|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ดีแทค" ตั้งบล.ไทยพาณิชย์เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ก่อนสิ้นปี 2548 นี้ หวังรับสิทธิด้านภาษีหลังจากประสบความสำเร็จในการจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ ระบุเป็นบริษัทแห่งแรกที่จดทะเบียนและมีหุ้นซื้อขายในตลาดหุ้น 2 แห่ง
บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า บริษัทมีแผน ที่จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคู่กับการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์แห่งสิงคโปร์ ซึ่งจะทำให้ดีแทคเป็นบริษัทแรกและบริษัทเดียวของไทยที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายได้ทั้ง 2 ตลาด โดยบริษัทได้แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับการเสนอขายหุ้นแก่นักลงทุนทั่วไปและการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สำหรับหุ้นที่จะนำมาเสนอขายให้กับนักลงทุนทั่วไปนั้น บริษัทจะได้รับหุ้นคืนจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หลังจากที่บริษัทดังกล่าวยังได้ปรับลดค่าเชื่อมโยงโครงข่ายจำนวนทั้งสิ้น 16.4 ล้านหุ้น เพื่อเป็นการยุติข้อพิพาทดังกล่าว ดังนั้นดีแทคจึงจะเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการออกหุ้นใหม่ เพื่อเสนอขายให้กับนักลงทุนไทย โดยบริษัทจะนำหุ้นดังกล่าวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
อย่างไรก็ตาม เพื่อมิให้เกิดปัญหาที่มีสัดส่วนการถือครองหุ้นของบริษัทโดยนักลงทุนต่างชาติเกินกว่า 49% บริษัทมุ่งหมายที่จะทำให้การ จดทะเบียนเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2548 แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามมติเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นรวมทั้งการอนุมัติเห็นชอบจากหน่วยกำกับดูแลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้ามาถือหุ้นในดีแทคซึ่งเป็น บริษัทชั้นนำในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นการเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร และยังทำให้บริษัทได้รับประโยชน์ทางภาษีในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วย
ส่วนวัตถุประสงค์ของการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากเสนอขายหลักทรัพย์ไปชำระหนี้ การขยายการลงทุนในอนาคต หรือค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย
ขณะเดียวกัน การนำหุ้นเข้าจดทะเบียนทั้งสองตลาดยังเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทจากการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงตลาดทุนทั้งในประเทศสิงคโปร์และประเทศไทย พร้อมกับเป็นการเพิ่มความสนใจให้เกิดแก่นักลงทุนและสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ทั้งยังทำให้บิรษัทมีความคล่องตัวด้านการเงินเพิ่มมากขึ้นสำหรับรองรับแผนงานในอนาคตอีกด้วย
|
|
 |
|
|