุ่มไอทีโอได้ส่งมอบ งานหลักทั้งหมดตามที่สัญญากำหนด ให้กับ บทม. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือว่าไอทีโอได้ทำตามสัญญาจึงเชื่อมั่นว่าจะไม่ถูกปรับกรณีการทำงานล่าช้าแน่นอน เพราะในวันนี้ บทม.ได้เข้าไปใช้พื้นที่ที่ได้ส่งมอบ ดังกล่าวแล้ว โดยหลังจากนี้ 21 วัน บทม.และที่ปรึกษาควบคุมงาน จะเข้ามาตรวจสอบงานก่อนรับมอบ และจากนี้ไป 6 เดือนจะเป็นการทดสอบและเชื่อมระบบการทำงานต่างๆ รวมทั้งการแก้ไขงานที่ยังไม่เรียบร้อย โดยจะมีการส่งมอบงานทั้งหมด 100% หรือ Final Completion ในวันที่ 28 มี.ค. 2549
นายสมชัย สวัสดิผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารงานก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ทอท.กล่าวว่า กลุ่มไอทีโอได้ส่งมอบงานหลักตามสัญญาแล้ว โดยขณะนี้ผู้ควบคุมงานก่อสร้างกำลังตรวจสอบอยู่ และหลังจากนั้นคณะกรรมการ ตรวจการจ้างแต่ละสัญญาจะตรวจสอบอีกครั้งก่อนเพื่อยืนยันว่าการส่งมอบงานครั้งนี้เรียบร้อยหรือไม่
ลาดกระบังของบติดกระจกกันเสียง
น.ส.ระพีพรรณ ฝ่ายกระโทก นักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ภาควิชาภาษาและสังคมชั้นปีที่ 4 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เล่าว่าได้ยินเสียงเครื่องบินตั้งแต่วันแรกที่เครื่องบินมาบินไล่นก ซึ่งก็มีผลกระทบกับการเรียนพอสมควร คืออาจารย์ต้องหยุดรอให้เครื่องบินเงียบก่อนแล้วถึงจะสอนต่อได้ ส่วนผลกับการสอบก็มีบ้าง เพราะตอนนี้มีบางวิชา ที่เริ่มสอบแล้ว เวลาได้ยินเสียงเครื่องบินก็ทำให้วอกแวกเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามจากอาจารย์ก็ได้ข้อมูลว่า ทางสถาบันอาจจะต้องมีการปรับปรุงห้องเรียนใหม่คือติดแอร์และใส่กระจกกันเสียง
รศ.ดร.กิตติ ตีรเศรษฐ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า ขณะนี้กำลังหาแนวทางป้องกันมลภาวะทางเสียงว่าจะทำอย่างไร เช่น อาจติดกระจก 2 ชั้น ติดเครื่องปรับอากาศ ซึ่งหากติดแล้วจะมีภาระค่าใช้จ่ายตามมา ก็คงต้องของบจากรัฐบาลเพิ่ม นอกจากนี้ ขณะนี้สถาบันได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นร่วมกับคณะทำงานของสนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เสียง การสั่นสะเทือน ฝุ่นละอองและอื่นๆ โดยในวันที่ 3 ต.ค.นี้จะมาประชุมร่วมกันอย่างไรก็ตาม ทราบมาว่า รัฐบาลเคยศึกษาเรื่องนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว ก็คงต้องดูข้อมูลทั้งหมดเพื่อนำมาดัดแปลงอาคารเรียนต่างๆ นักศึกษาจะได้มีสมาธิใน การเรียนเพราะไม่มีเสียง ฝุ่น และอื่นๆ มารบกวน สมาธิ
รศ.ดร.กิตติ กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะย้ายไปอยู่สถานศึกษาไปอยู่จังหวัดนครปฐมว่า ไม่เป็นความจริง เพราะการย้ายเป็นเรื่องใหญ่และไม่ใช่ย้ายกันได้ง่ายๆ เนื่องจากจะมีผลกระทบตามมามากมาย จึงคิดว่าการดัดแปลงอาคารเรียนน่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่า และคิดว่าสนามบินสุวรรณภูมิเปิดดำเนินการจริงคงไม่มีผลกระทบมากนัก
|
|
 |
|
|