ภาวะตลาดหุ้นเริ่มกระเตื้อง บลจ.บัวหลวงประกาศจ่ายเงินปันผล 2 กองทุนหุ้น กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) และกองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) โดย BCAP ปันผล 0.24431525 บาทต่อหน่วย ขณะที่ BKD จ่าย 0.23 บาทต่อหน่วย
รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลกองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน(BCAP) สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2548 โดยบริษัทได้ปิดขายหน่วยลงทุนกองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุนตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม-5 กันยายน 2548 แต่ยังคงรับซื้อหน่วยลงทุนได้ตามปกติ เพื่อจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในอัตรา 0.24431525 บาทต่อหน่วยลงทุน
โดยจะปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลในวันที่ 5 กันยายน 2548 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 6 กันยายน 2548 และบริษัทจะเริ่มขายหน่วยลงทุนอีกครั้งในวันที่ 6 กันยายน 2548
สำหรับผลการดำเนินงานของ BCAP ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2548 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 188.59 ล้านบาท มูลค่าหน่วยลงทุน 8.1936 บาท
ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 4.70% ย้อนหลัง 6 เดือน 5.32% ย้อนหลัง 1 ปี 19.08% ย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ 166.53% ผลการดำเนินงานย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 17.11% ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ 2.55% ย้อนหลัง 6 เดือน -3.70% ย้อนหลัง 1 ปี 6.12% ย้อนหลัง 3 ปี 84.37% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน -22.54%
สำหรับนโยบายการลงทุนของ BCAP เน้นลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจสูงหรือมีปัจจัยพื้นฐานดี โดยจะลงทุนในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัยชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์ประเภทอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เห็นชอบ
รายงานข่าวระบุว่า พอร์การลงทุนของกองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน มีการลงทุนในหุ้น 89.56% และเงินฝาก 10.44% ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2548 โดยหลักทรัพย์ 10 อันดับแรกที่กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) ลงทุน ประกอบด้วย บริษัท ปตท.,ธนาคารกรุงเทพ,บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย,บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส,บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตเลียม,บริษัท บ้านปู,บริษัท ไทยออยล์,บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น,บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง และบริษัท บางกอก เชน ฮอส ปิทอส
นอกจากนี้ บลจ.บัวหลวงยังได้ประกาศจ่ายเงินปันผลของกองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) สำหรับผลการดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 มิถุนายน 2548 โดยบริษัทจะหยุดขายหน่วยลงทุนกองทุนเปิดบัวแก้วปันผลเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม-13 กันยายน 2548 แต่ยังคงรับซื้อคืนหน่วยลงทุนได้ตามปกติ เพื่อจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในอัตรา 0.23 บาทต่อหน่วยลงทุน
โดยจะปิดสมุดทะเบียนพักโอนหน่วยลงทุน เพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลในวันที่ 13 กันยายน 2548 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 14 กันยาน 2548 และบริษัทจะเริ่มขายหน่วยลงทุนอีกครั้งในวันที่ 14 กันยายน 2548
สำหรับผลการดำเนินงานของ BKD ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2548 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 619.25 ล้านบาท มูลค่าหน่วยลงทุน 5.7501 บาท
ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ 4.12% ย้อนหลัง 6 เดือน 4.26% ย้อนหลัง 1 ปี 17.33% ย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ 158.12% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ -22.53% ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานของสมาคมอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน อยู่ที่ 2.55% ย้อนหลัง 6 เดือนอยู่ที่ -3.70% ย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 6.12% ย้อนหลัง 3 ปี 84.37% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ -48.08%
สำหรับนโยบายการลงทุนกองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) เน้นการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจสูง หรือมีปัจจัยพื้นฐานดี โดยจะลงทุนหรือมีตราสารแห่งทุนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65%
รายงานข่าวกล่าวว่า พอร์ตการลงทุนของกองทุนเปิดบัวแก้วปันผลมีการลงทุนในหุ้น 89.35% และในเงินฝาก 10.65% ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2548 หลักทรัพย์ 10 อันดับแรกที่ลงทุนคือ หลักทรัพย์ของบริษัท ปตท.,ธนาคารกรุงเทพ,บริษัทปูนซีเมนต์ไทย,บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส,บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม,บริษัท บ้านปู,บริษัท ไทยออยล์,บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น,บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง และบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล
|