Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน22 กันยายน 2548
LTF-RMF บุกตลาดช่วงสิ้นปีค่ายไอเอ็นจีเตรียมออก2กองทุน             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด

   
search resources

ไอเอ็นจี (ประเทศไทย), บลจ.
Funds




บลจ.เข็นกองทุน LTF-RMF บุกตลาดช่วงสิ้นปี "ไอเอ็นจี" ฟิตจัดเตรียมคลอดกองใหม่รวดเดียวทั้ง 2 ประเภทมูลค่ากองทุนละ 2,000 ล้านบาท ระบุสำหรับ LTF จะเน้นลงทุนหุ้นบิ๊กแคปเป็นหลัก พร้อมเปิดขายเดือนพฤศจิกายนนี้ ด้านบีโอเอขอเน้นโปรโมตกองทุนเดิม เอาใจผู้ลงทุนที่ต้องการสิทธิทางภาษี "วนา" มั่นใจตลาดหุ้นไทยสดใสต่อถึงไตรมาส 1 ปีหน้า หลังแนวโน้มเศรษฐกิจปรับตัวในทิศทางดีขึ้น

นายจุมพล สายมาลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมปีนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซึ่งเป็นกองทุนใหม่จำนวน 2 กองทุนมูลค่ากองทุนละ 2,000 ล้านบาทโดยจะเปิดขายหน่วยลงทุนพร้อมกันในช่วงเวลาดัวกล่าว

สำหรับกองทุน LTF รูปแบบกองทุนจะเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กแคป)เป็นหลัก ซึ่งต่างจากกองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย บรรษัทภิบาล หุ้นระยะยาว ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่มีระบบธรรมาภิบาลดี โดยกองทุนจะนำเงินไปลงทุนในหุ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุนรวม

ในขณะที่กองทุน RMF จะเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นต่อเนื่องจากกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย คุ้มครองเงินต้นเพื่อการเลี้ยงชีพ กองที่ 1,2 และ 3 ที่เปิดขายหน่วยลงทุนไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยกองทุนใหม่ดังกล่าวจะเป็นกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย คุ้มครองเงินต้นเพื่อการเลี้ยงชีพกองที่ 4 ซึ่งยังเหลือกองที่ 5 ซึ่งจะเปิดขายในช่วงเดียวกันของปีหน้าด้วย

นายจุมพลกล่าวว่า นอกจากกองทุนที่จะจัดตั้งขึ้นมาใหม่ทั้ง 2 กองทุนแล้ว บริษัทยังจะมีการทำตลาดสำหรับกองทุนเดิมที่มีอยู่แล้วด้วย โดยช่วงเวลาที่จะเปิดขายหน่วยลงทุนนั้น จะตรงกับช่วงของการจัดงานมหกรรม LTF และงาน SET in the CITY ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ เชื่อว่ากองทุนรวม LTF และ RMF จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสิ้นปีเพื่อรับสิทธิประโยชย์ทางภาษีที่จะได้รับจากการลงทุนผ่านกองทุนรวมประเภทดังกล่าว ซึ่งจากการสำรวจการลงทุนทั่วโลกพบว่า ส่วนใหญ่นักลงทุนจะเริ่มลงทุนในช่วงปลายปี ถึงแม้ว่าตลาดหลักทรัพย์ฯจะมีการปรับขึ้นลงก็ตาม

นอกจากนี้ จากภาพรวมการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงที่ผ่านมา ที่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เชื่อว่ากองทุน LTF จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นกองทุน ที่ลงทุนในหุ้นโดยตรง อีกทั้งยังเป็นการลงทุนระยะยาว อีกทั้งเชื่อว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจัยลบต่างๆ ที่จะเข้ามากระทบผ่านไปหมดแล้ว

นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บีโอเอ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงสิ้นปีนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดสำหรับกองทุนรวม LTF และ RMF เพื่อรองรับการลงทุนของผู้ลงทุนที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในช่วงสิ้นปี โดยปัจจุบันบริษัท มีมูลค่าการลงทุนสำหรับกองทุน LTF ประมาณ 208 ล้านบาทและกองทุน RMF ประมาณ 420 ล้านบาท ซึ่งกองทุนทั้ง 2 ประเภทนั้น ถือเป็นดีมานด์หนึ่งที่จะเข้าไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯด้วย

ทั้งนี้ มองว่าภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทย น่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 1 ของปีหน้า จากการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ และตัวเลขเศรษฐกิจที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเพิ่มของบริษัทขนาดใหญ่ เช่น เบียร์ช้าง และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าราคาตลาดรวม (มาร์เกตแคป) ให้ตลาดหลักทรัพย์ฯด้วย โดยคาดว่าดัชนีสิ้นปีนี้น่าจะปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 750 จุดได้

ด้านรายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดขายหน่วยลงทุนกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นระยะยาว เอ็ม เอ ไอ (SCBLT3) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (mai) โดยพิจารณาหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตที่ดี เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุน โดยจะเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกระหว่างวันที่ 3-10 ตุลาคม 2548 มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท

โดยบริษัทได้จัดโปรโมชันสำหรับลูกค้าที่เข้ามาลงทุน สำหรับลูกค้าที่ลงทุนในวงเงิน 20,000 บาท แต่ไม่ถึง 100,000 บาท จะได้รับกระบอกน้ำสุญญากาศ สามารถเก็บน้ำร้อนและน้ำเย็นได้เป็นเวลานาน ลูกค้าที่ลงทุนตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 300,000 บาท ได้รับของสมนาคุณเป็นโทรศัพท์ไร้สาย และลูกค้าที่ลงทุน 300,000 บาท จะได้รับเครื่องฟอกอากาศไบออนแอร์ นอกเหนือจากที่ได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินและต้องไม่เกิน 300,000 บาทของปีภาษี   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us