Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ตุลาคม 2548








 
นิตยสารผู้จัดการ ตุลาคม 2548
ไปรษณีย์จีนกับพรมแดนธุรกิจใหม่             
โดย วริษฐ์ ลิ้มทองกุล
 

   
related stories

Japan Post : แปรรูปเพื่อปฏิรูป
Delivering More Than Ever
องค์การไปรษณีย์นิวซีแลนด์
Royal Mail
La poste ไปรษณีย์ฝรั่งเศส
Correos
ไปรษณีย์อเมริกา ทันสมัย ทันใจ
7-Eleven's Growth Business
Easy pay with CA Post
Seeking The succesful models
7-Eleven The Power of Network

   
search resources

Logistics & Supply Chain
China Post




เป็นที่ทราบกันดีว่า จีนเป็นชนชาติแรกๆ ของโลกที่สามารถประดิษฐ์ตัวอักษรได้ อีกทั้งยังเป็นชนชาติแรกๆ ที่พัฒนาระบบการปกครองขึ้นมาอย่างรวดเร็วกว่าชาติไหนๆ แน่นอนว่า ในชาติที่ระบบการปกครองก้าวหน้า การติดต่อสื่อสารย่อมก้าวหน้าขึ้นมาเป็นเงาตามตัวไปด้วย โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารของทางราชการ โองการ หรือคำสั่งที่เกี่ยวกับการปกครองต่างๆ

การติดต่อสื่อสารแจ้งข่าวสารอย่างง่ายๆ ก็อย่างเช่น ในประเทศจีนเมื่อ 2,700 ปีก่อน มีการคิดค้นวิธีจุดคบเพลิงบนหอรักษาการณ์ของกำแพงเมืองจีนแบบต่อๆ กัน เพื่อแจ้งข่าวว่ามีข้าศึกบุก ทันใดเมื่อเห็นสัญญาณเพลิงดังกล่าว จะได้ยกทัพมาต่อต้านศัตรูได้ทันท่วงที สำหรับวิธีนี้มีภาพยนตร์ตะวันตกอย่างเช่น The Lord of the Rings เลียนแบบด้วยการนำวิธีการของชาวจีนไปใช้บ้าง

นอกเหนือจากระบบการแจ้งข่าวสารเพื่อป้องกันชายแดนแล้ว จริงๆ ระบบการสื่อสารผ่าน "ม้า" ซึ่งถือเป็นพาหนะที่เร็วที่สุด ในสมัยก่อนก็ยังก้าวหน้ามากมาตั้งแต่ในสมัยโจว (ศตวรรษที่ 11 ก่อนคริสต์ศักราช-221 ปีก่อนคริสต์ศักราช) โดยที่เห็นได้ชัดก็คือ เมื่อ 2,200 กว่าปีก่อน หลังจากจีนรวมประเทศได้เป็นหนึ่งแล้ว จิ๋นซีฮ่องเต้ก็ได้ออกกฎให้มีการเปลี่ยนมาใช้ตัวอักษรแบบเดียวกันทั่วประเทศ และกำหนดมาตรฐานความกว้างของถนน เพื่อสะดวกในการติดต่อสื่อสารโดยความก้าวหน้าทางด้านการติดต่อสื่อสารดังกล่าวนั้น มีคุณูปการต่อประเทศจีนและชาวจีนมาอย่างต่อเนื่อง

ที่เห็นได้เด่นชัดก็อย่างเช่น ในสมัยหยวน (ค.ศ.1271-1368) ที่อาณาเขตการปกครองของชาวมองโกลกว้างใหญ่ไพศาล ส่งให้อาณาเขตในการตั้งสถานีส่งต่อข่าวสารครอบคลุมกว้างใหญ่ขึ้นอย่างมหาศาลเป็นเงาตามตัว

วิธีส่งต่อข่าวสารของสถานีเหล่านี้ก็คือสถานีเหล่านี้จะเตรียมม้าที่แข็งแรงไว้ให้ผู้ส่งข่าวสารเปลี่ยนขี่ โดยว่ากันว่าในขณะนั้น ข่าวสารเร่งด่วนนั้น สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 400 ลี้หรือราว 200 กิโลเมตรต่อวัน โดยสถานีเปลี่ยนม้าก็มีจำนวนมากถึงกว่า 20,000 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ความรุ่งเรืองทางการสื่อสารของจีนก็มาถึงจุดตกต่ำด้วยการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ เช่นเดียวกับความรุ่งเรืองทางการเมือง-การปกครองของจีนที่เมื่อก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 และ 20 ต่างก็ต้องสยบให้กับโลกตะวันตก

สิ้นปี 1949 มีสถิติระบุว่าทั่วประเทศ จีนมีจำนวนที่ทำการไปรษณีย์และสาขา 26,328 แห่ง โดยพื้นที่ให้บริการของที่ทำการไปรษณีย์และสาขาแต่ละแห่งนั้นมากถึง 364.6 ตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีบริการน้อยนิดเพียงการรับส่งจดหมาย ส่งพัสดุ ส่งเงิน เท่านั้น ทำให้ตัวเลขจำนวนการส่งจดหมายผ่านระบบไปรษณีย์ของจีนในขณะนั้นเฉลี่ยเพียง 1.1 ฉบับต่อหัวประชากรเท่านั้น

หลังจากการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปัจจุบันไปรษณีย์จีน china Post นั้นอยู่ภายใต้การบริหารของกรมไปรษณีย์ (State Post Bureau) โดยมีบริการที่หลากหลาย ทั้งการรับ-ส่งจดหมาย พัสดุส่งไปรษณีย์ด่วน EMS รับฝาก-โอนเงิน รับสั่งจอง-ส่งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ขายหนังสือ ขายแสตมป์-เหรียญตราที่ระลึก ขายวัสดุในสำนักงานและเครื่องเขียน ฯลฯ

ตัวเลขเมื่อปี 2546 (ค.ศ.2003) ระบุว่า รายได้ของไปรษณีย์จีนนั้นอยู่ที่ 54,100 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 จากปีก่อนหน้า โดยทั้งปีมีการส่งจดหมาย 10,380 ล้านฉบับ ส่งพัสดุ 110 ล้านชิ้น ส่งหนังสือพิมพ์ 16,610 ล้านฉบับ ส่งวารสาร-นิตยสาร 1,130 ล้านฉบับ ขณะที่จำนวนที่ทำการไปรษณีย์และสาขานั้นก็มีมากถึง 64,000 แห่ง

สำหรับตัวผมเอง ในการใช้ชีวิตที่ปักกิ่ง 4 เดือนแรกจะเรียกได้ว่า ผมเดินเข้าไปรษณีย์จีนเป็นว่าเล่นก็คงได้ เพราะต้องส่งข่าวสารกลับเมืองไทยอยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการส่งข่าวสารผ่านอินเทอร์เน็ต

โดยตอนแรกก่อนที่จะได้ใช้บริการก็ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันว่า ในประเทศที่มีเนื้อที่มากกว่า 9 ล้าน 5 แสนตารางกิโลเมตร ประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคนนี้ ไปรษณีย์ส่งแล้วไม่ค่อยจะถึงหรือส่งแล้วล่าช้า

อย่างไรก็ตาม หลังจากในช่วง 3 ปีกว่า ที่ผ่านมาผมเป็นลูกค้าคนหนึ่งที่ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอกลับพบว่า เสียงร่ำลือดังกล่าวนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริงนัก เพราะตั้งแต่ใช้บริการมา จดหมายหรือพัสดุที่ผมส่งไม่เคยหาย และก็ถึงตรงเวลามาตลอด ส่วนราคาการส่งนั้นหากเปรียบเทียบกันแล้ว ถือว่าแพงกว่าไปรษณีย์ไทยเล็กน้อย

กลับมาดูเรื่องไปรษณีย์จีนในภาพรวมกันต่อ

ในภาพรวม แม้ว่าไปรษณีย์จีนเดิมจะเป็นหน่วยงานของภาครัฐ คือ อยู่ภายใต้การควบคุมของกรมไปรษณีย์ แต่ในด้านการปฏิบัติงานแล้ว ไปรษณีย์จีนกลับเป็นหน่วยงาน ที่รวมเอาธุรกิจที่แสวงหาผลกำไรเอาไว้ภายในด้วย อย่างเช่นที่กล่าวไปก็คือ การขายหนังสือพิมพ์-นิตยสาร-หนังสือ ขายวัสดุในสำนักงาน-เครื่องเขียน และที่สำคัญที่สุดก็คือ การเป็นหน่วยงานที่รับฝากเงิน (Savings Unit)

หากจะมองสถานะของไปรษณีย์จีน ก็คงคล้ายๆ กับสถานะของธนาคารกลางจีน หรือธนาคารประชาชนจีน (The People's Bank of China) ในอดีต

ก่อนหน้าการปฏิรูปเศรษฐกิจโดยเติ้งเสี่ยวผิงเมื่อทศวรรษ 1980 ธนาคารประชาชนจีนซึ่งมีสถานะเท่ากับธนาคารแห่งประเทศไทยของบ้านเรานั้น กลับควบรวมเอาสถานะของการเป็นธนาคารกลาง (Central Bank) และ ธนาคารพาณิชย์ (Commercial Bank) เอาไว้ด้วยกัน คือนอกจากจะเป็นหน่วยงานที่จะต้องดูแลสภาวะทางการเงินของประเทศ และกำกับดูแลธุรกรรมทางการเงินของประชาชนแล้ว ในขณะนั้นธนาคารประชาชนจีนยังมีสถานะการเป็นธนาคารพาณิชย์ที่รับฝาก-ปล่อยกู้ แก่ประชาชนทั่วไปด้วย หรือหากจะเปรียบเทียบอย่างง่ายๆ ก็คือ ในขณะนั้นธนาคารประชาชนจีนเป็นทั้ง 'กรรมการ' และ 'ผู้เล่น' ในเวลาเดียวกัน

สถานะดังกล่าวนี้ทำให้ในเวลาต่อมา หลังประเทศจีนดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจเปิดประเทศ จึงมีการแยกเอาส่วนงานธุรกิจ หรือธนาคารพาณิชย์ออกจากส่วนงานกำกับดูแล หรือธนาคารกลางออกจากธนาคารประชาชนจีนเสีย

กรณีที่เกิดขึ้นกับไปรษณีย์จีนก็เช่นเดียวกัน ณ ปัจจุบันรัฐบาลจีนก็กำลังดำเนินการปฏิรูปไปรษณีย์จีน ที่อยู่ภายใต้การบริหารของกรมไปรษณีย์จีนอยู่เช่นกัน โดยพยายามแยกเอาส่วนธุรกิจย่อย ที่ถูกปนอยู่กับภารกิจและหน้าที่หลัก คือการขนส่งจดหมาย-พัสดุ ออกมาจำแนกให้ตรงกับประเภทธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนรับฝากเงิน (Savings Unit)

ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนรับฝากเงินของไปรษณีย์จีนเดิมจะกลายมาเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ชื่อ "China Post Saving Bank" ที่จะกลายเป็นธนาคารพาณิชย์ใหญ่อันดับ 5 ของประเทศ ร่วมกับ Big-Four หรือสี่ธนาคารยักษ์ใหญ่ในอ้อมกอดของรัฐบาลจีน อันประกอบด้วย Industrial and Commercial Bank of China, China Construction Bank, Bank of China และ Agricultural Bank of China

โดยเป็นที่แน่นอนแล้วว่า China Post Saving Bank จะเป็นธนาคารที่มีปริมาณเงินฝากติดอยู่ในอันดับ 5 ของประเทศจีนคือ 1.23 ล้านล้านหยวน หรือ 152 พันล้านเหรียญสหรัฐ

การปฏิรูปครั้งใหญ่ของไปรษณีย์จีนในปัจจุบันนั้น จุดมุ่งหมายสำคัญก็คือ การปรับตัวให้สอดคล้องและแข่งขันได้กับโลกแห่งการสื่อสารยุคใหม่ นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อฟาดฟันกับธนาคารต่างชาติ ที่จะสามารถดำเนินธุรกิจรับฝาก-ปล่อยกู้เป็นเงินหยวนกับชาวจีนทั่วๆ ไปได้ในอีกปีกว่าข้างหน้า

ณ พ.ศ.นี้ ดูเหมือนว่าไม่เพียงแต่ไปรษณีย์ไทยที่ต้องปรับตัว ไปรษณีย์จีนเองก็เช่นกันที่จำเป็นต้องปรับตัวตามกระแสการเปิดเสรี และโลกานุวัตรโลกอันเชี่ยวกราก   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us