Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กันยายน 2548








 
นิตยสารผู้จัดการ กันยายน 2548
เชาวลิต เอกบุตร             
โดย ณัฐวัฒน์ หอมจิตต์
 


   
www resources

โฮมเพจ เครือซิเมนต์ไทย

   
search resources

เครือซิเมนต์ไทย
เชาวลิต เอกบุตร




เมื่อดูประวัติการทำงานแล้ว ต้องถือว่าเชาวลิต เอกบุตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เยื่อกระดาษสยาม จำกัด (มหาชน) เป็นลูกหม้อของเครือซิเมนต์ไทยอย่างแท้จริง เพราะหน้าที่การงานตลอด 23 ปี นับจากจบการศึกษาล้วนวนเวียนอยู่ในกิจการของเครือซิเมนต์ไทยทั้งสิ้น

นอกจากนี้เขายังมีโอกาสได้ผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งมีส่วนร่วมในช่วงแรกของการเริ่มนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในเครือซิเมนต์ไทย การริเริ่มโครงการใหม่ๆ ไปจนถึงการปรับโครงสร้างของเครือในช่วงวิกฤติ

เชาวลิตจบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสาขาเครื่องกล เขาเกือบเข้าทำงานที่เครือซิเมนต์ไทยตั้งแต่ตอนเรียนจบ แต่ตัดสินใจเรียนต่อระดับปริญญาโท สาขา Industrial Engineering & Management ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือ AIT ที่ตอบรับมาในช่วงเดียวกับเครือซิเมนต์ไทย

"ตอนนั้นผมสมัครไปทั้งสองที่ เอไอทีตอบรับมา ทางปูนฯ ก็รับ แต่ผมเลือกไปเรียนต่อเพราะเอไอทีมีทุนให้เรียน เรียนแล้วได้เงินด้วยผมก็เรียนดีกว่า" เชาวลิตย้อนความหลัง

แต่เมื่อจบจากเอไอทีแล้ว เขาก็ได้เข้ามาทำงานที่เครือซิเมนต์ไทยในที่สุด โดยเริ่มงานครั้งแรกในปี 2525 ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ของเครือ (โดยมีสมบูรณ์ ชัชวาลย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เยื่อกระดาษสยาม คนปัจจุบันเป็นผู้จัดการศูนย์คอมพิวเตอร์คนแรกในเวลานั้น) ซึ่งในช่วงนั้นเป็นจังหวะที่เครือซิเมนต์ไทยเริ่มนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งานมากขึ้น ทั้งในเรื่องของระบบงาน การวางแผนการผลิตและการรายงานระบบสารสนเทศต่างๆ ในโรงงาน การทำงานในจุดนี้จึงเหมือนเป็นการปูพื้นและสร้างความเข้าใจในธุรกิจโดยรวมของเครือให้กับเชาวลิต เนื่องจากเขาต้องเข้าไปศึกษากระบวนการทำงานของกลุ่มธุรกิจต่างๆ ด้วย

ในช่วงปี 2530 ซึ่งเป็นช่วงการขยายตัวของเครือซิเมนต์ไทย เชาวลิตได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมโครงการไทยซีอาร์ที ที่เป็นการผลิตหลอดภาพโทรทัศน์ เขาเข้าร่วมโครงการนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม ทั้งการคัดเลือกพันธมิตรร่วมทุน การออกแบบโรงงาน ไปจนถึงการเดินเครื่องทำการผลิต ประสบการณ์ที่เขาได้รับจากโครงการนี้มีหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมคุณภาพ เทคนิคการผลิตไปจนถึงด้านการตลาด ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยอย่างมากเมื่อเขาเข้ารับงานในกลุ่มธุรกิจกระดาษในอีกหลายปีต่อมา

เดือนเมษายน 2540 เชาวลิตถูกโยกย้ายจากไทยซีอาร์ทีเข้ามาที่หน่วยงานพัฒนาธุรกิจและโครงการ (Busineess Development and Project) ที่ปูนซิเมนต์ไทย หน่วยงานนี้ตามปกติแล้วจะดูแลการขยายงานของเครือซิเมนต์ไทย แต่จังหวะนั้นเครือได้หยุดการขยายตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2539 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจเริ่มก่อเค้าลางไม่ค่อยดี จังหวะพอดีกับในเดือนกรกฎาคม มีการลอยตัวค่าเงินบาท ทำให้บทบาทของหน่วยงานพัฒนาธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลงจากที่คอยหาโอกาสในการขยายตัวกลับมาดูเรื่องของการปรับโครงสร้างแทน

ประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานในช่วงนั้นมีค่าอย่างมากต่อเชาวลิต เพราะเป็นโอกาสที่หาได้ไม่ง่ายนักที่จะมีส่วนร่วมในการปรับโครงสร้างของกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ อีกทั้งยังได้ศึกษาภาพใหญ่ทั้งหมดของเครือ โดยเขาได้เข้าร่วมทีมการปรับโครงสร้างของเครือซิเมนต์ไทยที่ชุมพล ณ ลำเลียง มาบัญชาการเอง นอกจากตัวเขาแล้วยังมีกานต์ ตระกูลฮุน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปูนซิเมนต์ไทย ที่ถูกเรียกตัวกลับจากการบริหารกิจการของเครือที่ประเทศอินโดนีเซียในเวลานั้น

หลังจากปรับโครงสร้างเสร็จแล้ว เขาถูกส่งไปรับหน้าที่กรรมการผู้จัดการ ไทยซีอาร์ที แต่บทบาทครั้งนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจน คือ ดูแลกิจการเพื่อหาจังหวะขายตามแผนการปรับโครงสร้าง หลังจากดูแลอยู่ 3 ปีก็ถูกโยกย้ายอีกครั้ง คราวนี้เข้ามาอยู่ในกลุ่มธุรกิจกระดาษตั้งแต่สิงหาคม 2545 ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ควบ 3 บริษัท คือ ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย กระดาษสหไทยและสยามเซลลูโลส ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เยื่อกระดาษสยาม ในปี 2547 จนถึงปัจจุบัน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us