"ซึทาญ่า" ร้านเช่าวิดีโอ วีซีดี และดีวีดี ค้าปลีกสมัยใหม่ที่เน้นธุรกิจบันเทิงเป็นหลักในรูปแบบเชนสโตร์ ข้อแตกต่างของซึทาญ่าเมื่อเปรียบเทียบกับศูนย์เช่าวิดีโอทั่วไป ก็คือ พัฒนาการที่เหนือกว่าไปอีกขั้นด้วยโนว์ฮาวสมัยใหม่ การจัดการระบบแฟรนไชส์ และบริหาร การตลาดที่เจาะตรงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการใช้ฐานข้อมูลใน ระบบไอทีเป็นแรงขับเคลื่อน
ทุกวันนี้กิจการซึทาญ่า ภายใต้การบริหารงานของบริษัทแม่ Culture Convenience Clubประเทศญี่ปุ่น หรือซีซีซี มียอดขายรวมจากการขายแฟรนไชส์ใน 3 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น เกาหลี และไทย รวม 107,295 ล้านเยน หรือมีรายได้รวมต่อปีมากกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ด้วยปริมาณสาขาในญี่ปุ่น 1,088 แห่ง เกาหลี 3 แห่ง และไทย 102 แห่ง จำนวนสมาชิกเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 16 ล้านคน นับเป็นอาณาจักรแห่งความเกรียงไกรที่โดดเด่นไม่น้อยหน้าอุตสาหกรรมประเภทอื่นๆ เลยองคาพยพธุรกิจ
ซึทาญ่า ประเทศญี่ปุ่น มีจุดเริ่มต้นที่ไม่แตกต่างจากร้านค้าปลีก ขนาดเล็กทั่วไปคือ เติบโตจากชานเมือง ดำเนินธุรกิจแบบค่อยเป็น ค่อยไป จนสองปีต่อมาพอกิจการทำท่าว่าจะไปด้วยดี ก็เริ่มบริหารงานในรูปบริษัท ซึทาญ่าเปิดร้านแฟรนไชส์แห่งแรกในปี 2528 อีก 5 ปีต่อมาสาขาแตกตัวเพิ่มขึ้นเป็น 500 แห่ง และดีดขึ้นอีกเท่าตัวในอีก 10 ปีถัดมา
จากร้านเช่าวิดีโอ ซีดี ดีวีดี เกม และหนังสือ บริษัทเติบโต ขึ้นมาเป็นร้านค้าปลีกสมัยใหม่ในแนว Multi Package Store หรือ ศูนย์รวมความบันเทิง ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการจับกระแสแห่งความ เคลื่อนไหว ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารวูบวาบอยู่ตลอดเวลา จนพัฒนามาสู่วิสัยทัศน์ "ซึทาญ่า ไลฟ์สไตล์" ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การตลาดยุคดิจิตอล ที่ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมการประกอบรถยนต์อย่าง โตโยต้า ญี่ปุ่น และบิ๊กเบิ้มในวงการดิสเคานต์สโตร์เมืองไทย อย่างเทสโก้ โลตัสหันกลับมามอง
กรณีศึกษาทางธุรกิจที่เด่นชัดจนผลักดันให้ซึทาญ่า "เข้าตากรรมการ" ก็คือ การกระโดดเข้ามา เป็นแฟรนไชส์ซึทาญ่าของดีลเลอร์โตโยต้า คอร์ป ในนามบริษัท โตโยต้า โตเกียว โคโรลล่า จำกัด เปิดสาขาซึทาญ่า เอโดกาว่า ด้วยเม็ดเงินลงทุนร่วม 100 ล้านบาท ในทำเลเดียวกันกับโชว์รูมโตโยต้า และเป็นสาขาแห่งแรกที่ผนวกเอาร้านเช่าวิดีโอกับโชว์รูมรถยนต์เข้าไว้ด้วยกัน
นายคาซูอากิ ทานากะ ผู้จัดการร้านซึทาญ่า สาขาเอโดกาว่า และผู้บริหารโชว์รูมโตโยต้า บริษัท โตเกียว โตโยต้า โคโรลล่า จำกัด กล่าวว่า ซึทาญ่าเป็นแรงดึงดูดที่น่าสนใจ ด้วยเพราะลักษณะการบริหารธุรกิจ มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนคือระดับอายุ 20 ปีเป็นฐานหลัก ขณะที่กลุ่มเป้าหมายโตโยต้าเป็นกลุ่มเป้าหมายคน วัยทำงานระดับอายุ 30-35 ปี การบริหารธุรกิจทุกกิจการจำเป็นต้องดึงลูกค้าเข้าร้านอยู่แล้ว ประเด็นอยู่ที่ว่าจะเรียกลูกค้าได้อย่างไร?
การแข่งขันในอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่นเป็นไปอย่างรุนแรง ค่ายนิสสันพยายามดึงกลยุทธ์ใหม่ๆ ให้เกิดการบรรยากาศ การซื้อขาย โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจญี่ปุ่น ยังอยู่ในภาวะตกต่ำ ด้วยการร่วมมือกับกิจการร้านอาหารเพื่อดึงลูกค้ามาเข้าร้าน และถือโอกาสเดินโชว์รูมนิสสันไปพร้อมๆ กัน
แนวทางโตโยต้าก็มีวิธีคิดที่คล้ายคลึงกัน แต่ไตร่ตรองในประเด็นที่ลึกซึ้งมากกว่า คือการเรียกลูกค้าเข้าร้านอาหาร ลูกค้าจะใช้เวลานั่งทานน้อยกว่าเวลาที่ต้องเดินเลือกม้วนวิดีโอ และการใกล้ชิดต่อร้านซึทาญ่า มีผลอย่างมากต่อการเข้าถึงโตโยต้าในอนาคต ถือเป็นการวางรากฐานกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ในอนาคต
ก่อนหน้านี้บริษัท ซึทาญ่า (ประเทศไทย) จำกัด เคยเป็นสื่อกลางในการพาห้างเทสโก้ โลตัส ไปเยี่ยมชมกิจการของบริษัทแม่ โดยเฉพาะการศึกษาถึงระบบฐานข้อมูล ADMS (Advanced Direct Marketing System) หรืออาดัมส์ ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญที่ซึทาญ่าบริการให้กับบริษัทต่างๆ ในการทำตลาด และวิเคราะห์ว่า "ใครมีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าในอนาคต?"
มากกว่าวัฒนธรรมบันเทิง
โซนี่ คอร์ป ประสบความสำเร็จถล่มทลายจากการสร้าง "อารยธรรมโซนี่ วอล์กแมน" กับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นค่อนโลก ขณะที่แนวทางของ ซึทาญ่า ญี่ปุ่น ก็เปิดประตูความคิดที่ไม่แตกต่างกัน
ซึทาญ่ามีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนสาขา จาก 1,088 แห่ง ให้ครบ 3,000 แห่งเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น โดยดึงเอาจุดแข็งของความเป็นบริษัทแฟรนไชส์ และการเปิดวิสัยทัศน์ไปยังกลุ่มที่ต้องการทำธุรกิจแฟรนไชส์ ไม่จำเพาะเพียงกลุ่มที่ต้องการทำธุรกิจด้านความบันเทิง รวมถึงการรวมเอาบริษัทอื่นๆ ที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกันมาเปิดเป็นร้าน ซึทาญ่า เป็น short cut key ที่ผลักดันให้บริษัทไปถึงเป้าหมายได้
หัวใจหลักของซึทาญ่าคือ การนำเสนอวัฒนธรรมความบันเทิงที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม เพราะซึทาญ่ารวบรวมความบันเทิงทุก รูปแบบ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เวลาใด ในรูปแบบการจัดการแบบร้านสมาชิก เป็นการผนวกเอาศูนย์รวมความบันเทิงกับเครือข่ายไอที ในนามของ "ซึทาญ่า ออนไลน์" ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อของข้อมูลข่าวสารในแวดวงดิจิตอล สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้สื่ออินเทอร์เน็ตในญี่ปุ่นที่ระบุว่ามีการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมากกว่าพีซี โดยแบ่งออกเป็น J-sky 10% Ezweb 11% PC 39% และ I-mode 40%
สูตรความสำเร็จ 3 ยุทธศาสตร์
คงต้องยอมรับว่าซึทาญ่าเป็นแบบฉบับของ องค์กรธุรกิจร่วมสมัย ที่มีชีพจรการค้าโลดแล่นไม่แพ้กระแสความแรงแห่งแฟชั่น ดนตรี และรูปแบบการใช้ชีวิต ซึทาญ่า สาขาชิบูยะ เป็นต้นแบบของ Multi Package Store ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ที่ฉีกแนวคิดร้านค้าปลีกในความหมายเดิมๆ มาเป็นการสร้างยุทธศาสตร์การบริหารงานแบบ "Click and Mortar" คือการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างร้านค้ากับเน็ตเวิร์ก ซึ่งเป็น การฉายภาพของ Contented Marketing (การ ตลาดที่รวมเอาช่องทางการค้าในหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน) ในยุคหน้า คือ จากสถานภาพศูนย์รวมความบันเทิงที่มีสาขามากที่สุด มาเป็นศูนย์รวมความบันเทิงที่ไม่ถูกจำกัดด้วยพื้นที่หรือเวลา สามารถให้บริการได้ทุกที่ทุกเวลา
จะเห็นว่า การเติบโตของซึทาญ่ามาจากปัจจัย 3 ประการคือ ไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง และธุรกิจไอที บนภูมิประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิดของการบริโภคใหม่ๆ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทั้ง 3 ส่วนตลาด (segmentation) ทะยานไปข้างหน้าชนิดที่ไม่มีแตะเบรก...