|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ กันยายน 2548
|
 |

ด้วยจำนวนฐานลูกค้าที่มากถึง 15 ล้านคน และมีทีท่าจะเพิ่มขึ้นอีกในไม่ช้านี้ ทำให้ทุกวันนี้เอไอเอสไม่เพียงแต่กลายเป็นค่ายมือถือที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นบริษัทเดียวของไทยที่จำนวนของผู้ถือบัตรสิทธิพิเศษ หรือ privilege card มากที่สุดอีกด้วย
เนื่องจากลูกค้าในกลุ่มต่างๆ ทั้งแบบจดทะเบียนเสียค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือแม้แต่แบบใช้บัตรเติมเงิน ก็ล้วนแล้วแต่ได้อภิสิทธิ์ในการถือบัตรสิทธิพิเศษเพื่อรับส่วนลดจากร้านค้า หรือแม้แต่เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นพิเศษได้ทั้งสิ้น การให้สิทธิพิเศษสำหรับฐานลูกค้าเช่นนี้ ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยให้เอไอเอสสามารถใช้เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ในมือ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มยอดการใช้จ่ายของลูกค้าได้แบบทางอ้อม ส่งผลให้ยอดรายได้ต่อหัวต่อเดือนนั้นเพิ่มขึ้นได้ในบางกรณี
แต่สภาพการแข่งขันในวงการโทรคมนาคมที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ "ราคา" กลายเป็นสิ่งที่หลายค่ายนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำตลาด รายได้ที่เกิดจากราคาของค่าบริการลดลงเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ทำให้ไม่เพียงแต่เอไอเอสเท่านั้น แต่แทบทุกค่ายมือถือต้องงัดกลเม็ดในการทำตลาดมาใช้ เพื่อรักษาฐานลูกค้า และดึงลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการของค่ายตนด้วย
เอไอเอสเลือกที่จะเปลี่ยนโฉมการให้สิทธิพิเศษลูกค้าของตนเสียใหม่ โดยเปิดตัว "AIS Plus" การ์ดแบบใหม่ที่มอบสิทธิพิเศษแบบไม่แยกแยะว่าลูกค้าจะมาจากระบบจดทะเบียนหรือลูกค้าที่ใช้บริการบัตรเติมเงิน ดังเช่นที่เคยเป็นก่อนหน้านี้
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรรมการผู้อำนวยการของเอไอเอส ถึงกับลงทุนมางานแถลงข่าวด้วยตนเอง เช่นเดียวกันกับผู้บริหารระดับสูงทุกคนที่นำทีมมาเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดตัวครั้งนี้ด้วย หลังจากที่มีการปรับโครงสร้างผู้บริหารของบริษัทมาแล้วพักใหญ่
แคมเปญ "AIS Plus" ได้จัดแบ่งกลุ่มการถือการ์ดออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ถือ AIS Basic ที่เกิดจากกลุ่มลูกค้าทั่วไป, AIS Classic ลูกค้าที่มีค่าใช้จ่ายต่อหัวเฉลี่ยเดือนละ 600-1,500 บาท และ AIS Serenade ลูกค้าที่มีค่าใช้บริการเฉลี่ยต่อเดือน 1,500 บาทขึ้นไป หรือใช้บริการมาแล้ว 10 ปีขึ้นไป โดยไม่แยกว่าจะเป็นลูกค้าในระบบจดทะเบียนหรือบัตรเติมเงิน
โดยแต่ละกลุ่มได้รับการจัดสรรสิทธิพิเศษที่แตกต่างกันออกไป ตามพฤติกรรมของการใช้งานที่เอไอเอสได้มีการสำรวจมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการให้บริการส่วนลด และกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในแต่ละกลุ่ม
แม้ผู้บริหารคนสำคัญอย่างยิ่งลักษณ์จะไม่เปิดเผยว่า การรวมกลุ่มลูกค้าเพื่อให้สิทธิพิเศษเช่นนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนไหนของบริษัทได้บ้าง แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าจะไม่ช่วยได้เลย โดยเฉพาะการบริหารจัดการที่ทำได้ง่ายกว่าเดิม และการเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่มที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำ CRM ยุคนี้เลยทีเดียว
|
|
 |
|
|