|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ยูนิ-เพรสซิเดนท์" ตัดใจทิ้งชาลีวังชาเขียวแบรนด์แรกของไทย บริษัทแม่ไต้หวันสั่งหยุดผลิต ทำตลาดแรมปี ใส่เกียร์ถอยทัพหลังทนพิษตลาดชาเขียวแข่งดุไม่ไหว ส่วนแบ่ง ตลาดลดอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารเดิมลาออกเพียบ
แหล่งข่าวจากบริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มยูนิฟ-ชาลีวัง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้หยุดผลิตชาเขียวพร้อมดื่ม "ชาลีวัง" ลง ซึ่งสินค้าที่จำหน่ายอยู่จะเป็นสต๊อกสินค้าที่เหลืออยู่เท่านั้น ทำให้ล่าสุดสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านค้าสะดวกซื้อและโมเดิร์นเทรดเริ่มหมดจากชั้นวางสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเหตุผลที่บริษัทนำชาลีวังออกจากตลาด เป็นเพราะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีมากนัก ส่วนแบ่งลดลงอย่างต่อเนื่อง
"ชาลีวัง" เข้ามาเปิดตลาดชาเขียวพร้อมดื่มเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยเมื่อปี 2545 โดยเน้นจุดเด่นในเรื่องของรสชาติที่ทำมาจากใบชาแท้ เจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 20-25 ปี จำหน่ายราคา 25 บาท ต่อ 600 มิลลิลิตร ในขณะที่สินค้าในตลาด ปริมาณ 500 มิลลิลิตร ราคา 20 บาท การเข้ามาทำตลาดในช่วงแรกเปิดตัว 2 รสชาติด้วยกัน ได้แก่ ชาเขียวไต้หวันและชาเขียวญี่ปุ่น ต่อมาเปิดตัว ชาอิงลิชแบล็คทีลงสู่ตลาดจากการมีทั้งหมด 6 รสชาติในประเทศไต้หวัน
"ที่ผ่านมาจะสังเกตได้ว่า ชาลีวังไม่ค่อยทำตลาดอย่างจริงจังมากนัก จากการทำตลาดมากว่า 3 ปี ชาลีวังมีภาพยนตร์โฆษณาน้อย ทำให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ตราสินค้าได้น้อย ส่งผลให้ชาลีวังซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 10% ในปี 2546 ลดลงอย่างต่อเนื่อง"
แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากบริษัทได้ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ พร้อมดึงทีม การตลาดจากบริษัทแม่ประเทศไต้หวันเข้ามาร่วมงาน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมการตลาดของยูนิ-เพรสซิเดนท์ในประเทศไทย ล่าสุดนายก้องเกียรติ วัติรางกูล ได้ลาออกจากบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด ก่อนถูก โยกมารับผิดชอบวางแผนการลงทุน การติดต่อขยายธุรกิจร่วมกับพันธมิตรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้บริหารอีกหลายคนที่ลาออกไปด้วย เช่น นางสาวกนกพร ธิฐิคุณ เจ้าหน้าที่ การตลาด ฯลฯ ส่วนภายใต้การปรับโครงสร้างองค์กร บริษัทได้แต่งตั้งให้นายเดวิด เผย ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาธุรกิจในประเทศ ดูแลการตลาดและกิจกรรมการตลาดภายในประเทศ ผู้มีประสบการณ์ด้านวงการอาหารแช่แข็งและอาหารแช่เย็นกว่า 20 ปีในไต้หวันและจีนเข้ามารับตำแหน่งแทนที่นายก้องเกียรติ วัติรางกูร ซึ่งขณะนี้ ผู้มารับตำแหน่งใหม่นี้ยังไม่มาถึงประเทศไทย
สำหรับการปรับโครงสร้างของยูนิฟมีขึ้น เป็นเพราะส่วนแบ่งตลาดยูนิฟ กรีนทีลดลงอย่างต่อ เนื่องจาก ในปี 2546 รอบเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม มีส่วนแบ่ง 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 45% และลดลงอย่างต่อเนื่องกระทั่งปลายปี 2547 เหลือ 38-39% และล่าสุดเหลือ 25% เป็นอันดับสองของตลาด ขณะที่ชาเขียวโออิชิเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 62% ส่วนเซนชะ 6% อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวล่าสุด "ยูนิฟ กรีนที" เปิดตัวรสชาติใหม่น้ำข้าวบาร์เลย์ลงสู่ตลาด เพื่อชนกับคู่แข่งโออิชิ ที่มีรสชาติเกนมัยเป็นรสข้าวญี่ปุ่น และอีกรสชาติคือ น้ำผึ้งผสมมะนาว
|
|
 |
|
|