|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
-5แสนล้านพลิกฟิ้นแบรนด์เฟียต ตั้งเป้าขายทั่วโลก 360,000 คัน
-เน้นผลิตรถเล็ก-คอมแพ็กต์ ตามความถนัด
-ไทยมีโอกาสเป็นฐานผลิตรถเล็กในอาเซียน แต่เน้นเครื่องยนต์พลังงานเอทานอล
เฟียต ออโต้ กรุ๊ป กลับมามีบทบาทในตลาดรถยนต์อีกครั้ง หลังสามารถฟื้นตัวจากสภาวะวิกฤตในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 ที่เล่นงานเสียจนบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของอิตาลีแทบล้มทั้งยืน
การกลับมาคราวนี้ เฟียตเดินเกมอย่างรัดกุม และไม่เสี่ยงโดยไม่จำเป็น โดยลงไปเล่นในสนามที่ตัวเองคุ้นเคยอย่างรถยนต์ขนาดเล็กและคอมแพ็กต์ อีกทั้งยังลดต้นทุนทุกอย่างในการผลิตรถยนต์ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับรถยนต์ญี่ปุ่นและยุโรป ซึ่งเป็นคู่แข่งที่สำคัญ
ปรับไลน์การพัฒนารถยนต์
การปรับปรุงรุ่นรถยนต์ของเฟียตที่ทำตลาดในยุโรปนั้นถือเป็นงานหนักที่จะต้องจัดการเพื่อไม่ให้เกิดรอยรั่วในเรื่องต้นทุนเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งในตอนนี้ เฟียตได้หั่นจำนวนพื้นตัวถังที่จะใช้ผลิตรถยนต์ของเฟียตและบริษัทในเครือเช่น อัลฟา และแลนเซีย จากเดิม 19 ให้เหลือเพียง 15 แบบ และคาดว่าจะมีการปรับลดลงอีก
“นอกจากการลดจำนวนคนงานหรือการปิดโรงงานแล้ว การลดพื้นตัวถังและสร้างความยืดหยุ่นของพื้นตัวถังรุ่นใหม่ๆ ให้สามารถรองรับกับรถยนต์หลากหลายรุ่นถือเป็นอีกวิธีที่บรรดาบริษัทรถยนต์ยุคปัจจุบันต่างนำมาใช้ในการควบคุมค่าใช้จ่าย และถ้าใครสามารถบริหารงานตรงจุดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว โอกาสที่จะเป็นผู้ชนะในตลาดก็มีมากขึ้น” แหล่งข่าวรายหนึ่งของเฟียตเปิดเผย
อีกทั้งเฟียตยังกลับไปเน้นการทำตลาดรถยนต์ขนาดเล็กและคอมแพ็กต์ในยุโรปมากขึ้น โดยในตลอดช่วง 4 ปีนับจากนี้จะมีรถยนต์ใหม่เปิดตัวถึง 20 รุ่น และปรับโฉมอีกกว่า 23 รุ่น ซึ่งกว่าครึ่งของรถยนต์เหล่านี้ เป็นการทำตลาดในกลุ่มเอ และบี เซ็กเมนต์ หรือในกลุ่มซูเปอร์มินิ และซับคอมแพ็กต์ รวมถึงการผลิตรถยนต์ราคาประหยัดสำหรับทำตลาดอย่างจีน และเอเชียตะวันออก
ลงทุนเพิ่มรุ่นและหาพันธมิตรใหม่
แซร์โจ้ มาร์ชิโอนเน่ ซีอีโอของเฟียต ออโต้เปิดเผยอีกว่าจากการที่พยายามรุกตลาดอย่างหนักในช่วงนี้ ทำให้เขาเชื่อว่าเฟียตจะสามารถกลับมาสู่ตลาดรถยนต์ได้อีกครั้ง และในปีหน้า คาดว่าเป้าของยอดจำหน่ายที่ตั้งเอาไว้ที่ 360,000 คันไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม โดยเฉพาะเมื่อโฉมใหม่ของรถยนต์รุ่นเด่นอย่างพุนโตได้เปิดตัวออกมาแล้วเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา กับเวอร์ชั่นใหม่ในชื่อแกรนด์ พุนโต
สิ่งหนึ่งที่ทางมาร์ชิโอนเน่ให้ความสนใจคือการลงทุนเพื่อเพิ่มรุ่นรถยนต์ในตลาด โดยจำนวน 20 รถยนต์ใหม่ที่กล่าวข้างต้นในช่วงปี 2005-2008 ทางเฟียตได้ลงทุนถึง 12,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 500,000 ล้านบาท และจะเป็นตัวกระตุ้นให้สามารถบรรลุถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ทั้งในเรื่องยอดจำหน่าย และการกลับมามีตัวเลขสีดำในบัญชีให้ได้ภายในปี 2007
นอกจากการค้นหาพันธมิตรในการร่วมมือผลิตรถยนต์ยังถือเป็นสิ่งที่เฟียตต้องการอย่างมาก หลังจากที่ไม่สามารถบรรลุผลในการเจรจากับทางจีเอ็ม หรือเจนเนอรัล มอเตอร์ส และทางเฟียตยืนยันแล้วว่า พันธมิตรที่จะจับมือกับเฟียตจะไม่ใช่บริษัทรถยนต์จากเอเชียอย่างแน่นอน และอาจจะมีการจับมือกับพันธมิตรหลายรายในการร่วมผลิตรถยนต์ที่มีความหลากหลายออกมาสู่ตลาด
ประเดิมจับมือฟอร์ดเปิดตลาดไซส์เล็ก
เฟียต และฟอร์ดใกล้บรรลุข้อตกลงในการจับมือร่วมพัฒนาและผลิตรถยนต์ไซส์เล็กสำหรับทำตลาดทั่วโลกแล้ว โดยคาดว่าถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ผลผลิตของโปรเจ็กต์ความร่วมมือนี้จะออกสู่ตลาดภายในปี 2007 และจะเป็นรุ่นใหม่ของ 500
ฮานเดลส์แบล็ตต์ หนังสือพิมพ์ของเยอรมนี เปิดเผยความเคลื่อนไหวครั้งนี้โดยอ้างถึงคำกล่าวของแหล่งข่าวภายในของเฟียต ซึ่งระบุว่า รถยนต์ขนาดเล็กรุ่นใหม่นี้จะได้รับความนิยมในตลาดอย่างแน่นอน โดยตัวรถพัฒนาบนพื้นฐานของรถยนต์ต้นแบบทรีปิอูโน (Trepiuno) ที่เปิดตัวในเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2005 และใช้พื้นตัวถังที่ดัดแปลงจากรถยนต์ซับคอมแพ็กต์รุ่นแพนด้า
รถยนต์ใหม่รุ่นนี้จะเปิดตัวโดยใช้ชื่อ 500 สำหรับเฟียต ส่วนฟอร์ดจะเป็นตัวแทนของรุ่นคา (KA) โดยเน้นการทำตลาดในยุโรป และอาจมีการส่งออกไปยังตลาดกลุ่มอื่นอีกด้วย ส่วนฐานการผลิตอยู่ที่โรงงานของเฟียตที่โปแลนด์ และเฟียตจะเปิดตัวก่อนในช่วงต้นปี 2007 ส่วนฟอร์ดจะตามมาในช่วงปลายปีเดียวกัน
ไทยเปิดช่องเฟียตเข้ามาลงทุน
สำหรับในไทยนั้นแนวโน้มการกลับมาของแบรนด์เฟียตเองมีทิศทางว่าอาจจะได้กลับเข้ามาทำตลาดในเมืองด้วยเช่นกัน เนื่องจากเมื่อกลางปี 2547 ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้เจรจากับทางเฟียต ออโต้ กรุ๊ป เพื่อเชิญชวนเข้ามาลงทุนผลิตรถยนต์ขนาดเล็ก ที่ใช้เครื่องยนต์สำหรับพลังงานทางเลือกอย่างเอทานอล ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการบริหารงานของเฟียต ที่ต้องการเน้นการทำตลาดรถขนาดเล็กและคอมแพ็กต์เป็นหลัก อย่างไรก็ตามยังไม่มีความคืบหน้ามากนักเกี่ยวกับผลการเจรจาดังกล่าว แต่มีการเปิดเผยข้อมูลก่อนหน้านี้ว่าหากเฟีตยจะเข้ามาผลิตในประเทศแล้ว เฟียตตั้งเป้าจะผลิตรถถึง 3-5 หมื่นคันต่อปี ทั้งการขายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ
ในปัจจุบันแบรนด์เฟียตที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ยังไม่ความเคลื่อนไหวอะไรมากนัก แต่ผู้แทนจำหน่ายเฟียตในไทยยังเป็นของกลุ่มบริษัท ไทยเพรสทีจ จำกัด ซึ่งปัจจุบันนำรถยนต์ในกลุ่มของเฟียตคือ อัลฟ่าโรมิโอ เข้ามาทำตลาดยี่ห้อเดียว และคาดว่าหากเฟียตจะเข้ามาลงทุนผลิต หรือประกอบรถยนต์ในประเทศไทย ผู้แทนจำหน่ายในปัจจุบันน่าจะมีโอกาสสูงที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย
|
|
 |
|
|