Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน19 กันยายน 2548
เปิดเสรีการเงินไทย-สหรัฐฯผ่อนปรนกรอบเจรจาผสมผสาน             
 


   
search resources

FTA
นริศ ชัยสูตร




ทีมเจรจาเปิดเสรีการเงินไทย-สหรัฐฯวางกรอบการเจรจาแบบผสมผสาน สำหรับ การเจรจาระหว่างวันที่ 24-25 ก.ย. นี้ ต่อรองสหรัฐฯใช้วิธีเจรจาแบบ Positive List ก่อน แล้วค่อยปรับเป็น Negative List ใน ภายหลัง เหตุผลเจรจายังไม่คืบ เพราะจุดยืนเรื่องกรอบเจรจายังไม่ตรงกัน หวั่นกระทบการเปิดเสรี ในภาพรวมกับสหรัฐฯ

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผย ว่า ขณะนี้ทาง คณะเจรจาของไทยได้ร่างกรอบ Legal Text เพื่อใช้ในการเจรจาเปิดเสรีการเงินกับสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งไทยจะยังคงเดินหน้าเจรจาเปิดเสรีด้านการเงินกับสหรัฐฯต่อไป แม้ว่า ผลการเจรจาล่าสุด ยังติดปัญหาในเรื่องของกรอบการเจรจาที่แตกต่างกันอยู่ โดยทางสหรัฐฯต้องการให้เจรจาแบบ Negative List คือ ให้บรรจุรายการที่ไม่ต้องการเจรจาไว้ ส่วนรายการที่ไม่บรรจุให้เปิดเสรีทั้งหมด ขณะที่ไทยต้องการเจรจาแบบ Positive List คือ เลือกรายการที่ ต้องการเจรจาไว้ ส่วนรายการที่ไม่ได้ เลือกไว้จะไม่มีการเปิดเสรี เนื่องจากไทยยังไม่มีความพร้อมเพียงพอที่จะเจรจาแบบ Negative List

อย่างไรก็ตามจากการเจรจาในครั้งที่ผ่านๆ มาทางสหรัฐฯ เอง ได้เข้าใจว่าภาคการเงินพื้นฐานของไทยยังมีขนาดเล็ก และยังไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะเปิดเสรีได้ทั้งระบบ ซึ่งการที่ประเทศไทยจะเจรจาแบบ Negative List ตามที่สหรัฐฯ ต้องการนั้น อาจจะทำให้ภาคการเงินของไทยไม่สามารถแข่งขันกับภาคการเงินสหรัฐฯ ที่จะเข้ามาได้

"รากังวลว่า ถ้าเราใส่อะไร ที่เรายังไม่เปิดแล้วในอนาคตมี นวัฒกรรมทางการเงินใหม่ๆ เข้ามา เราก็จะเสียเปรียบได้ เพราะเราไม่ได้ใส่ลงไปว่าเราจะไม่เปิด ฉะนั้น เราต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อนซึ่งจริงๆ แล้ว เรื่องการเจรจาไม่มีปัญหา แต่ติดตรงที่ความคุ้นเคยในการเปิดเสรีของแต่ละประเทศมากกว่า เพราะสหรัฐฯเคยเจรจาแบบ Negative List กับทุกประเทศ แต่เราชินกับการเจรจาแบบ Positive List มากกว่า ดังนั้น จึงจะต้องหาจุดยืนร่วมกันให้ได้ก่อน"นายนริศ กล่าว

ทั้งนี้ ทางคณะเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐฯ ด้านการเงิน จะเดินทาง ไปเจรจาร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 24-25 กันยายน 2548 นี้ ที่สำนักผู้แทน การค้าสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้น จะมีการประชุมเอฟทีเอในกรอบใหญ่ ในวันที่ 28-29 กันยายน 2548 ที่ ฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา

นายสมชัย สัจจพงษ์ รองผู้อำนวยการสศค. กล่าวว่า การจะเดินทางเจรจาการเปิดเสรีด้านการเงินกับสหรัฐฯ ในครั้งต่อไปนี้ จะมีการต่อรองให้ใช้จุดยืนร่วมกัน แบบผ่อนผัน โดยในระยะแรกของระยะเวลาการเปิดเสรีนั้นจะ ให้ใช้การเจรจาแบบ Positive List และในระยะต่อมาจึงกลับมาใช้แบบ Negative List เพื่อเป็นการผสมผสานการเจรจาร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ภาคการเงินของไทยได้มีเวลาในการปรับตัวมากขึ้น

"อาจจะตกลงกันว่า ตอนแรกให้เป็นแบบ Positive List ก่อน และหลังจากนั้นค่อยใช้แบบ Negative List หรือ ตอนแรกอาจจะใช้ Negative List ก่อนก็ได้ ซึ่งเป็นการผสมผสานกันไป เพื่อจะได้เจรจากันสำเร็จ โดยเราอาจจะเขียนไปว่า จะเปิดให้บางตัว แต่บางตัวต้องรอให้มีกฎหมายมากำกับดูแลก่อน เช่นพ.ร.บ.สถาบันประกันเงินฝาก ถึงจะเปิดเสรีได้ ส่วนพ.ร.บ.สถาบันประกันเงินฝาก ณ ขณะนี้ รอเพียงจังหวะและความเหมาะสมของสภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งต้องให้ความรู้แก่ประชาชนก่อน ถึงจะประกาศใช้พ.ร.บ.ดังกล่าวได้"นายสมชัย กล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us