|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ในสังคมที่สับสนวุ่นวายมากขึ้น โรคทางจิตใจที่พบได้มากที่สุดน่าจะเป็นโรคจิตเภท (Schizophrenia) ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวและไม่ยอมรับว่าป่วยหรอก
โรคนี้พบมากในช่วงวัยรุ่นและมักไม่หายขาด ในผู้ใหญ่ก็พบได้ทุกสถานภาพและอาชีพ
มาพูดถึงเรื่องอาการกันดีกว่า ซึ่งญาติจะสังเกตเห็นได้ง่ายกว่าผู้ป่วยแน่ ๆ
อาการที่สำคัญ ๆ ของโรคจิตเภทได้แก่
1. อาการหลงผิด (Delusion) เช่น ชอบจับผิดคนอื่น โทษคนอื่นด้วยความระแวง บางคนชอบแอบอ้าง และเชื่อว่าตนเองเป็นคนสำคัญ ชอบนำเอาเรื่องราวของคนอื่นหรือในหนัง ละคร มาเป็นเรื่องของตนเอง บางคนหลงผิดทำสิ่งแปลก ๆ โดยเชื่อว่ามาจากการควบคุมของอำนาจภายนอก หรือคิดว่าคำพูดทั้งหลายที่เขาพูดไม่ใช่ความคิดของเขา แต่เป็นความคิดของผู้อื่นที่มีอำนาจเหนือกว่า บางคนรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงในตนเองซึ่งเชื่อว่ามาจากอำนาจของผู้อื่น หรือคิดว่าทุก ๆ คนรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ จึงเกิดความกังวล และความกลัวมาก
ความหลงผิดที่อันตรายมากคือ ความหลงผิดชนิดระแวง คิดว่าจะมีคนมาปองร้ายหรือทำร้าย เขาอาจจะทำร้าย ด่า หรือจับผิดคนอื่น หรือหนีจากบุคคลที่คิดว่าจะมาทำร้ายจนถึงฆ่าตัวตายก็ได้ บางคนระแวงว่าคู่ครองมีชู้ ตามเฝ้าระวัง ใช้อาวุธทำร้ายคู่ครองก็พบได้
2. อาการประสาทหลอน (Hallucination) ที่พบบ่อยๆ จะเป็นประสาทหลอนทางหู มีหูแว่ว มีเสียงมาเข้าหูโดยไม่มีคนพูดจริง ๆ อาจเป็นเสียงวิจารณ์ หรือเสียงประหลาด ๆ หรือสั่งให้ทำพฤติกรรมต่าง ๆ บางคนได้ยินเสียงของความคิดของตนเอง บางทีเป็นเสียงถกเถียงกันหรือวิจารณ์ผู้ป่วยเกี่ยวกับความคิดหรือพฤติกรรมต่าง ๆ ของเขา
บางคนมีประสาทหลอนทางตา เช่น เห็นภาพต่าง ๆ แปลก ๆ โดยไม่มีต้นตอ
3. พูดแปลก ๆ เช่น พูดโดยไม่เชื่อมโยงกัน ไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่น ๆ ได้ตามปกติ พูดอย่างหนึ่ง คิดอย่างหนึ่ง และทำอย่างหนึ่ง หรือพูดออกไปโดยไม่มีความหมาย ไม่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความเป็นจริง พูดอ้อมค้อมไม่ตรงเป้าหมาย ถามอย่างหนึ่งตอบอย่างหนึ่งไม่ตรงคำถาม
4. พฤติกรรมแปลก ๆ เช่น มีการแสดงท่าทางและการแต่งกายแปลก ๆ ที่ไม่เหมาะสม เช่น พูดคนเดียว หัวเราะคนเดียว เดินเปลือยกาย หรือถ่ายปัสสาวะโดยไม่อายใคร ตะโกนโหวกเหวกไร้ความหมาย
หรือมีพฤติกรรมที่ตรงข้ามกับที่กล่าวมาแล้ว เช่น เฉยชา ไม่พูด ไม่สบตาคน ไม่กิน ไม่ทำอะไร แต่นั่งเฉย ๆ ตาลอย อารมณ์เรียบเฉยมาก ขาดความกระตือรือร้น ไม่สนใจตัวเองและสิ่งแวดล้อม บางคนจะหนีจากสังคม กว่าจะตามตัวพบปรากฏว่าผอมโซ สกปรก พูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว
พฤติกรรมแปลก ๆ นี้ รวมถึงการเสื่อมถอยในเรื่องการเข้าสังคม การทำงาน หรือการดูแลสุขภาพตัวเองด้วย
5. อารมณ์แปลก ๆ คือมีการแสดงอารมณ์ไม่สอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริง เช่น กำลังคุยเรื่องสนุก แต่ร้องไห้ หรือคุยเรื่องเศร้า แต่หัวเราะ หรือมีอารมณ์เฉยเงียบผิดปกตินาน ๆ
สาเหตุของโรคจิตเภทนี้ ยังไม่ทราบแน่นอน แต่มีความเชื่อกันว่ามาจากพันธุกรรม หรือการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีในสมอง หรือมาจากปัจจัยทางครอบครัวและสังคมก็ได้ หรือมีบุคลิกภาพพื้นฐานที่อ่อนแอ ทำให้ปรับตัวลำบาก
การรักษานั้น จิตแพทย์จะต้องวิเคราะห์และแบ่งความรุนแรงของโรคนี้ให้ได้
ส่วนใหญ่ก็รักษาด้วยการให้ยาต้านโรคจิตหรือการใช้ไฟฟ้าช็อต และตามด้วยจิตบำบัด ครอบครัวบำบัด กลุ่มบำบัด และนิเวศน์บำบัด คือการช่วยจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับคนไข้
มีคนป่วยด้วยโรคจิตเภทนี้มากขึ้นทุกปี ผู้ป่วยมีทุกระดับชั้นของสังคม และทุกระดับชั้นของการศึกษา เป็นปัญหาและภาระแก่สังคมมาก จึงควรรู้จักดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดให้ดี
ฝากข่าวท้ายคอลัมน์
พบกับ...วิธีคิด ให้ชีวิตเป็นสุข พ็อคเก็ตบุ๊คเล่มใหม่ เขียนโดย ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ หนังสือเล่มนี้จะบอกวิธีคิดเกี่ยวกับสิ่งสำคัญในชีวิต เมื่ออ่านแล้วคุณจะมีวิธีคิดเกี่ยวกับชีวิตที่เหมาะสมมากขึ้น และมีความสุขได้มากขึ้น มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ตามร้านขายหนังสือทั่วไป
|
|
 |
|
|