Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน24 กันยายน 2545
เบื้องหลัง"อภิรักษ์" หันซบทีเอออเร้นจ์             
 

   
related stories

เส้นทางซีอีโอ"อภิรักษ์-บุษบา"
ออเร้นจ์อนาคตสดใส อนาคตซีอีโอ"อภิรักษ์"

   
www resources

โฮมเพจ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

   
search resources

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, บมจ.
อภิรักษ์ โกษะโยธิน
ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม
บุษบา ดาวเรือง




"อภิรักษ์ โกษะโยธิน" ประธานกรรมการบริหาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ประกาศลาออกเพื่อรับตำแหน่งใหม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการร่วมบริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ ในวันที่ 15 พ.ย.นี้ ขณะที่ อากู๋-ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม แต่งตั้ง "บุษบา ดาวเรือง" ลูกหม้อผู้ร่วมก่อตั้งจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เข้าทำหน้าที่แทน เผยเพราะธุรกิจแกรมมี่เกี่ยว ข้องกับการบริหารคนทำให้บุษบาเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขึ้นมาบริหารงานในครั้งนี้ นักวิเคราะห์ชี้ไม่ว่าใครจะเป็นซีอีโอ ก็ไม่กระทบกับธุรกิจของแกรมมี่ ขณะที่วงในชี้เบื้องหลังอภิรักษ์หันซบอกทีเอ ออเร้นจ์เพราะทำงานไม่เข้าตาอากู๋ อีกทั้งเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรแกรมมี่ไม่ได้

วานนี้ (23 ก.ย.) นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานกรรมการบริหาร นางบุษบา ดาวเรือง รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสร้างสรรค์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงการลาออกของนายอภิรักษ์ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 15 ตุลาคม 2545 โดยจะไปเริ่มงาน ที่บริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ จำกัด ในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการร่วม วันที่ 1 พฤศจิกายน 2545

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า การแถลงข่าวในครั้งนี้ ได้มีผู้บริหารในเครือแกรมมี่ ซึ่งประกอบด้วย นาย กิตติศักดิ์ ช่วงอรุณ รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานธุรกิจเพลง นายวิเชียร ฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ สังกัด จีนี่ เรคคอร์ดส์ นาย นิติพงษ์ ห่อนาค กรรมการผู้จัดการ สังกัด แกรมมี่ แกรนด์ นายสันติสุข จงมั่นคง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์ทรอกาไนเซอร์ จำกัด นางอัญชลี จิวะรังสินี รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตรวจสอบภายใน และนางจุไรรัตน์ อุณหกะ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบัญชีการเงินกลาง มาร่วมแถลงข่าวด้วย เพื่อสร้างความอบอุ่นและให้เป็นถึงความพร้อมของทีมงานที่จะนำพาธุรกิจของแกรมมี่ให้รุกไปข้างหน้าต่อไป

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน กล่าวว่า ระยะเวลา 2 ปี 3 เดือนที่ทำงานในจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้บริหารงานจนเกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างภายในองค์กร ซึ่งดำเนินไปในทิศทางที่ดี แม้จะมีบ้างที่มีปัญหาเรื่องการทำงาน แต่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ได้มีความขัดแย้งกับผู้บริหารหรือนายไพบูลย์แต่อย่างใด

"ที่ผ่านมา ผมไม่ได้บริหารงานคนเดียว เพราะ โครงสร้างการบริหารงานของแกรมมี่ได้กำหนดตัวผู้บริหารเอาไว้ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเวลาที่เราจะต้องตัดสินใจเรื่องใดก็ต้องหารือกับผู้บริหารงานในกลุ่มธุรกิจนั้น อย่างเวลาที่ผมจะตัดสินใจลาออกจาก แกรมมี่ก็ได้ปรึกษาคุณไพบูลย์ ว่าทางทีเอออเร้นจ์ มีข้อเสนออย่างนี้มาให้ ควรจะพิจารณาอย่างไรดี ซึ่งคุณไพบูลย์ก็เข้าใจและเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่น่าจะรับไว" นายอภิรักษ์กล่าว

นายอภิรักษ์กล่าวอีกว่า เหตุผลหลักของการตัดสินใจเข้าไปบริหารงานในทีเอ ออเร้นจ์ ร่วมกับนายศุภชัย เจียรวนนท์ ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการร่วม โดยเข้าไปแทนนายริชาร์ด โหมต ที่เพิ่งหมดวาระไป เนื่องเพราะทีเอ ออเร้นจ์ เป็นธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสามารถนำจุดแข็งที่มีอยู่ภายในตัวเอง คือ การบริหารงาน และการตลาด มาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ทีเอ ออเร้นจ์ได้

"แม้ว่าธุรกิจของทีเอ ออเร้นจ์ จะแตกต่างจากธุรกิจเดิมที่ผมเคยบริหารงานอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเป๊ปซี่-โค หรือ ฟริโต-เลย์ ซึ่งเป็นสินค้าคอนซูเมอร์ แต่ก็ยังเกี่ยวพันกับแกรมมี่อยู่บ้าง เพราะสองธุรกิจแรกก็ต้องนำมิวสิค มาร์เกตติ้งมาใช้ในการทำตลาด แต่ทีเอออเร้นจ์ เป็นธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร แต่ที่จะคล้ายกันบ้างก็คงเป็นเรื่องของการเป็นสินค้าคอนซูเมอร์ที่เข้าถึงประชาชนจำนวนมาก"

นอกจากนี้ นายอภิรักษ์ ยังมองว่า ทีเอ ออเร้นจ์ เป็นธุรกิจที่มีอนาคต เพราะในช่วงระยะเวลาเพียง 1 ปีที่ออเร้นจ์ เข้าสู่ตลาดที่มีคูแข่งขันที่สำคัญอย่าง เอไอเอสและดีแทค แต่ก็สามารถสร้างชื่อให้ผู้บริโภค ได้รู้จักในระยะเวลาอันรวดเร็ว และเมื่อมองธุรกิจในอนาคตก็เห็นได้ว่าจะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้น นอกจากนี้ทีเอ ออเร้นจ์ ก็ยังเป็นลูกค้า ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ทำให้เมื่อเข้าไปบริหารงาน ที่ทีเอ ออเร้นจ์ แล้วก็ยังมีโอกาสได้ร่วมงานกับ แกรมมี่อยู่ดี

"บุษบา ดาวเรือง" ซีอีโอคนใหม่

ทางด้านนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้พยายามหาคนนอก เข้ามาบริหารงานแกรมมี่ เพื่อต้องการความคิดที่แปลกใหม่ โดยที่ผ่านมาได้นายวิสิฐ ตันติสุนทร เข้ามาบริหารงานที่จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ก่อนที่จะถูกโยกให้ไปดูแลธุรกิจของแกรมมี่ในไต้หวัน ซึ่งนายวิสิฐ ทำงานได้เพียง 2 ปีก็ลาออก ปัจจุบันไปดำรงตำแหน่ง เลขาธิการกบข.

ในขณะที่การชวนนายอภิรักษ์ เข้ามาร่วมงานนั้น เพราะเห็นว่าเป็นคนหนุ่มที่มีแนวทางการบริหารงานที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย และในช่วง 2 ปีเศษที่นายอภิรักษ์เข้ามาบริหารงาน สามารถสื่อสารเรื่องของบริษัทสู่สาธาณชนได้มากขึ้น รวมทั้งการจัดระเบียบในการบริหารงานภายใน ซึ่งผลการทำงาน โดยรวมต้องยอมรับว่าเป็นที่น่าพอใจ

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นายอภิรักษ์ลาออก จึงได้ตัดสินใจแต่งตั้ง นางบุษบา ดาวเรือง ที่ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสร้างสรรค์ ขึ้นมาเป็นประธานกรรมการบริหาร เนื่องจากนางบุษบาเป็นลูกหม้อที่ร่วมก่อตั้งแกรมมี่มาตั้งแต่แรกและถือเป็นที่ผู้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับตนมาโดยตลอด ซึ่งการบริหารงานของแกรมมี่ ที่มีพนักงานกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่เป็นการบริหารคน จึงจำเป็นต้องอาศัยคนที่สามารถบริหารคนได้เป็นอย่างดี ซึ่งนางบุษบาเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด

ในขณะที่กำลังแถลงข่าวอยู่นั้น ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าทำไมไม่หาผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาบริหารแทนนายอภิรักษ์ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ผู้บริหารในแกรมมี่ทุกคนล้วนมีแต่มืออาชีพที่ทำงานมาเป็นเวลานาน สังเกตได้จากผู้บริหารระดับสูงของแกรมมี่ ประมาณ 10% ทำงานอยู่ในแกรมมี่มานานกว่า 10 ปี

นางบุษบา ดาวเรือง ว่าที่ประธานกรรมการบริหารคนใหม่ กล่าวว่า ที่จริงผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะมารับหน้าที่นี้ น่าจะเป็นนายกิตติศักดิ์ ช่วงอรุณ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานธุรกิจเพลง แต่เนื่องจากการทำงานของผู้บริหารในจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ทุกคน ล้วนอยู่ด้วยกันจนกลายเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ดังนั้นไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้บริหารก็สามารถทำงานร่วมกันได้ โดยมีนายไพบูลย์คอยเป็นหัวเรือใหญ่ในการสั่งการและให้คำปรึกษาในทุกๆ เรื่อง

"จุดแข็งที่พี่จะนำมาใช้ในการบริหารงานก็คือ การเป็นคนที่เข้าใจเพื่อนร่วมงาน และมีความอดทนสูง ซึ่งเหมาะที่จะบริหารคน ส่วนข้อเสียของตัวเองก็มีเช่นกัน คือในความที่ไม่รู้อะไร เราสามารถใช้ความ อ่อนน้อมถ่อมตน ในการเข้าหาหรือขอความร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานได"

ส่วนทิศทางของธุรกิจเพลงนั้น ในปีหน้าจะเป็นปีที่แกรมมี่มีอายุครบ 20 ปี ค่ายเพลงแต่ละค่ายก็จะผลิตผลงานเพลงเพื่อร่วมฉลอง 20 ปีแกรมมี่ พร้อมกันไปด้วย

เบื้องลึกอภิรักษ์ซบทีเอ

รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่นายอภิรักษ์หันไปซบค่ายทีเอ ออเร้นจ์ แม้ว่านายไพบูลย์ และตัวนายอภิรักษ์เองต่างก็ออกมายืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการบริหารงานภายในองค์กร แต่จริงๆ แล้วนายไพบูลย์ไม่ค่อยพอใจผลการทำงานของนายอภิรักษ์มาก โดยเฉพาะในเรื่องคาราโอเกะที่มีกระแสข่าวออกมาตลอด อีกทั้งตัวนายอภิรักษ์เองไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับองค์กรของแกรมมี่ได้ เนื่องจากไม่ใช่ลูกหม้อโดยตรง

นอกจากนี้ ตัวนายอภิรักษ์เองยังเคยเปรยให้กับคนใกล้ชิดฟังว่าตัวเขาไม่เหมาะที่จะอยู่ที่แกรมมี่ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบงาน แต่เป็นเพราะงานของแกรมมี่เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับคนทุกๆ ด้านของประเทศ ตั้งแต่ระดับสูงจนถึงระดับล่าง ทำให้การกำหนดกลยุทธ์ในการทำงานบางครั้งทำได้ยาก จนบางทีรู้สึก ว่างานที่แกรมมี่ไม่ใช่อย่างที่เขาต้องการ

ประกอบกับโอกาสเหมาะ เมื่อกรรมการผู้จัดการร่วมของทีเอ ออเร้นจ์ได้หมดวาระการทำงานลง ทำให้นายศุภชัยซึ่งแต่เดิมต้องดูแลค่ายทีเออยู่แล้ว และยังมีงานต้องดูแลค่ายออเร้นจ์อีก ทำให้งานล้นตัว จึงได้มองหาผู้ที่จะเข้ามาช่วยบริหาร และเล็งเห็นว่ามือดีก็น่าจะเป็นนายอภิรักษ์จึงได้มีการติดต่อทาบทาม กันมาในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา และสุดท้ายการย้ายค่ายก็เกิดขึ้นตามที่เป็นอยู่ในขณะนี้

หุ้นแกรมมี่ร่วง

หลังจากที่กระแสข่าวนายอภิรักษ์ลาออกจากการเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ปรากฏว่าราคาหุ้นของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่เปิดซื้อขายในวันที่ 23 กันยายน ได้ถูกเทขายออกมาอย่างหนักส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงรุนแรง โดยลงไปต่ำสุดที่ 18.90 บาท ลดลง 1.60 บาท ก่อนมาปิดตลาดที่ 19.20 บาท ลดลง 1.30 บาท

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า นาย อภิรักษ์ ถือเป็นมือ 1 ของวงการการตลาดเมืองไทย และเป็นมืออาชีพทางด้านการตลาดที่เข้ามาวางกลยุทธ์ทางการตลาดและการทำธุรกิจของจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ใหม่ ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จเกินคาด ซึ่งข่าวนี้มีผลทางด้านจิตวิทยามาก แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีผู้บริหารใหม่เข้ามา เชื่อว่าอำนาจเบ็ดเสร็จของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ก็ยังอยู่ที่นายไพบูลย์ เช่นเดียวกับที่นายอภิรักษ์ บริหาร จึงไม่น่าจะกระทบกับการทำธุรกิจของจีเอ็มเอ็มแกรมมี่มากนัก

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ นายไพบูลย์ กล่าวว่า การที่ราคาหุ้นตกลงนั้นอาจเป็นผลทางด้านจิตวิทยาเท่านั้น แต่ไม่อยากให้มองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องใหม่ที่จะส่งผลกระทบต่อการบริหารงาน เพราะโครงสร้างการบริหารงานของแกรมมี่ ถูกวางไว้เป็นระบบตั้งแต่แรกแล้ว แต่อยากให้มองที่ผลกำไรมากกว่า ซึ่งในปีนี้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ สามารถทำผลกำไรได้สูงสุด และทางผู้บริหารก็จะพยายามรักษาผลกำไรให้สูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจที่จะลงทุนในแกรมมี่

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us