|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ปิดฉากลงอย่างสวยงามท่ามกลางกระแส ความชื่นชมในสินค้าโอทอประดับ 5 ดาว และ รูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจต่างๆ มากมาย ในงาน "OTOP Premium & Kitchen to the World 2005" ภายใต้ชื่องาน "วิถีไทยสู่โลก" (Living with Thainess Fair) ณ ศูนย์แสดงสินค้ากรมส่งเสริม การส่งออก (รัชดาภิเษก) ในระหว่างวันที่ 19-28 สิงหาคม ที่ผ่านมา
โดยงานในครั้งนี้ได้สร้างกระแสการพัฒนารูปแบบสินค้าโอทอปให้มีผลิตภัณฑ์และหีบห่อตรงใจกับกลุ่มผู้บริโภคชาวต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงการสร้างกระแสแห่งความนิยมในการบริโภค และทำอาหารไทยแก่ผู้เข้าร่วมงานชาวต่างประเทศ ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมชมงานทั้งสิ้นเกือบ 7 หมื่นราย และมีผู้สนใจเข้าร่วมออกบูทภายในรวมกว่า 200 ราย ซึ่งประสบผลสำเร็จในการเจรจาการค้าภายใน งานเกือบ 77 ล้านบาท นอกจากนั้น ผู้ประกอบการ ที่มาเข้าร่วมออกบูทภายในงานยังได้รับการสั่งซื้อเป็นมูลค่ารวมภายในปี 2549 ถึง 16 ล้านบาท และทางกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดงานครั้งนี้ ประกาศ ตั้งเป้าการขยายตัวของสินค้าโอทอปสู่ตลาดสากล จะต้องขยายตัวถึง 20% ภายในปี 2548 นี้
จากการที่สำนักงานประสานงานโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การสร้างสรรค์งาน "วิถีไทย สู่โลก" ขึ้น ด้วยการนำสินค้าโอทอประดับพรีเมียมที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการที่ได้พิจารณาแล้ว ว่ามีความเป็นสุดยอดแห่งสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ รวมถึงการหยิบยกความเป็น "ครัวไทยสู่ครัวโลก" มานำเสนอในรูปแบบของการสาธิตการทำอาหารในเมนูที่หาชมได้ยาก จากสุดยอดพ่อครัวไทยที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกมานำเสนอในงานนี้ และก้าวต่อไปของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่จะต้องผลักดันให้เกิดเพื่อสานต่อจากงานในครั้งนี้ต่อไป นั่นคือ การผลักดันให้ตำบลให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือที่เรียกว่า "OTOP Village" นั่นเอง
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า "ความสำเร็จของงานในครั้งนี้นั้น ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่ได้ความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งความสำเร็จของงานเป็นเสมือนกำลังใจและหน้าตาของประเทศ ซึ่งงานในครั้งนี้ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เราทำได้ และทำได้ดี โดยตัวแทนกลุ่มเอกอัครราชทูตที่ได้เชิญมาร่วมงานเกือบ 100 ประเทศนั้น ต่างแสดงความชื่นชมและรับปากที่จะช่วยประสานความร่วมมือ ขั้นต่อไปในการเจรจาด้านการลงทุนระหว่างผู้ส่งออก ไทยและผู้แทนการค้าต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีการ ขยายตัวด้านตลาดสินค้าโอทอปไทย การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมการอาหารไทยถึง 20% คิดเป็นมูลค่าถึง 1 พันล้านดอลลาร์ ความสำเร็จในการจัดงานครั้งนี้ เป็นเพราะได้ค้นหาความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมสินค้าและบริการของไทย และนำมาจัดแสดงในรูปแบบที่เป็น Interactive ให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีการสัมผัสประสบการณ์ใช้สินค้าด้วยตัวเอง ตลอดจนการสาธิตการทำอาหาร ทำให้เป็นที่ยอมรับในครั้งนี้ และครั้งต่อไปๆ ซึ่งคาดหวังว่า จะต้องสร้างโอกาสและมูลค่าการสั่งซื้อมากกว่าใน ปีนี้ ซึ่งในปีนี้ได้รับการสั่งซื้อมีมูลค่าถึง 16 ล้านบาท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารนั้นเราจะมีการสร้างมาตรฐานร้านอาหารทั่วโลก และตั้งเป้าว่าใน ปีหน้าจะต้องมีร้านอาหารไทยทั่วโลกกว่า 8,000 ร้าน และ 20,000 ร้านในปี 2551 ซึ่งเรากำลังดำเนินการ กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว โดยจะมีการกำหนดแผนการจัดทำหลักสูตรอาหาร ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ"
ด้านนางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมส่งเสริม การส่งออกกล่าวว่า "ทางกรมฯ ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันสินค้าโอทอปในปี 2548 ขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ซึ่งเป็นเป้าหมายการส่งออกในปี 2548 ในส่วนของสินค้าโอทอปจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 874 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 1,049 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มั่นใจว่าจากการได้ดูตัวเลขสินค้าโอทอปหลายประเภทเช่น ของใช้ของตกแต่งบ้าน อาหารและเครื่องดื่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย และ สมุนไพร/สปา ฯลฯ ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาของ คนไทย ที่จะสามารถผลักดันให้เป็นที่ยอมรับจาก คนทั่วโลกได้ และคาดหวังว่างานในครั้งต่อๆไป ที่กรมจัดขึ้นจะประสบความสำเร็จเช่นนี้อีกด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย"
สำหรับการเร่งผลักดันแผนดังกล่าว นางจันทรา ได้กล่าวว่า การจัดงาน OTOP Lift Style ซึ่งจะเป็นงานแสดงนิทรรศการและสินค้าโอทอปในรูปแบบการจัดงานที่ดึงความน่าสนใจของ รูปแบบการดำเนินชีวิตและการใช้สินค้าโอทอป พรีเมียม และสินค้าโอทอปทั่วไปสู่สายตาผู้ส่งออก และชาวต่างประเทศ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ชื่นชมและต้องการสัมผัสถึงสินค้าไทย ว่า "ต้องการ ให้ผู้บริโภคชาวไทยเอง ได้สัมผัสสินค้าไทยซึ่งเป็น ภูมิปัญญาของเราเองให้มากขึ้นกว่าเดิม การจัดงาน ครั้งนี้จึงเกิดขึ้น โดยจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21- 25 กันยายน 2548 ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี คาดว่าจะได้รับความสำเร็จ"
|
|
 |
|
|