บลจ.เข็นกองทุน LTF-RMF บุกตลาดช่วงสิ้นปี "ไอเอ็นจี" ฟิตจัดเตรียมคลอดกองใหม่รวดเดียวทั้ง 2 ประเภทมูลค่ากองทุนละ 2,000 ล้านบาท ระบุสำหรับ LTF จะเน้นลงทุนหุ้นบิ๊กแคปเป็นหลัก พร้อมเปิดขายเดือนพฤศจิกายนนี้ ด้านบีโอเอขอเน้นโปรโมตกองทุนเดิม เอาใจผู้ลงทุนที่ต้องการสิทธิทางภาษี "วนา" มั่นใจตลาดหุ้นไทยสดใสต่อถึงไตรมาส 1 ปีหน้า หลังแนวโน้มเศรษฐกิจปรับตัวในทิศทางดีขึ้น
นายจุมพล สายมาลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมปีนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซึ่งเป็นกองทุนใหม่จำนวน 2 กองทุนมูลค่ากองทุนละ 2,000 ล้านบาทโดยจะเปิดขายหน่วยลงทุนพร้อมกันในช่วงเวลาดัวกล่าว
สำหรับกองทุน LTF รูปแบบกองทุนจะเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กแคป)เป็นหลัก ซึ่งต่างจากกองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย บรรษัทภิบาล หุ้นระยะยาว ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่มีระบบธรรมาภิบาลดี โดยกองทุนจะนำเงินไปลงทุนในหุ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุนรวม
ในขณะที่กองทุน RMF จะเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นต่อเนื่องจากกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย คุ้มครองเงินต้นเพื่อการเลี้ยงชีพ กองที่ 1,2 และ 3 ที่เปิดขายหน่วยลงทุนไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยกองทุนใหม่ดังกล่าวจะเป็นกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย คุ้มครองเงินต้นเพื่อการเลี้ยงชีพกองที่ 4 ซึ่งยังเหลือกองที่ 5 ซึ่งจะเปิดขายในช่วงเดียวกันของปีหน้าด้วย
นายจุมพลกล่าวว่า นอกจากกองทุนที่จะจัดตั้งขึ้นมาใหม่ทั้ง 2 กองทุนแล้ว บริษัทยังจะมีการทำตลาดสำหรับกองทุนเดิมที่มีอยู่แล้วด้วย โดยช่วงเวลาที่จะเปิดขายหน่วยลงทุนนั้น จะตรงกับช่วงของการจัดงานมหกรรม LTF และงาน SET in the CITY ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย
ทั้งนี้ เชื่อว่ากองทุนรวม LTF และ RMF จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสิ้นปีเพื่อรับสิทธิประโยชย์ทางภาษีที่จะได้รับจากการลงทุนผ่านกองทุนรวมประเภทดังกล่าว ซึ่งจากการสำรวจการลงทุนทั่วโลกพบว่า ส่วนใหญ่นักลงทุนจะเริ่มลงทุนในช่วงปลายปี ถึงแม้ว่าตลาดหลักทรัพย์ฯจะมีการปรับขึ้นลงก็ตาม
นอกจากนี้ จากภาพรวมการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงที่ผ่านมา ที่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เชื่อว่ากองทุน LTF จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นกองทุน ที่ลงทุนในหุ้นโดยตรง อีกทั้งยังเป็นการลงทุนระยะยาว อีกทั้งเชื่อว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจัยลบต่างๆ ที่จะเข้ามากระทบผ่านไปหมดแล้ว
นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บีโอเอ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงสิ้นปีนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดสำหรับกองทุนรวม LTF และ RMF เพื่อรองรับการลงทุนของผู้ลงทุนที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในช่วงสิ้นปี โดยปัจจุบันบริษัท มีมูลค่าการลงทุนสำหรับกองทุน LTF ประมาณ 208 ล้านบาทและกองทุน RMF ประมาณ 420 ล้านบาท ซึ่งกองทุนทั้ง 2 ประเภทนั้น ถือเป็นดีมานด์หนึ่งที่จะเข้าไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯด้วย
ทั้งนี้ มองว่าภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทย น่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 1 ของปีหน้า จากการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ และตัวเลขเศรษฐกิจที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเพิ่มของบริษัทขนาดใหญ่ เช่น เบียร์ช้าง และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าราคาตลาดรวม (มาร์เกตแคป) ให้ตลาดหลักทรัพย์ฯด้วย โดยคาดว่าดัชนีสิ้นปีนี้น่าจะปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 750 จุดได้
ด้านรายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดขายหน่วยลงทุนกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นระยะยาว เอ็ม เอ ไอ (SCBLT3) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (mai) โดยพิจารณาหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตที่ดี เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุน โดยจะเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกระหว่างวันที่ 3-10 ตุลาคม 2548 มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท
โดยบริษัทได้จัดโปรโมชันสำหรับลูกค้าที่เข้ามาลงทุน สำหรับลูกค้าที่ลงทุนในวงเงิน 20,000 บาท แต่ไม่ถึง 100,000 บาท จะได้รับกระบอกน้ำสุญญากาศ สามารถเก็บน้ำร้อนและน้ำเย็นได้เป็นเวลานาน ลูกค้าที่ลงทุนตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 300,000 บาท ได้รับของสมนาคุณเป็นโทรศัพท์ไร้สาย และลูกค้าที่ลงทุน 300,000 บาท จะได้รับเครื่องฟอกอากาศไบออนแอร์ นอกเหนือจากที่ได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินและต้องไม่เกิน 300,000 บาทของปีภาษี
|