Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน5 กันยายน 2548
โวยจีอีผิดสัญญาเช่าซื้อ             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท จีอี แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด

   
search resources

จีอี แคปปิตอล ออโตลีส, บมจ.
Loan




ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จีอีฯ โวยบริษัททำผิดสัญญาปล่อยกู้ โปะเงินก่อนครบกำหนดชำระแต่ถูกบริษัทเบี้ยว ไม่ยอมลดดอกเบี้ยเช่าซื้อ 50% ตามสัญญาเช่าซื้อ เผยส่งหนังสือร้องเรียนถึงผู้ว่าฯนครปฐมแล้ว สคบ.ชี้หากเป็นจริงถือเป็นการเข้าข่ายความผิดสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค แนะลูกค้าเข้าร้องทุกข์กับสคบ. ก่อนเรียกผู้ประกอบการเข้ามาชี้แจงข้อมูล เผย 9 เดือน สคบ.รับร้องทุกข์รวม 14,070 เรื่อง ดำเนินคดีเรียกเงินคืนรวมกว่า 250 ล้านบาท ระบุการกระทำไม่ถูกต้องเกี่ยวกับทำสัญญา 18 ราย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์

รายงานข่าวจากสำนักงานกฎหมาย ภราดรธรรม เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนางสาวสมปอง (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อร้องเรียนถึงการปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคของบริษัท จี อี แคปปิตอล ออโตลีส จัด (มหาชน) ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เนื่องจากนางสาวสมปอง ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากบริษัท จีอี แคปปิตอลฯ ต่อมาในวันที่ 7 เมษยน 2548 นางสาวสมปองได้แจ้งแก่บริษัทจีอี แคปปิตอลฯว่าจะทำการปิดสัญญาเช่าซื้อโดยชำระเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียว โดยไม่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายงวดจำนวน 22 งวด

ตามสัญญาเช่าซื้อบริษัท จีอีแคปปิตอลฯ ต้องให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าซื้อในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ โดยตามสัญญาเช่าซื้อฉบับนี้บริษัทจีอี แคปปิตอลฯ ได้คิดอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อจำนวน 48 งวด เป็นเงินทั้งสิ้น 47,107.59 บาท คิดเป็นดอกเบี้ยงวดละ 981 บาท เมื่อนางสมปอง ผู้เช่าซื้อขอชำระค่าเช่าซ้อล่วงหน้าเป็นเงิน 22 งวด บริษัท จี อี แคปปิตอลฯ จึงต้องลดดอกเบี้ยให้แก่นางสมปอง เป็นเงิน 10,791 บาท แต่บริษัทกลับแจ้งว่าสามารถลดดอกเบี้ยให้ได้เพียงประมาณ 5,000 บาท ซึ่งเป็นการผิดข้อตกลงตามสัญญาเช่าซื้อ

รายงานข่าวกล่าวว่า จากประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจึงทำให้สำนักงานกฎหมายภราดรธรรม ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากนางสาวสมปอง จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เพื่อขอความเป็นธรรมต่อกรณีที่เกิดขึ้น

สำนักงานกำหมาย ภราดรธรรมระบุว่า ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อชำระค่างวดตรงกำหนด และประสงค์จะขอชำระเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียว โดยไม่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายงวดตามสัญญาเช่าซื้อ เพื่อปิดบัญชีค่าเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจะได้รับส่วนลดในอัตราร้อยละ 50 ของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ โดยคิดคำนวณตามแถลงการณ์มาตรฐานบัญชีของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีอนุญาตแห่งประเทศไทย เรื่องการบัญชีเกี่ยวกับการเช่าซ้อทางด้านผู้ให้เช่าซื้อ

ส่วนค่าภาษีมูลค่าเพิ่มผู้เช่าซื้อยังคงมีหน้าที่ชำระตามอัตราที่กฎหมายกำหนดของยอดค่าเช่าซื้อที่คงเหลือทั้งหมด ณ วันที่ขอปิดบัญชี แต่ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อชำระไม่ตรงตามกำหนด ผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชอบชำระค่าเบี้ยปรับ ค่าติดตามทวงถาม และค่าใช้จ่ายใดๆ ตามความจำเป็นและมีเหตุผลตามสมควรให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนได้รับส่วนลด


"ผู้จัดการรายวัน" ได้พยายามติดต่อไปยังบริษัท จี อี แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) แต่ไม่สามารถติดต่อหรือได้รับคำยืนยันจากบริษัท เนื่องจากหลังโทรศัพท์ติดต่อไปที่ 1188 ไทยแลนด์เยนโลเพจเจท เพื่อสอบถามเบอร์โทรศัพท์ติดต่อบริษัท ซึ่งได้รับการยืนยันว่าไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลไปยังกรมทะเบียนการค้า พบว่า บริษัท จี อี แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่เลขที่ 87/1 อาคารแคปปิตอล ทาวเวอร์ ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครฯ 10330

จากการสอบถามข้อมูลไปยังกองสัญญาสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้รับการยืนยันว่า ตามสัญญาแล้วหากลูกค้าชำระเงินงวดคืนก่อนกำหนด บริษัทจะต้องลดอัตราดอกเบี้ยเรียกเก็บไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นหากลูกค้าเชื่อว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ประกอบการ สามารถร้องเรียนมายังกองสัญญาของสคบ.ได้ ซึ่งหากได้รับการร้องเรียนสคบ.มีอำนาจโดยตรงที่จะเรียกผู้ประกอบการเข้ามาชี้แจงรายละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับลูกค้า หากผู้ประกอบการทำผิดสัญญาก็จะเข้าข่ายความผิดสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

***สคบ.แถลง9เดือนร้องเรียน1.4หมื่นเรื่อง

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)เปิดเผยถึงผลการติดตามตรวจสอบพฤติกรรมการประกอบธุรกิจว่าตั้งแต่เดือน ต.ค. 47- มิ.ย.48 สคบ.ได้ตักเตือนผู้ประกอบธุรกิจกว่า 1,400 ราย จากผู้ประกอบการที่ได้รับการร้องเรียน 14,070 เรื่อง เนื่องจาก ได้โฆษณาสินค้าและบริการ,ติดฉลากสินค้า,ทำสัญญาเช่าซื้อ และ ดำเนินธุรกิจขายตรงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยพบผู้จำหน่ายสินค้าประเภท กระเช้าของขวัญ และ เครื่องสังฆทาน กระทำความผิดมากสุด 194 ตัวอย่าง

ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะที่ไม่ระบุวันที่ผลิต และหมดอายุ,อาหารหมดอายุ โดยเฉพาะอาหารกระป๋อง, อาหารสด เบื้องต้นได้มีหนังสือแจ้งไปยังจังหวัดได้ติดตามผลและรายงานความคืบหน้าต่อไป

สำหรับสินค้าที่ไม่ติดฉลาก หรือติดไม่ถูกต้องประเภทอื่นๆ เช่น อัญมณีเจียระไน,เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า,สายไฟฟ้า, ข้าวหอมมะลิ 100% ,ทองรูปพรรณ นอกจากนี้ยังพบว่า มีข้อความโฆษณาสินค้าและบริการทั่วไปทางสื่อสิ่งพิมพ์ไม่ถูกต้อง 154 ราย, ข้อความโฆษณาบ้าน ที่ดินจัดสรรและอาคารชุดอีก 28 ราย, ป้ายโฆษณา 4 ราย และโฆษณาตามงานแสดงสินค้าอีก 2 ราย ขณะที่การกระทำไม่ถูกต้องเกี่ยวกับทำสัญญา 18 ราย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์, หลักฐานการรับเงินจากบริการซ่อมรถยนต์, การกู้ยืมเงิน และ เช่าซื้ออื่นๆ เป็นต้น

"สคบ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปออกสุ่มตรวจสินค้าและบริการตามสถานที่ต่างๆทั่วประเทศ จำนวน 13,601 ราย ซึ่งพบว่าประมาณ 11% กระทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เบื้องต้นส่วนใหญ่ได้ตักเตือนไปก่อน เนื่องจากเห็นว่าเป็นกรณีที่ไม่มีเจตนา พร้อมทั้งแจ้งให้ทางจังหวัดให้ติดตามผลต่างๆ แต่หากพบว่ายังกระทำความผิดอีกก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที"

นอกจากนี้ผู้บริโภคได้ร้องเรียนกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ประกอบการ 14,070 เรื่อง แบ่งเป็นสินค้าและบริการทั่วไป 3,033 เรื่อง, บ้าน ที่ดินจัดสรร และอาคารชุด 1,705 เรื่อง, โฆษณา 512 เรื่อง, การขายตรงและตลาดแบบตรง 77 เรื่อง และให้คำปรึกษาและข้อกฎหมายแก่ผู้เดือดร้อนทางโฆษณา 8,743 เรื่อง นอกจากนี้ดำเนินคดีแทนผู้บริโภคที่ถูกผู้ประกอบการเอาเปรียบ 956 ราย เรียกร้องเงินคืนกว่า 212 ล้านบาท พร้อมทั้งเปรียบเทียบความผิดผู้กระทำฝ่าฝืนพรบ.คุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. 2522 จำนวน 71 ราย เป็นค่าปรับ 1.1 ล้านบาท และยังสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทโดยไม่ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล 262 ราย ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายรวม 34.8 ล้านบาท

"ปัญหาร้องเรียนเรื่องโฆษณาจะเป็นลักษณะที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและโฆษณาเป็นจริง ส่วนสินค้าและบริการทั่วไปส่วนใหญ่จะเกิดปัญหาเรื่องรถยนต์,โทรศัพท์,การใช้บริการธนาคาร,ศูนย์พี่เลี้ยงหรือรักษาพยาบาล เอาเปรียบ ด้านสัญญา เช่น ปลูกสร้างบ้านไม่เสร็จ,ไม่ดำเนินการตามที่โฆษณาไว้, ไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์,เก็บค่าเช่าสูงเกินจริง, ไม่ได้ทำสัญญาเช่าซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่มีหนังสือแจ้งให้ชำระหนี้,ยกเลิกการใช้บัตรเครดิตแล้วแต่บริษัทยังเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ขณะที่ธุรกิจขายตรงนั้นผู้ประกอบการไม่จ่ายผลประโยชน์ตามแผน,ไม่รับคืนสินค้าจากสมาชิก, เปลี่ยนแปลงผลประโยชน์โดยไม่บอกกล่าวให้สมาชิกรู้ล่วงหน้า"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us