Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน21 กันยายน 2548
เซ็นทรัลเทรดดิ้งปาดเหงื่อปรับเกมทุกเดือน             
 


   
www resources

โฮมเพจ เซ็นทรัล เทรดดิ้ง

   
search resources

พิชัย จิราธิวัฒน์
เซ็นทรัล เทรดดิ้ง, บจก.
Marketing




เซ็นทรัลเทรดดิ้งปรับกลยุทธ์สินค้านำเข้าถี่ยิบ รับตลาดเปลี่ยนจากปัจจัยลบ ล่าสุดนำเข้านาฬิกาเกสคอลเลคชั่นใหม่ เตรียมเปิดชอปคอนเซ็ปท์ใหม่ปีหน้า

นายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัด บริษัทผู้นำเข้าสินค้าแฟชั่นจากต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีปัจจัยลบมากทั้งราคาน้ำมัน เหตุการณ์ทางภาคใต้ และค่าเงินที่อ่อนตัวลง ฯลฯ ดังนั้นบริษัทฯจึงได้มีการปรับกลยุทธ์การนำเข้าสินค้าทุกเดือน โดยวิเคราะห์ยอดขายและความต้องการของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ซึ่งในแง่กำลังซื้อของผู้บริโภคได้รับผลกระทบบ้าง โดยในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาพบว่าสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและเสื้อผ้ามียอดขายลดลง เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นและเป็นหน้าฝน แต่คาดว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายจะกลับมาขายดีขึ้น

ปัจจุบันบริษัทฯนำเข้าสินค้าแฟชั่นหลายอย่าง อาทิ กลุ่มเสื้อผ้า ซึ่งทำรายได้หลักให้บริษัทฯ 50% รองลงมาเป็นเครื่องสำอาง 15% ที่เหลือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กล้องดิจิตอล และนาฬิกา 5-7% ซึ่งปัจจุบันมีนำเข้า 4 แบรนด์ด้วยกัน ได้แก่ คาสิโอ,เบบี้จี,จี-ช็อค และเกส

นางปิยะดา ถิรพัฒน์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์นาฬิกาเกส เปิดเผยว่า แผนการทำตลาดนาฬิกาเกสบริษัทฯจะนำเข้าสินค้าปีละ 2 คอลเลคชั่น ช่วงต้นปีและท้ายปี แต่ละคอลเลคชั่นจะมีสินค้ากว่า 100-150 รุ่น ล่าสุดบริษัทฯเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ “แอนนิมอล อินสติ๊งท์” 3 รุ่น ได้แก่ Exotica, Heavy Metal และSafari ในงานเซ็นทรัล วอช แฟร์ ซึ่งเริ่มระหว่างวันที่ 8 ก.ย. -25 ก.ย. 48 โดยบริษัทฯคาดว่ายอดรายได้จากงานจะได้กว่า 2 ล้านบาท โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของเกสอยู่ในระดับบีบวกขึ้นหรือระดับรายได้ประมาณ 25,000 บาท ขณะที่กลุ่มลูกค้าของเกสที่เป็นนิสิตนักศึกษาอายุ 18-25ปีก็มีมากเช่นกัน คิดเป็นสัดส่วนผู้หญิง 70%

ในส่วนของภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันโดยเฉพาะเรื่องค่าเงินที่อ่อนตัวลงจากเดิม 40 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันเป็น 42 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 5-10% ดังนั้นบริษัทฯจึงมีการปรับกลยุทธ์บ้างแต่ไม่มาก โดยพยายามรักษาระดับราคาสินค้าไว้ที่ประมาณ 5,500-6,500 บาท

สำหรับจุดขายนาฬิกาเกสปัจจุบันมีทั้งขายผ่านร้านเกส บูติกที่มีอยู่ 6 แห่ง แบ่งเป็น กรุงเทพฯ 4 แห่งและต่างจังหวัด 2 แห่ง และผู้แทนจำหน่ายหรือจุดขายกว่า 60 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้บริษัทฯมีแผนเปิดชอปเกส แอสเซสซอรี่ ซึ่งจะขายทั้งกระเป๋า,เครื่องประดับและนาฬิกาของเกส โดยบริษัทฯมีแผนเปิดตัวร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ในช่วงต้นปีหน้าที่เซ็นทรัล ชิดลม บนพื้นที่ขนาด 30 ตารางเมตร

งบทางการตลาดของนาฬิกาเกสบริษัทฯใช้ประมาณ 2 ล้านบาท ยอดรายได้ของนาฬิกาเกสมีอัตราการเติบโตปีละ 13% ปีนี้คาดว่าจะโตขึ้น 15% และปีหน้าคาดว่าจะโต 20% สำหรับยอดรายได้รวมของบริษัทฯปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 15% จากรายได้ปีที่แล้วที่มียอดขาย 6,000 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us