|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
อายิโนะโมะโต๊ะพลิกแผนรบชาเขียว หลังส่วนแบ่งร่วงจาก 11% เหลือ 6% แก้จุดอ่อนช่องทางโมเดิร์นเทรด แยกทีมขายเฉพาะ 20 ทีมลุยชาเขียวเซนชะ ตั้ง “อรชัย” จากฝ่ายตลาด ไปคุมฝ่ายขายโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ อัดงบ 100 ล้านบาทเร่งเครื่องกิจกรรมโค้งสุดท้ายของปี ปรับรสชาติเดิมออกรสชาติใหม่ หวังยอดขาย 700 ล้านบาท ขยับแชร์จาก 6% สู่ 10% ให้ได้ใน 1 ปี
นายพิเชียร คูสมิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแนวทางการทำตลาดเครื่องดื่มชาเขียวเซนชะว่า ขณะนี้ได้ปรับแผนการทำตลาดเซนชะใหม่ หลังจากที่เคยมีมาร์เกตแชร์สูงถึง 11% แต่ขณะนี้เหลือแชร์รวม 6% จากมูลค่าตลาดรวม 6,800 ล้านบาท เพราะการแข่งขันที่รุนแรง แต่ยืนยันว่าเซนชะยังอยู่ในอันดับที่สามของตลาด และมีส่วนแบ่งในบางช่องทางอย่างเช่น ร้านยี่ปั๊วซาปั๊วต่างจังหวัดมากกว่า 13%
อย่างไรก็ตามช่องทางจำหน่ายหลักของตลาดชาเขียวอยู่ โมเดิร์นเทรด กว่า 60-70% ทำให้บริษัทฯต้องปรับกลยุทธ์ เพื่อให้เข้าช่องทางนี้มากขึ้น ล่าสุดได้แต่งตั้งนายอรชัย อัจฉรานุกูล จากผู้จัดการฝ่ายการตลาดไปเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย ดูแลทางด้านโมเดิร์นเทรดเฉพาะ ทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้การขยายตลาดของเซนชะมากขึ้น พร้อมกับแยกทีมขายออกมาประมาณ 20 ทีม จากทั้งหมดของบริษัทฯที่มีกว่า 400 ทีม เพื่อทำตลาดเซนชะโดยเฉพาะ พร้อมกับแต่งตั้งนายฮารุฮิโตะ นางาซาวะ เป็นผู้จัดการฝ่ายตลาดธุรกิจเครื่องดื่มแทน
นอกจากนั้นยังพยายามที่จะนำเอาความแข็งแกร่งของสินค้าของบริษัทฯทั้งหมดที่มีอยู่มาเป็นส่วนหนึ่งที่จะขับเคลื่อนชาเขียวเซนชะให้เข้าช่องทางโมเดิร์นเทรดได้มากขึ้น อีกทั้งยังร่วมมือกับทางโมเดิร์นเทรดในการจัดกิจกรรมและดิสเพลย์หน้าร้านต่างๆ
ขณะเดียวกันยังได้ทุ่มงบการตลาดในไตรมาสสุดท้ายนี้มากถึง 100 ล้านบาท จากเดิมที่สามไตรมาสแรกใช้เพียง 100 ล้านบาท เพื่อทำการส่งเสริมการขายและกิจกรรมเต็มที่ เช่น การออกหนังโฆษณาชุดใหม่ชื่อว่า เซนชะปรับใหม่ อร่อยแค่ไหนต้องลอง และการร่วมมือกับรายการวิทยุ 12 สถานีในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ จัดกิจกรรมเล่นเกมส์ตอบคำถาม หรือการส่งชิ้นส่วนเข้ามาชิงโชครับจี้ห้อยคอทองคำรูปใบชาเขียวน้ำหนัก 50 สตางค์จำนวน 24 รางวัล การจัดเซนชะคาราโอเกะ โร้ดโชว์ ใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ
นายพิเชียร กล่าวด้วยว่า ในส่วนของผลิตภัณฑ์นั้นได้มีการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งแพกเกจจิ้ง และรสชาติ โดยเฉพาะรสชาติดั้งเดิมที่ปรับให้มีความหวานมากขึ้นและลดความฝาดลง พร้อมกับออกรสชาติใหม่คือ เซนชะ ฟูจิริงโกะ ชาเขียวรสแอ๊ปเปิ้ลฟูจิ การปรับรสชาติดั้งเดิมนั้นจะทำให้ได้กลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากคู่แข่งและกลุ่มใหม่ ส่วนตลาดหลักยังคงเป็นวัยรุ่น
นอกจากนั้นบริษัทฯยังมีแผนที่จะส่งเซนชะไปต่างประเทศด้วย คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเริ่มได้ เริ่มที่ตลาดใกล้เคียงก่อนเช่น อินโดจีน โดยผ่านทางเอเย่นต์ที่จัดจำหน่ายสินค้าในเครือของบริษัทฯอยู่แล้ว
ทั้งนี้บริษัทฯตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นเป็น 700 ล้านบาทภายใน 1 ปีนับจากนี้ และจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 10% โดยคาดว่ารสชาติใหม่นี้จะมีส่วนแบ่งรายได้จากยอดขายรวมกว่า 50% จากปัจจุบันที่ยอดขายหลักมาจากรสชาติยูสุฮันนี่ 60% และรสชาติดั้งเดิม 40% และยอดขายหลักมาจากบรรจุภัณฑ์แบบขวดเพท รองมาคือ กล่องยูเอชที ส่วนแบบกระป๋องนั้นมีสัดส่วนน้อยมากแต่ไม่มีแผนเลิกผลิต
“ตลาดชาเขียวจากนี้ไป ผมว่าการเติบโตจะน้อยลงกว่าแต่ก่อน ที่มีการโตแบบ 100% มาตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา” นายพิเชียรกล่าว
|
|
 |
|
|