ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จีอีฯ โวยบริษัททำผิดสัญญาปล่อยกู้ โปะเงินก่อนครบกำหนดชำระแต่ถูกบริษัทเบี้ยว ไม่ยอมลดดอกเบี้ยเช่าซื้อ 50% ตามสัญญาเช่าซื้อ เผยส่งหนังสือร้องเรียนถึงผู้ว่าฯนครปฐมแล้ว สคบ.ชี้หากเป็นจริงถือเป็นการเข้าข่ายความผิดสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค แนะลูกค้าเข้าร้องทุกข์กับสคบ. ก่อนเรียกผู้ประกอบการเข้ามาชี้แจงข้อมูล เผย 9 เดือน สคบ.รับร้องทุกข์รวม 14,070 เรื่อง ดำเนินคดีเรียกเงินคืนรวมกว่า 250 ล้านบาท ระบุการกระทำไม่ถูกต้องเกี่ยวกับทำสัญญา 18 ราย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์
รายงานข่าวจากสำนักงานกฎหมาย ภราดรธรรม เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนางสาวสมปอง (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อร้องเรียนถึงการปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคของบริษัท จี อี แคปปิตอล ออโตลีส จัด (มหาชน) ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เนื่องจากนางสาวสมปอง ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากบริษัท จีอี แคปปิตอลฯ ต่อมาในวันที่ 7 เมษยน 2548 นางสาวสมปองได้แจ้งแก่บริษัทจีอี แคปปิตอลฯว่าจะทำการปิดสัญญาเช่าซื้อโดยชำระเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียว โดยไม่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายงวดจำนวน 22 งวด
ตามสัญญาเช่าซื้อบริษัท จีอีแคปปิตอลฯ ต้องให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าซื้อในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ โดยตามสัญญาเช่าซื้อฉบับนี้บริษัทจีอี แคปปิตอลฯ ได้คิดอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อจำนวน 48 งวด เป็นเงินทั้งสิ้น 47,107.59 บาท คิดเป็นดอกเบี้ยงวดละ 981 บาท เมื่อนางสมปอง ผู้เช่าซื้อขอชำระค่าเช่าซ้อล่วงหน้าเป็นเงิน 22 งวด บริษัท จี อี แคปปิตอลฯ จึงต้องลดดอกเบี้ยให้แก่นางสมปอง เป็นเงิน 10,791 บาท แต่บริษัทกลับแจ้งว่าสามารถลดดอกเบี้ยให้ได้เพียงประมาณ 5,000 บาท ซึ่งเป็นการผิดข้อตกลงตามสัญญาเช่าซื้อ
รายงานข่าวกล่าวว่า จากประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจึงทำให้สำนักงานกฎหมายภราดรธรรม ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากนางสาวสมปอง จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เพื่อขอความเป็นธรรมต่อกรณีที่เกิดขึ้น
สำนักงานกำหมาย ภราดรธรรมระบุว่า ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อชำระค่างวดตรงกำหนด และประสงค์จะขอชำระเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียว โดยไม่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายงวดตามสัญญาเช่าซื้อ เพื่อปิดบัญชีค่าเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจะได้รับส่วนลดในอัตราร้อยละ 50 ของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ โดยคิดคำนวณตามแถลงการณ์มาตรฐานบัญชีของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีอนุญาตแห่งประเทศไทย เรื่องการบัญชีเกี่ยวกับการเช่าซ้อทางด้านผู้ให้เช่าซื้อ
ส่วนค่าภาษีมูลค่าเพิ่มผู้เช่าซื้อยังคงมีหน้าที่ชำระตามอัตราที่กฎหมายกำหนดของยอดค่าเช่าซื้อที่คงเหลือทั้งหมด ณ วันที่ขอปิดบัญชี แต่ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อชำระไม่ตรงตามกำหนด ผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชอบชำระค่าเบี้ยปรับ ค่าติดตามทวงถาม และค่าใช้จ่ายใดๆ ตามความจำเป็นและมีเหตุผลตามสมควรให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนได้รับส่วนลด
"ผู้จัดการรายวัน" ได้พยายามติดต่อไปยังบริษัท จี อี แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) แต่ไม่สามารถติดต่อหรือได้รับคำยืนยันจากบริษัท เนื่องจากหลังโทรศัพท์ติดต่อไปที่ 1188 ไทยแลนด์เยนโลเพจเจท เพื่อสอบถามเบอร์โทรศัพท์ติดต่อบริษัท ซึ่งได้รับการยืนยันว่าไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลไปยังกรมทะเบียนการค้า พบว่า บริษัท จี อี แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่เลขที่ 87/1 อาคารแคปปิตอล ทาวเวอร์ ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครฯ 10330
จากการสอบถามข้อมูลไปยังกองสัญญาสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้รับการยืนยันว่า ตามสัญญาแล้วหากลูกค้าชำระเงินงวดคืนก่อนกำหนด บริษัทจะต้องลดอัตราดอกเบี้ยเรียกเก็บไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นหากลูกค้าเชื่อว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ประกอบการ สามารถร้องเรียนมายังกองสัญญาของสคบ.ได้ ซึ่งหากได้รับการร้องเรียนสคบ.มีอำนาจโดยตรงที่จะเรียกผู้ประกอบการเข้ามาชี้แจงรายละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับลูกค้า หากผู้ประกอบการทำผิดสัญญาก็จะเข้าข่ายความผิดสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
***สคบ.แถลง9เดือนร้องเรียน1.4หมื่นเรื่อง
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)เปิดเผยถึงผลการติดตามตรวจสอบพฤติกรรมการประกอบธุรกิจว่าตั้งแต่เดือน ต.ค. 47- มิ.ย.48 สคบ.ได้ตักเตือนผู้ประกอบธุรกิจกว่า 1,400 ราย จากผู้ประกอบการที่ได้รับการร้องเรียน 14,070 เรื่อง เนื่องจาก ได้โฆษณาสินค้าและบริการ,ติดฉลากสินค้า,ทำสัญญาเช่าซื้อ และ ดำเนินธุรกิจขายตรงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยพบผู้จำหน่ายสินค้าประเภท กระเช้าของขวัญ และ เครื่องสังฆทาน กระทำความผิดมากสุด 194 ตัวอย่าง
ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะที่ไม่ระบุวันที่ผลิต และหมดอายุ,อาหารหมดอายุ โดยเฉพาะอาหารกระป๋อง, อาหารสด เบื้องต้นได้มีหนังสือแจ้งไปยังจังหวัดได้ติดตามผลและรายงานความคืบหน้าต่อไป
สำหรับสินค้าที่ไม่ติดฉลาก หรือติดไม่ถูกต้องประเภทอื่นๆ เช่น อัญมณีเจียระไน,เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า,สายไฟฟ้า, ข้าวหอมมะลิ 100% ,ทองรูปพรรณ นอกจากนี้ยังพบว่า มีข้อความโฆษณาสินค้าและบริการทั่วไปทางสื่อสิ่งพิมพ์ไม่ถูกต้อง 154 ราย, ข้อความโฆษณาบ้าน ที่ดินจัดสรรและอาคารชุดอีก 28 ราย, ป้ายโฆษณา 4 ราย และโฆษณาตามงานแสดงสินค้าอีก 2 ราย ขณะที่การกระทำไม่ถูกต้องเกี่ยวกับทำสัญญา 18 ราย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์, หลักฐานการรับเงินจากบริการซ่อมรถยนต์, การกู้ยืมเงิน และ เช่าซื้ออื่นๆ เป็นต้น
"สคบ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปออกสุ่มตรวจสินค้าและบริการตามสถานที่ต่างๆทั่วประเทศ จำนวน 13,601 ราย ซึ่งพบว่าประมาณ 11% กระทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เบื้องต้นส่วนใหญ่ได้ตักเตือนไปก่อน เนื่องจากเห็นว่าเป็นกรณีที่ไม่มีเจตนา พร้อมทั้งแจ้งให้ทางจังหวัดให้ติดตามผลต่างๆ แต่หากพบว่ายังกระทำความผิดอีกก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที"
นอกจากนี้ผู้บริโภคได้ร้องเรียนกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ประกอบการ 14,070 เรื่อง แบ่งเป็นสินค้าและบริการทั่วไป 3,033 เรื่อง, บ้าน ที่ดินจัดสรร และอาคารชุด 1,705 เรื่อง, โฆษณา 512 เรื่อง, การขายตรงและตลาดแบบตรง 77 เรื่อง และให้คำปรึกษาและข้อกฎหมายแก่ผู้เดือดร้อนทางโฆษณา 8,743 เรื่อง นอกจากนี้ดำเนินคดีแทนผู้บริโภคที่ถูกผู้ประกอบการเอาเปรียบ 956 ราย เรียกร้องเงินคืนกว่า 212 ล้านบาท พร้อมทั้งเปรียบเทียบความผิดผู้กระทำฝ่าฝืนพรบ.คุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. 2522 จำนวน 71 ราย เป็นค่าปรับ 1.1 ล้านบาท และยังสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทโดยไม่ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล 262 ราย ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายรวม 34.8 ล้านบาท
"ปัญหาร้องเรียนเรื่องโฆษณาจะเป็นลักษณะที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและโฆษณาเป็นจริง ส่วนสินค้าและบริการทั่วไปส่วนใหญ่จะเกิดปัญหาเรื่องรถยนต์,โทรศัพท์,การใช้บริการธนาคาร,ศูนย์พี่เลี้ยงหรือรักษาพยาบาล เอาเปรียบ ด้านสัญญา เช่น ปลูกสร้างบ้านไม่เสร็จ,ไม่ดำเนินการตามที่โฆษณาไว้, ไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์,เก็บค่าเช่าสูงเกินจริง, ไม่ได้ทำสัญญาเช่าซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่มีหนังสือแจ้งให้ชำระหนี้,ยกเลิกการใช้บัตรเครดิตแล้วแต่บริษัทยังเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ขณะที่ธุรกิจขายตรงนั้นผู้ประกอบการไม่จ่ายผลประโยชน์ตามแผน,ไม่รับคืนสินค้าจากสมาชิก, เปลี่ยนแปลงผลประโยชน์โดยไม่บอกกล่าวให้สมาชิกรู้ล่วงหน้า"
|